เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
เปิด 5 งานออนไลน์ แค่ใช้ความถนัด ก็สร้างรายได้อย่างงาม ปัจจุบัน ตลาดแรงงานมีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทันต่อเทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ ก่อให้เกิดอาชีพใหม่ขึ้นมามากมาย อาทิ อาชีพออนไลน์ ยุคที่คนเราสามารถทำงานสร้างรายได้จากอินเตอร์เน็ต ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งอาชีพออนไลน์เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่มาจากความถนัดแทบทั้งสิ้น มาดูกันดีกว่าว่า ความถนัดของเรา สามารถทำเป็นอาชีพอะไรได้บ้าง 1. Online Educator หรือ ครูสอนออนไลน์ เป็นการเน้นขายสินค้าแบบ InfoProduct หรือการเน้นขายสินค้าที่มาจากความรู้และประสบการณ์ของตัวเอง 2. Online Consultant หรือ อาชีพที่ใช้ความรู้ของตัวเองให้คำแนะนำต่างๆ ซึ่งสิ่งที่นิยมกันมาก คือ การให้คำปรึกษาเรื่องการสร้างแบรนด์ นั่นเอง 3. DropShipper เป็นอาชีพการขายของออนไลน์แบบไม่ต้องสต๊อกสินค้า ที่เพียงแค่ติดต่อซัพพลายเออร์เพื่อขอราคาสินค้าพิเศษ และเรามีหน้าที่เพียงโปรโมตสินค้าให้คนเข้ามาซื้อผ่านเราเท่านั้น 4. Web Designer คนออกแบบหน้าตาเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย ซึ่งควรรู้วิธีการสร้างเว็บไซต์ เพื่อให้เราสามารถรับงานได้แบบ Full Service 5. Online Marketer ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์
พิษโควิด จำต้องปิดหน้าร้าน แซนด์วิชขวัญใจสายชีส เบนเข็มลุยออนไลน์ หั่นราคาขาย เก็บลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่โควิดระบาด ร้านรวงต่างๆ ก็พากันปิดหน้าร้าน ขยับเข้ามาขายผ่านออนไลน์กันมากขึ้น แต่บางร้านไปไม่ไหว ตัดใจปิดกิจการไปไม่น้อย ส่วนบางส่วนที่ยังพอสู้ไหว ก็จัดโปรโมชั่นแข่งเรียกลูกค้ากันให้พรึ่บ Holy Cheese เอง ก็เช่นกัน คุณลูกเกด-กัณฐาภรณ์ สุบรรณ ณ อยุธยา วัย 32 ปี หนึ่งในเจ้าของร้าน ได้คุยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า เดิมทีคุณลูกเกดเรียนจบจากคณะอักษร จุฬาฯ ไม่เคยทำธุรกิจใดมาก่อน แต่ยึดอาชีพเป็นแอร์โฮสเตสมาได้หลายปี เมื่อว่างจากไฟลต์บินหมด ก็เริ่มมองหางานอย่างอื่นทำ โดยเอาความชอบของตัวเองและ คุณเอ็ม-สิทธิพร ญาณวรุตม์วงศ์ ผู้เป็นเพื่อนสนิทเป็นที่ตั้ง จึงเกิดเป็นธุรกิจแซนด์วิชชีส Holy Cheese ขึ้น โดยทำเป็นร้านเล็กๆ ขายในตลาดนัดรถไฟรัชดาฯ เน้นขายเมนูที่มีชีสเป็นหลัก โดยปัจจุบัน เปิดขายมาแล้วกว่า 6 ปี “คือด้วยอาชีพทำให้เราเป็นคนเดินทางบ่อย และเป็นคนชอบกิน แล้วเรามีเพื่อนเป็นบล็อกเกอร์ เขาก็สายกินเหมือนกัน ก็เลยได้มาคุยกันว่า อยากทำร้านด้วยกันโดยเอาความชอบของพวกเราเป็นที่ตั้ง ซึ่งก็คื
ทนพิษโควิดไม่ไหว! Chu ร้านอาหารดังย่านอโศก เตรียมปิดกิจการสิ้นเดือน ตัดพ้อ ไม่เคยได้รับความเห็นใจจากผู้ให้เช่า-รัฐบาล เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2564 เพจ Chu ที่ตั้งอยู่ย่านอโศก ร้านอาหารดังย่านอโศก ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเป็นข้อความภาษาอังกฤษ เรื่องการเตรียมปิดร้าน หลังจากเปิดให้บริการมากว่า 10 ปีครึ่ง มีเนื้อหาแปลโดย มติชนออนไลน์ ใจความว่า สัปดาห์นี้ ร้านอาหารของเราที่เปิดให้บริการที่อาคาร เอ็กซ์เชนจ์ ทาวเวอร์ กำลังจะปิดตัวลง พวกเราไม่เคยจินตนาการถึงวันนี้มาก่อนว่าจะมาถึงวันนี้ หลังจากที่เราอยู่ที่นี่มาเนิ่นนาน หลังจาก 14 เดือนที่ผ่านมา เราได้พยายามพยุงลมหายใจของพวกเรา และมีความหวัง ว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะดีขึ้น หรือรัฐบาล หรือผู้ให้เช่า จะเห็นอกเห็นใจในสถานการณ์ที่พวกเราทั้งหมดในอุตสาหกรรมนี้กำลังเผชิญอยู่ แต่เรื่องดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้น แม้กระทั่งตอนนี้ ที่พวกเราได้โพสต์เฟซบุ๊กอยู่ ก็เจอกับการห้ามรับประทานในร้านอาหาร ทำให้รู้ว่าเราคงไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ เราจะเปิดให้บริการจนถึงวันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคมนี้ พวกเรารู้สึกภูมิใจกับสิ่งต่างๆ ที่เราได้สร้างสรรค์ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา และรู้สึกมีคว
เข้าท่า บริการ พาผู้สูงอายุไปฉีดวัคซีน ตัดปัญหาที่จอด ลูกหลานไม่ว่าง เพจ Go MAMMA บริการรถรับส่ง-แท็กซี่สำหรับผู้สูงอายุ ออกแพ็กเกจ เปิดให้จองรถเพื่อ พาผู้สูงอายุไปฉีดวัคซีน โดยให้เหตุผลเพื่อคลายความกังวลให้กับผู้สูงอายุระหว่างการเดินทาง ตัดปัญหาการวนหาที่จอดรถ หรือ ไม่มีใครไปเป็นเพื่อน โดยในแพ็กเกจ ประกอบด้วย การเดินทางเพื่อฉีดวัคซีนไป-กลับ 2 ครั้ง ค่าบริการ 980 บาท จากปกติ 1,178 บาท นอกจากนี้ยังมีบริการพิเศษ ประกอบด้วย ทีมคนขับ/ผู้ดูแล ที่คัดเลือกและผ่านการอบรมดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะ สามารถช่วยชีวิตเบื้องต้น เคลื่อนย้ายและมีความรู้ด้านจิตวิทยาผู้สูงอายุ สามารถประสานงานกรณีเหตุฉุกเฉิน ลูกหลาน สามารถเช็กการเดินทางกับคนขับได้ และยังมีมาตรการรักษาความสะอาดด้วย .สำหรับเงื่อนไขการใช้บริการ อาทิ ไม่รวมค่ามิเตอร์แท็กซี่ตามระยะทางจริง ค่าบริการรอเกิน 3 ชม. ชม.ละ 100 บาท ต้องจองล่วงหน้า 24 ชม. พร้อมแสดงหลักฐานนัดฉีดวัคซีน ให้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าบริการกรณีเดินทางไม่ครบ 2 ครั้ง ในเวลาที่กำหนด และะมีการจำกัดจำนวนเที่ยวให้บริการต่อวัน “หมดเขตซื้อแพ็กเกจ 30 มิ.ย 64
หนุนชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน ยกระดับกรรมวิธีขายอาหาร พึ่งพาตนเอง ชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน เป็นชุมชนแออัดย่านใจกลางเมือง ตั้งอยู่บนที่ดินการรถไฟ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร บนเนื้อที่เล็กๆ ที่มีตึกสูงใหญ่ล้อมรอบแห่งนี้ มีผู้คนลงหลักปักฐานอยู่ราว 1,800 คน ทำเลที่ตั้งของชุมชนอยู่ใกล้ย่านธุรกิจการค้า และอาคารสำนักงาน ทั้งตลาดประตูน้ำ สถานีรถไฟฟ้าชิดลม ซอยนานา รวมถึงตลาดนีออน เรียกได้ว่าเป็นทำเลที่คึกคักและเต็มไปด้วยผู้คน โดยเฉพาะคนทำงานและนักท่องเที่ยว คนวัยทำงานชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบ ส่วนหนึ่งประกอบอาชีพค้าขายอาหารตามตลาด และริมทางย่านการค้าบริเวณไม่ไกลจากชุมชน บางส่วนประกอบอาชีพค้าขาย เป็นลูกจ้างร้านขายเสื้อผ้า (ตลาดประตูน้ำ) ขับรถรับจ้าง ไม่ก็เป็นลูกจ้าง รับจ้างทำงานทั่วไปตามสถานประกอบการ อย่างไรก็ตาม คำว่า “คึกคักเต็มไปด้วยผู้คน” ใช้ไม่ได้อีกแล้วกับพื้นที่ละแวกนี้ เมื่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 เข้ามาคืบคลาน จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเป็นศูนย์ สถานประกอบการ กิจการร้านรวงต่างๆ หลายแห่งได้รับผลกระทบจนต้องปิดกิจการ ผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นโดมิโน คือ การตกงานและ
เซเว่นอีเลฟเว่น กองหนุน SME ภารกิจช่วยเหลือผู้ประกอบการ รายกลาง-รายเล็ก คุณยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล กรรมการผู้จัดการ (ร่วม) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่นอีเลฟเว่น และเซเว่น ดีลิเวอรี่ กล่าวว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยมาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีข้อจำกัดเรื่องความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในเรื่องเงินทุนและความรู้ในการประกอบธุรกิจ ประกอบกับการได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์โควิด-19 ยิ่งเป็นการซ้ำเติมความยากลำบาก ดังนั้น ซีพี ออลล์ ในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจภายใต้ปณิธานร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน จึงริเริ่มโครงการ “เซเว่นอีเลฟเว่น กองหนุน SME” ขึ้น โครงการ เซเว่นอีเลฟเว่น กองหนุน SME ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์หลัก คือ กองหนุนองค์ความรู้ เป็นการจัดอบรมและถ่ายทอดความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งเรื่อง คุณภาพสินค้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ การตลาด การจัดการต้นทุน การผลิต ตลอดจนความรู้เฉพาะทางตามประเภทธุรกิจ กลยุทธ์ต่อมาคือ กองหนุนความร่วมมือ โดยซีพี ออลล์ จะทำหน้าที่เป็นสะพานในการสร้างความ
โรคระบาดหรือโรคลำบาก อาชีพใด เดือดร้อนหนัก จากการเว้นระยะห่าง คณาจารย์สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ศ.ดร.เกื้อ วงศ์บุญสิน เขียนบทความ ในหัวข้อ โรคระบาดหรือโรคลำบาก มีข้อมูลน่าสนใจ ระบุว่า ไวรัสโควิด-19 ไม่เพียงแต่เป็นจุดเริ่มต้นของโรคระบาดที่แพร่เชื้ออย่างรวดเร็วและรุนแรงให้แก่ผู้คนมากมายทั่วโลก แต่ยังเป็นโรคที่สร้างความลำบาก หรือ “โรคลำบาก” ของใครหลายๆ คน จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เรียกกันว่า “social distancing” หรือ “การเว้นระยะห่างทางสังคม” ซึ่งความลำบากนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่ของโลก และของประเทศไทยจากการที่ธุรกิจและอาชีพบางประเภทต้องประสบกับความยากลำบากอย่างแสนสาหัสในการใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม อีกทั้งในปัจจุบัน การเข้าถึงวัคซีนของคนทั่วโลกยังมีความยากลำบาก ทำให้มีโอกาสที่จะต้องอยู่กับวิกฤตโควิด-19 ไปอีกนาน สำหรับอาชีพใดบ้างที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม คณาจารย์สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ เจ้าของบทความครั้งนี้ ระบุว่า สำหรับหลายอาชีพ การเว้นระยะห่างทางสังคม เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก หากอ้างอิงงานว
ช่างนินจา ช่างปูนปั้น ทำงานไม่ได้ค่าแรง เพราะค่าแรงของเขา คือ ความสุข ถึงจะเป็นช่วงโควิดระบาดครั้งที่ 3 แต่ผมก็อดจะออกจากบ้านไปเที่ยวไม่ได้ เพียงแต่เลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่เงียบๆ มีคนไปเที่ยวน้อย การได้ไปเที่ยวในช่วงที่ว่านี้ นอกจากได้ที่พักราคาถูกแล้ว ยังได้เห็นธรรมชาติที่สวยงามเบิกบานด้วย จะถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ก็เห็นวิวได้ชัดเจน ไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ มายืนบดบังสายตา สถานที่ที่ผมเลือกไปท่องเที่ยวอยู่ที่อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ที่เลือกที่นี่ เพราะทราบมาก่อนว่าเป็นเมืองอยู่บนที่ราบของยอดเขา คล้ายๆ กับยอดภูกระดึง จึงทำให้อากาศดี ทั้งๆ ที่เป็นปลายฤดูร้อน แต่พอตื่นมาตอนเช้าก็จะพบกับอากาศหนาว จนต้องใส่เสื้อหนาว พอถึงเวลาเที่ยง อากาศพอดีเหมือนนั่งอยู่ในห้องแอร์ แต่ที่นี่ดีกว่าห้องแอร์ เพราะสายตาสามารถมองไปรอบๆ ได้ 360 องศา ไปยังท้องทุ่งที่ปลูกพืชไร่กว้างไกลสุดตา ทำให้ไม่อึดอัดเหมือนอยู่ในห้องแอร์ เมื่อเป็นอย่างนี้ จึงไม่จำเป็นต้องนั่งรถไปเที่ยวที่ไหน แค่พักผ่อนอยู่ที่รีสอร์ตก็สบายแล้ว และไม่ต้องห่วงว่าจะติดโควิดจากใครด้วย เพราะมีคนมาพักที่รีสอร์ตเพียงไม่กี่หลังเท่านั้น บังเอิญว่า ในวั
ธุรกิจแต่งหน้า ทำผม คึกคักท่ามกลางไวรัส หนุ่มญี่ปุ่น แห่เมกอัพเสริมหล่อ โควิด-19 ส่งผลให้ธุรกิจล้มหายตายจากไปมากมาย ขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสให้กับหลายๆ ธุรกิจชนิดที่คาดไม่ถึง สำนักข่าวเอพี หยิบยกกรณีของ “ทาคุมิ เทสึกะ” เจ้าของธุรกิจเสริมความงามและทำผมในกรุงโตเกียว ที่กลับมีลูกค้าเพิ่มขึ้น ทั้งๆ ที่เกิดการระบาดของไวรัส น่าสนใจว่า ลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการร้าน “อิเกเมน-เวิร์กส์” (Ikemen-Works) ของ “เทสึกะ” เป็นชายหนุ่มรุ่นใหญ่ ทั้งกลุ่มอายุ 40 ปี 50 ปี และ 60 ปี ซึ่งก่อนหน้าการระบาดของไวรัส หนุ่มๆ เหล่านี้ไม่ค่อยได้สนใจการเสริมหล่อกันสักเท่าไร เหตุผลที่ลูกค้ากลุ่มนี้หันมาใส่ใจเรื่องนี้มากขึ้น เพราะต้องการให้ตัวเองดูดีในระหว่างที่ต้องประชุมออนไลน์ “ชิโซโด้” บริษัทผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลของญี่ปุ่น ระบุว่า ผลิตภัณฑ์แต่งหน้าสำหรับผู้ชายขยายตัวในระดับเลข 2 หลัก ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากใบหน้าของหนุ่มๆ จะปรากฏอยู่ตลอดในระหว่างการประชุมออนไลน์ พวกเขาก็เลยอยากได้เวอร์ชั่นที่ดูดีขึ้น “เทสึกะ” บอกว่า ก่อนหน้านี้ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ชายวัยรุ่นและกลุ่มอายุ 20-29 ปี แต่พอการระบาดทำให้ผู
ธุรกิจยังไปต่อ! หมูปิ้ง เฮียนพ โควิดชะงักนิดหน่อย แต่ออร์เดอร์ปังเหมือนเดิม เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกับ เฮียนพ-ชวพจน์ ชูหิรัญ เจ้าของหมูปิ้งเฮียนพ ผู้สร้างตัวเองจากวินมอเตอร์ไซค์ สู่เถ้าแก่โรงงานหมูปิ้งยอดขายวันละล้าน ถึงสถานการณ์การค้าขายในยุคนี้ เขาพูดคุยสั้นๆ ว่า ธุรกิจหมูปิ้ง ยังค้าขายได้ปกติ อาจมีกระทบบ้าง แต่ไม่ได้หนักอะไร เพราะมีลูกค้าอยู่หลายกลุ่ม ทั้งลูกค้าที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดนัด ตัวแทนจำหน่าย โมเดิร์นเทรด และทำส่งออก ซึ่งกระทบเพียงกลุ่มลูกค้าที่เป็นพ่อค้าแม่ขายตลาดนัดเท่านั้น ตีเป็นเปอร์เซ็นต์ยอดที่หายไปได้ประมาณ 20-30% ส่วนตลาดกลุ่มอื่นๆ ยังค้าขายได้ปกติ เพราะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัย 4 ที่มนุษย์ยังต้องบริโภค นอกจากนั้น ช่วงนี้มีคนเข้ามาติดต่อเพื่อจ้างผลิตสินค้าเป็นของตัวเอง ทำให้มีรายได้จากธุรกิจนี้เช่นกัน “ตอนนี้ยังพอหมุนเวียนได้ ออร์เดอร์ยังมีอยู่ แค่ไม่เท่าก่อนมีโควิด ตลาดส่งออก ช่วงโควิดแรกๆ ชะงักไป 2-3 เดือนเหมือนกัน ที่ลาวกับกัมพูชา เขาปิดประเทศไม่ให้ใครเข้า แต่หลังๆ อนุโลมให้รถสินค้าเข้าได้ เพราะของกินของใช้บ้านเขานำเข้าจากไทยนี
