เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
คุณวาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย แถลงเมื่อเร็วๆ นี้ ว่าท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและนับเป็นตลาดที่มีการขยายตัวเร็วที่สุดในภูมิภาค โดยในปี 2567 มีอัตราการเติบโตถึง 21.7% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 12% อีกทั้งยังคาดการณ์ว่าจะเติบโตแตะ 2 ล้านล้านบาทภายในปี 2573 ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและอินไซต์ผู้บริโภคยุคใหม่ ลาซาด้า ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จึงพร้อมบุกเบิกทิศทางและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมด้วยแนวคิด ‘Next-Level eCommerce’ มุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่มอบประสบการณ์การช้อปแบบพรีเมียม ชูจุดแข็งด้านสินค้าแบรนด์และบริการคุณภาพ ซึ่งเป็นนิยามใหม่ของความคุ้มค่าที่นักช้อปไทยมองหา เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและมีคุณภาพอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน เรายังเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรม AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย และผลักดันการเติบโตของอีคอมเมิร์ซไทยเพื่อความแข็งแกร่งในระยะยาว โดย ลาซาด้า จะเดินหน้ายกระดับมาตรฐานวงการอีคอมเมิร์ซ มุ่งหน้าสู่แพ
“การทำผลิตภัณฑ์จากช็อกโกแลต มาจากความอยากอาหารของเด็กอ้วนคนหนึ่งเท่านั้นเองครับ” เชฟกันต์ อรุณประพันธ์ เจ้าของร้าน Lolé เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนหัวเราะร่วน “เพราะวันหนึ่งเคยกินช็อกโกแลตของเวียดนามยี่ห้อ Marou แล้วติดใจมาก แต่หาซื้อในเมืองไทยไม่ได้ เลยบินไปซื้อที่เวียดนามเลย ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ได้เป็นเชฟในปัจจุบัน” เจ้าของเรื่องราว ว่ามาอย่างนั้น สำหรับร้าน Lolé ของเขานั้น เป็นร้านขนมสไตล์ตะวันตก ที่มีความโดดเด่นตรงที่นำช็อกโกแลตมาเป็นวัตถุดิบหลักของขนม นั่นเพราะเชฟกันต์ หรือที่เขาชอบเรียกตัวเองว่า “เชฟหนวด” มีความหลงใหลในช็อกโกแลตเป็นพิเศษมาตั้งแต่เยาว์วัย จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการเปิดร้านแห่งนี้ในรูปแบบออนไลน์ มาตั้งแต่ปี 2563 จวบจนปัจจุบัน “เอาจริงๆ ไม่เคยฝันอยากจะเป็นเชฟเลยครับ จุดเริ่มต้นของผมมันเรียบง่ายมาก คือเป็นคนที่ชอบทานขนมอร่อยๆ โดยเฉพาะคุกกี้ช็อกโกแลต แต่ในสมัยก่อนนั้นตัวเลือกในบ้านเรายังมีไม่มากนัก ผมเลยเริ่มลงมือทำเองเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองนี่แหละ ตอนนั้นคิดว่าเป็นเหตุผลที่เล็กมากๆ เลย แอบอายด้วยซ้ำเวลาใครถามถึงเหตุผลในการเป็นเชฟ” “แต่พอโตขึ้นได้เรียนรู้ว
ห้างเซ็นทรัล และ Central App ยืนหนึ่ง! ครองบัลลังก์ออมนิแชนเนลรีเทลเลอร์ เขย่าวงการค้าปลีก-อีคอมเมิร์ซ ด้วย “CENTRAL 9.9 SALE” ดีลดีไม่พึ่งดวง เตรียมกวาดลูกค้าทั่วไทย คาดยอดช้อปพุ่งทะยานกว่า 3 เท่า!!! ห้างเซ็นทรัล และ Central App ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เร่งเครื่องเต็มสูบ สร้างสีสันเศรษฐกิจไตรมาส 3 เดินหน้าจัดแคมเปญเอาใจสายช้อปศึกวันเลขเบิ้ล (Double Digit Day) ในแคมเปญ “CENTRAL 9.9 SALE” ภายใต้แนวคิด “BEST DEALS REQUIRE NO LUCK – ดีลดี ไม่พึ่งดวง” ตอกย้ำผู้นำออมนิแชนเนลรีเทลเลอร์ ที่ผสานทุกช่องทางการช้อปปิ้ง ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์ และโซเชียลคอมเมิร์ซไร้รอยต่อ จัดเต็ม 10 วันเท่านั้น ระหว่างวันที่ 2-11 กันยายน 2568 ตั้งเป้ากวาดลูกค้า-ดีลฮันเตอร์ทั่วประเทศ นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยว่า “เพราะลูกค้าเปลี่ยนใจได้ทุกวินาที ทำให้ทุกธุรกิจในวันนี้ทำแบบเดิมไม่ได้ โดยเฉพาะในโลกค้าปลีกที่หมุนไว เราจึงต้องนั่งในใจลูกค้า ใส่ใจในทุกๆ รายละเอียด ทั้ง ด้านสินค้า การบริการ และโปรโมชัน เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าเราจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยเมืองไทยสไมล์คลับ คัดสรรสิทธิพิเศษและกิจกรรมที่หลากหลายให้ตอบโจทย์ทุกช่วงอายุ ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ ล่าสุดจัดกิจกรรม “The Royal Project Bistro” ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวงและเซ็นทรัลเวิลด์ พาสมาชิกฯ คนสำคัญร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ พร้อมมอบประสบการณ์รับประทานอาหาร Fine Dining สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม บรรยากาศในวันงานเต็มไปด้วยการต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยนางสาวนิรัตน์ บูชาสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และเชฟเตย-สหรัฐ แตงไทย ( MasterChef The Professionals Thailand) มาถ่ายทอดเรื่องเล่าและคุณค่าของวัตถุดิบจากโครงการหลวงสู่ปลายช้อน ผ่านมุมมองเฉพาะตัวของเชฟ ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ยังสามารถติดตามกิจกรรมรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่เมืองไทยสไมล์คลับคัดสรรมาพิเศษแบบครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ และตอบโจทย์ความหลากหลายทุกความต้องการเพิ่มเติม ได้ที่ MTL Click Application สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muang
วัน แบงค็อก ประกาศลงนามสัญญาเซ็นเช่าพื้นที่กับธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย เพื่อจัดตั้งสำนักงานแห่งใหม่ในประเทศไทยที่อาคารวัน แบงค็อก ทาวเวอร์ 4 ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่ายในการเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงและสนับสนุนธุรกิจ องค์กร และสถาบันต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและระดับโลก โดยยึดหลักความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ นายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด กล่าวว่า “การได้ต้อนรับธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลกในฐานะผู้เช่ารายสำคัญ สะท้อนถึงศักยภาพและความโดดเด่นของวัน แบงค็อก ในฐานะจุดหมายปลายทางที่องค์กรระดับโลกให้ความไว้วางใจ ไม่เพียงด้วยทำเลใจกลางกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบนิเวศการทำงานครบวงจรที่ตอบโจทย์ทั้งปัจจุบันและอนาคต ความร่วมมือครั้งนี้ยังแสดงถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ โดยมีเป้าหมายในการสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นร่วมกัน ควบคู่กับการยกระดับประสบการณ์การทำงานและการใช้ชีวิตของทุกคนที่นี่” นายสุเรนทรา โรชา ป
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ณ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำนักงานใหญ่ ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. ให้การต้อนรับ Mr.YAN HAN ที่ปรึกษาบริษัท ม่านเล่ย์ ในจังหวัดสิบสองปันนา ประเทศจีน และบริษัท United Logistics Corporation ประเทศจีน ซึ่งเข้าหารือแนวทางการส่งออกยางพาราของไทยผ่านเส้นทางแม่น้ำโขง Mr.YAN HAN เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการประสานงานกับรัฐบาลจีนจนสามารถผลักดันให้ยางพาราไทยได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าเป็น 0% ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขยายตลาดยางพาราไทยในจีนได้อย่างมีนัยสำคัญและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ดร.เพิก กล่าวว่า กยท. จะเริ่มทดสอบการขนส่งยางก้อนถ้วยล็อตแรกในเดือนกันยายน 2568 เป็นจำนวน 400 ตัน เพื่อเป็นการนำร่องขนส่งยางไปยังรัฐบาลจีน รวมถึงเป็นการศึกษากระบวนการดำเนินงานต่างๆ อาทิ การขนถ่ายลงเรือ และขั้นตอนพิธีการศุลกากรทั้งฝั่งไทยและจีน อีกทั้งยังมีแผนการดำเนินการขนส่งเชิงพาณิชย์เดือนตุลาคม 2568 เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 2,400 ตัน และส่งออกมากกว่า 10,000 ตันต่อเดือน ในลำดับต่อไป โดยยางพาราที่ส่งออกทั้งหมดจะเสียภาษีนำเข้า 0% ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับราคายา
ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ร้อนระอุและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ชื่อของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มักถูกผูกติดอยู่กับภาพของนักการเมืองผู้เจนจัด แต่ในอีกมุมหนึ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ เส้นทางเศรษฐีขอพาไปส่อง “หลังบ้าน” ของว่าที่ผู้นำคนนี้ สู่เรื่องราวของ “คุณจ๋า-ธนนนท์ นิราษิท” หวานใจของเขา ที่มีอาณาจักรเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่จังหวัดระนอง ย้อนกลับไปช่วงที่นายอนุทินปฏิบัติภารกิจในฐานะรัฐมนตรี ได้มีโอกาสเดินทางมายังจังหวัดระนองบ่อยครั้ง และได้รับการแนะนำจาก ส.ส. ในพื้นที่ จนได้รู้จักและเริ่มคบหาดูใจกับคุณจ๋า ก่อนจะตัดสินใจเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา ร้านกาแฟ “จ่าจ้า คอฟฟี่” (JaJaa Coffee) ของเธอ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ธุรกิจส่วนตัว แต่ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนห้องรับรองแขกบ้านแขกเมือง และเคยเป็นจุดนัดพบสำคัญทางการเมืองเมื่อครั้งที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐา 1 เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการแบบสัญจรครั้งแรกที่จังหวัดระนอง ร้านแห่งนี้เคยทำหน้าที่เป็นสถานที่ต้อนรับและให้การดูแลอย่างใกล้ชิด สะท้อนให้เห็นว่าร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนี้มีความสำคัญมากกว่าที่ตาเห็น ร้าน “จ่าจ้
โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล จัดกิจกรรม “World Breastfeeding Week 2025” ภายใต้แนวคิด “Prioritise Breastfeeding : Create Sustainable Support Systems” เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างยั่งยืน พร้อมมอบโล่เกียรติคุณแก่คุณแม่ที่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ณ ห้องประชุมบัญชา ล่ำซำ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โดย นายแพทย์นิธิวัฒน์ กิจศรีอุไร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย แพทย์หญิงสมสิริ สกลสัตยาทร ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นวาระแห่งชาติ กล่าวถึงบทบาทของนโยบายระดับประเทศที่สนับสนุนให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นวัฒนธรรมที่ยั่งยืน โดยมี คุณภวิน เนื้อนุ้ย ผู้บริหาร แบรนด์ Mommy Booster ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์บำรุงน้ำนมแม่ ให้เกียรติร่วมงานในนามผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ นายแพทย์นิธิวัฒน์ กิจศรีอุไร กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ว่า “งานในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และเชิดชูเกียรติบุคคลต้นแบบในการเลี้ยงลูกที่ประสบความสำเร็จ โดยได้รับการสนับสนุนอย่าง
กระแส T-Beauty หรือผลิตภัณฑ์ความงามแบรนด์ไทย กำลังเป็นดาวรุ่งที่เติบโตอย่างร้อนแรง และถูกจับตามองว่าจะขึ้นแท่นซอฟต์พาวเวอร์ใหม่ที่พร้อมก้าวสู่เวทีสากล ด้วยมูลค่าตลาดสูงถึงกว่า 2.58 แสนล้านบาท โดยพบว่า ราวครึ่งหนึ่งของหญิงไทย (47.1%) เลือกซื้อสินค้าความงามผ่านช่องทางออนไลน์ และกว่า 70% กลับมาซื้อซ้ำ สะท้อนถึงศักยภาพของตลาดความงามออนไลน์ที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก การขยายตัวของตลาดส่งผลให้การแข่งขันทวีความดุเดือดไม่แพ้กัน และบนสังเวียนนี้เองที่แบรนด์ไทยอย่าง JOURNAL ได้พิสูจน์ความสำเร็จ ก้าวขึ้นเป็นแถวหน้าของวงการบิวตี้ไทย โดยมีหัวใจสำคัญคือการเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง ผสานกับกลยุทธ์ออนไลน์ที่ใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซ เพื่อเสริมแกร่งและยกระดับการตลาดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในสมรภูมิ “เรดโอเชียน” แห่งตลาดความงาม การได้เป็นหัวแถวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่แบรนด์บิวตี้อย่าง JOURNAL ที่แม้เพิ่งก่อตั้งได้เพียง 7 ปี แต่กลายเป็นดาวรุ่งที่สร้างความแตกต่างด้วยแนวคิด ‘Scent with Story’ เล่าเรื่องราวผ่านกลิ่นหอมที่หยิบแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไทย มาผสมผสานกับประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์อย่างลงต
ประเทศไทยเดินหน้าสร้างการรับรู้ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ในปี พ.ศ. 2569 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นการกลับมาจัดประชุมในไทยเป็นครั้งที่ 2 หลังจากเคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพเมื่อปี พ.ศ. 2534 นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของไทยในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในฐานะสมาชิกของประชาคมการเงินโลก โดยไทยมีจุดแข็งหลายด้าน ทั้งตำแหน่งที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มรดกทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย ทำให้ไทยมีศักยภาพในการเป็นเจ้าภาพการประชุมที่สำคัญนี้ ซึ่งการประชุมครั้งนี้นอกจากจะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการเงินโลกแล้ว ยังเป็นโอกาสให้ผู้แทนจากทั่วโลกได้มาสัมผัสกับอัธยาศัยไมตรีและเอกลักษณ์ของไทย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีระหว่างประเทศอย่างยั่งยืน ล่าสุดไทยได้เปิดตัวเว็บไซต์ทางการ ภายใต้ชื่อ www.am20
