เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
6 เรื่องควรรู้! โอกาสรอดของอาชีพ “สถาปนิก” ในยุค “น่าเป็นห่วง” สถาปนิก เป็นอาชีพที่ไม่ต่างจากอาชีพอื่นๆ ที่เป็นได้ทั้งพนักงานกินเงินเดือน freelance รับงานอิสระ เปิดบริษัทตัวเอง หรือร่วมงาน project base จะประสบผลสำเร็จในสายอาชีพหรือจะล้มเหลวในยุค Disruption และ COVID-19 นี้ นอกจากสถาบันการศึกษาในฐานะผู้สอน ผู้ให้ความรู้ต้องปรับตัวแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดคือจำเป็นต้องปลูกฝังให้ผู้เรียนมีความรู้นอกเหนือจากที่เรียนมา แล้วความรู้ ที่ควรจะมีติดตัวสำหรับเหล่าว่าที่สถาปนิกในอนาคตควรจะเป็นแบบไหน หรือต้องเพิ่มเติมองค์ความรู้อะไรเพื่อออกไปเผชิญโลกภายนอก จึงอยากแนะนำให้เพิ่มเติมสิ่งเหล่านี้ 1.เข้าใจธุรกิจ สถาปนิกหลายคนมีความสามารถ ฝีมือดี ผลงานเด่น มีความตั้งใจสูง บางคนยิ่งทำยิ่งเจ็บตัว ไม่คุ้มเมื่อเทียบกับความทุ่มเทจนต้องออกมาทำอาชีพเสริมหรือจำใจเปลี่ยนสายงานที่รายได้ดีกว่า ทีนี้ลองคิดวิเคราะห์ต้นทุนการออกแบบว่า ความคิดและเวลาการลงทุน คือ สถานที่ เครื่องมือ และ เงินเดือนพนักงาน ถ้ารู้จักสร้างสมดุลยภาพของ time cost manpower ได้ มีผลงานดีถือว่าเป็นอาชีพที่ผลตอบแทนสูงเลยทีเดียว 2.ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด ส
“พี่ LINE MAN” ห่วงโซ่แห่งโอกาสและความภูมิใจของบริการฟู้ดดีลิเวอรี่ LINE MAN ท่ามกลางการเติบโตของธุรกิจฟู้ดดีลิเวอรี่ ที่พาให้ทั้งผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น และร้านอาหารเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน “พนักงานขับ” หรือ ไรเดอร์ ก็เป็นอีกอาชีพที่เติบโตและมีบทบาทสำคัญบนห่วงโซ่ธุรกิจฟู้ดดีลิเวอรี่ในฐานะ Touchpoint ผู้มอบคุณภาพบริการโดยตรงกับลูกค้า จนกระทั่งช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าพนักงานขับส่งอาหารกลายเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่โตสวนทางกับอาชีพอื่น จากความต้องการใช้งานของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จนเกิดเป็นโอกาสทางอาชีพครั้งสำคัญของเมืองไทย ที่เมื่อได้มองลึกลงไปแล้ว พบว่านอกจากจะสร้างรายได้จนเป็นอาชีพหลัก ก็ยังมีมุมมองของความภูมิใจในอาชีพที่คนนอกอาจไม่รู้ เช่นเดียวกันกับ “กฤตธี ยังเฟื่องมนต์” นักบินจากสายการบินภายในประเทศแห่งหนึ่ง วัย 36 ปี ซึ่งเคยทำอาชีพพนักงานขับส่งอาหารมาก่อนหน้าจะเป็นนักบินเมื่อ 4 ปีก่อน ก็เลือกจะกลับมาเป็นพนักงานขับ LINE MAN อีกครั้ง เพื่อหารายได้ในช่วงที่สายการบินต้องหยุดพักจากโควิด-19 “ตอนนั้นผมต้องการมองหาอาชีพเสริมที่อิสระ และผมมีมอเตอร์ไซค์และโทรศัพท์มือถื
ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศ เคาะวันหยุดพิเศษ 4 วัน เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกประกาศ กำหนดวันหยุดชดเชยวันสงกรานต์ของสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2563 กำหนดให้วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2563 เป็นวันหยุดราชการชดเชยวันสงกรานต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย พิจารณาแล้วเห็นสมควรกำหนดให้ วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2563 เป็นวันหยุดทำการของสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
ราศีพฤษภ (14 พฤษภาคม-13 มิถุนายน) งานมากขึ้น เดินทางมากขึ้น ยิ่งเป็นรายได้ก้อนใหม่ ดวงเศรษฐี ราศีพฤษภ – งานในช่วงนี้มีการเปิดหน้างานมากขึ้น รวมถึงการเดินทางก็มากขึ้นตาม แต่ให้รู้ไว้ยิ่งหน้างานมาก เดินทางมากขึ้น ยิ่งเป็นรายได้เป็นลาภก้อนใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นทั้งในตอนนี้และอนาคต อีกประการ คุณเปิดตัวเองมากขึ้น คนรู้จักหน้าใหม่ก็มากขึ้น ทำให้กิจกรรมสิ่งใดที่ทำอยู่เจริญก้าวหน้าขึ้นเช่นกัน ระวังในเรื่องของเอกสาร สัญญาและการกระทบกระทั่งในเรื่องคำพูด การรับปากที่ไม่มีเอกสารสัญญากำกับ มีเหตุให้เกิดความผิดพลาด ไม่เป็นไปตามข้อตกลงได้ ติดขัดสิ่งใดผู้ใหญ่ยังให้ความช่วยเหลือได้ การเงินของ ดวงเศรษฐี ราศีพฤษภ ยิ่งหน้างานหรือการที่คุณพูดกับคนในเรื่องของสินค้าและบริการของคุณมากขึ้น ยิ่งเป็นรายได้เข้ากระเป๋ามากขึ้นเท่านั้น ความรัก ใกล้ชิดเจอหน้ากันมากขึ้น แต่ระวังในส่วนของการพูดจาระหว่างกัน สุขภาพระวังเจ็บคอ เส้นเสียงอักเสบครับ อ่านดวงเศรษฐีราศีอื่นๆ เลขมงคลประจำเดือนนี้ เลข 8 เลข 2 และเลข 9 ควรเว้น เลข 4 สิ่งมงคลที่ควรกราบไหว้บูชาประจำเดือนนี้ พระพุทธชินราช และ พระสีวลีมหาเถระ เรื่องที่ควรระวังเป็น
บิ๊กซี เปิดบริการ “สังฆทาน ดีลิเวอรี่” ตอบสนองชีวิต New Normal ในช่วงเข้าพรรษา บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ห้างคนไทยหัวใจคือลูกค้า ขอเป็นสะพานบุญเชื่อมระหว่างลูกค้าและวัด เปิดบริการ “สังฆทาน ดีลิเวอรี่” ภายใต้แคมเปญ “ตัวห่างไกล (วัด) ใจไม่ห่างบุญ” อำนวยความสะดวกบริการส่งสังฆทานที่ลูกค้าซื้อไปถวายที่วัดให้กับลูกค้าและติดตามการถวายสังฑทานได้ทางเฟซบุ๊กของสาขา เพื่อตอบสนองชีวิตแบบ New Normal วิถีใหม่ของคนไทย พร้อมชูจุดเด่นสังฆทานสดใหม่ทุกวัน จัดโปรโมชั่นแรง สังฆทานชุดละ 299 บาท และสินค้าซื้อ 1 แถม 1 คุณวิภาดา ดวงรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่ม บีเจซี เปิดเผยว่า “บิ๊กซี เปิดบริการ “สังฆทาน ดีลิเวอรี่” ภายใต้แคมเปญ “ตัวห่างไกล (วัด) ใจไม่ห่างบุญ” นำเสนอสินค้ากลุ่มเทียนพรรษา สังฆทานและของใช้สำหรับพระสงฆ์ครบครัน ชูจุดเด่นสังฆทานด้านการมีสินค้าให้เลือกสรรหลากหลาย จัดใหม่ทุกวัน โดยให้ความสำคัญในเรื่องของดีมีคุณภาพและถูกต้องตามพระธรรมวินัย เพื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรมทางศาสนาในช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษา พร้อมเสริมบริการถวายสังฆทานถึงวัดช่วย
ราชกิจจาฯ ออกประกาศ ขยายเวลาควบคุมการส่งออกหน้ากากอนามัย ถึง 3 ก.พ. ปีหน้า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้ออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 17 พ.ศ. 2563 เรื่องขยายระยะเวลาการควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งหน้ากากอนามัย ตามที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้ออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2563 เรื่องการควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งหน้ากากอนามัย ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2563 เรื่องการควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งหน้ากากอนามัยเพิ่มเติม ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 และประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 16 พ.ศ. 2563 เรื่องการควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งหน้ากากอนามัยเพิ่มเติม ลงวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2563 กำหนดห้ามมิให้บุคคลใดส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งหน้ากากอนามัย เว้นแต่จะได้รับหนังสืออนุญาตจากเลขาธิการ ตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการบูรณาการการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรั
การบินไทยแต่งตั้ง ‘ชาญศิลป์ ตรีนุชกร’ นั่งรักษาการดีดีบินไทยคนใหม่ มีผล 2 ก.ค. วันที่ 1 ก.ค. 2563 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งพิเศษที่ 13/2563 โดยมี พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานการประชุม ซึ่งในการประชุมดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการลาออกจากตำแหน่งรักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ของ นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล โดยยังคงดำรงตำแหน่ง รองประธานกรรมการคนที่ 2 ของบริษัทฯ และแต่งตั้ง นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการบริษัทฯ ดำรงตำแหน่ง รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อีกตำแหน่งหนึ่ง ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป
ปศุสัตว์ ยืนยัน หมูไทยปลอดภัย ผลิตได้มาตรฐานระดับสูง ขอ ปชช.อย่าตื่นตระหนก จากกระแสข่าวการพบร่องรอยการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในประเทศจีน ที่ระบุว่าเป็น “ไข้หวัดหมู” หรือชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า G4 EA H1N1 นั้น กรมปศุสัตว์ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าสถานการณ์ของไวรัสชนิดนี้ไม่น่ากังวล เนื่องจากประเทศไทยได้มีการเฝ้าระวังและติดตามการระบาดของโรคในภาคปศุสัตว์มาอย่างต่อเนื่อง และสุ่มตรวจหาเชื้อในสัตว์มาโดยตลอด ซึ่งยังไม่มีการพบไวรัสชนิดนี้แต่อย่างใด นอกจากนี้ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าเชื้อ H1N1 นั้นเป็นโรคไข้หวัดที่เกิดขึ้นในหมู ซึ่งไม่ถูกต้อง เนื่องจากคำว่า “ไข้หวัดหมู” (Swine Influenza) ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหมูแต่อย่างใด แต่เป็นคำที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ใช้เรียกไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่มีการระบาดเมื่อปี 2552 ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A H1N1” หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” จึงขอประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับข่าวดังกล่าว เนื่องจากอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในไทยได้มาตรฐานสากล มีความปลอดภัยทางอาหารระดับสูง และสามารถป้องกันโรคระบาดได้อย่าง
อนุทิน ย้ำคลายล็อกเฟส 5 การ์ดอย่าตก หากพบติดเชื้อ เจ้าของกิจการต้องรับผิดชอบ วันที่ 1 ก.ค. 2563 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศนานกว่า 1 เดือน เป็นผลจากการทำงานของทุกหน่วยงาน และประชาชน รวมทั้งระบบสาธารณสุขที่มีความเข้มแข็ง ทำให้ ศบค. มั่นใจ นำไปสู่การผ่อนคลายระยะที่ 5 เพื่อให้การดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพ ฟื้นฟูธุรกิจ เศรษฐกิจให้กลับคืนมามากที่สุด มีการเปิดโรงเรียน สถานบันเทิง เปิดรับชาวต่างชาติเข้าประเทศในกลุ่มที่จำกัด คนไทยกลับบ้าน ทำให้มีโอกาสพบผู้ติดเชื้อในประเทศได้ จะต้องค้นหา ป้องกันควบคุมจัดการให้ได้ หากมีผู้ป่วยต้องนำเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดการระบาด สร้างความเชื่อมั่นและจะไม่ปิดประเทศเช่นที่ผ่านมาหากประชาชนให้ความร่วมมือ การ์ดอย่าตก นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ได้เน้นย้ำหลักการสำหรับสถานบันเทิง และโรงเรียน ซึ่งเป็นที่ที่มีการรวมกลุ่มกัน ให้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานและเลขานุการของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายในการควบคุม โดยร่วมกับผู้ว่า
กสทช. ลงนาม MOU ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬา 5 รายการสำคัญให้คนไทยดูฟรี! วันที่ 30 มิ.ย. 2563 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติจำนวน 5 รายการ ระหว่างสำนักงาน กสทช. กับ การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยสำนักงาน กสทช. สนับสนุนค่าใช้จ่ายจำนวน 240 ล้านบาท ให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อสมทบในการซื้อลิขสิทธิ์รายการกีฬา จำนวน 5 รายการ ได้แก่ การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2020 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น การแข่งขันโอลิมปิกเยาวชนฤดูหนาว 2020 ณ เมืองโลซาน สมาพันธรัฐสวิส การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2022 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน และการแข่งขันโอลิมปิกเยาวชนฤดูร้อน 2022 ณ กรุงดาการ์ สาธารณรัฐเซเนกัล และเอเชียนเกมส์ 2022 ณ เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยการลงนามดังกล่าวนับเป็นภารกิจสุดท้ายในตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ของนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ “การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถรับชมและเข้าถึงการถ่ายทอดสดรายการกีฬาสำคัญทั้ง 5 รายการไ
