เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
ปรับตัวแบบยุคโควิด! ครูสาวสายแฟชั่น ยอมหั่นกระเป๋าแบรนด์ ทำ “หน้ากากผ้า” หน้ากากผ้าจากกระเป๋าแบรนด์เนม – ปัจจุบัน ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เงียบเหงา ผู้คนไม่ค่อยอยากออกนอกบ้าน ทำให้บรรยากาศตามย่านต่างๆ ทั้งห้าง ตลาด สถานประกอบการหลายๆ แห่ง ต่างซบเซาลงไปถนัดตา ด้านออนไลน์เอง นอกจากฟู้ดดีลิเวอรี่แล้ว ก็เงียบเหงาลงเช่นกัน หากใครยังจำกันได้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เคยนำเสนอเรื่องราวของ คุณเจี๊ยบ-สุนิสา เอกวิทยาเวชนุกูล ผู้เปิดธุรกิจแนวใหม่อย่าง “สอนดูกระเป๋าแบรนด์เนมแท้-ปลอม” (อ่านเรื่องก่อนหน้า คลิก) ที่ได้รับผลตอบรับดีจากสาวกแบรนด์เนมและพ่อค้าแม่ค้าเป็นอย่างมาก แต่วันนี้ธุรกิจที่เคยได้รับผลตอบรับอย่างล้นหลามเมื่อวันวานนั้นเปลี่ยนไป เมื่ออยู่ในยุคที่ไวรัสโควิด-19 นั้นแพร่ระบาด คุณเจี๊ยบ เล่าว่า ธุรกิจตอนนี้เงียบมาก เพราะสถานประกอบการต่างๆ ที่มีคนเยอะๆ ได้ถูกสั่งปิดชั่วคราว ทำให้เธอไม่สามารถทำการเรียนการสอนได้ “นอกจากเปิดโรงเรียนสอนดูแท้ปลอมแล้ว ครูก็ขายกระเป๋าด้วยค่ะ ทีนี้จุดเริ่มต้นมันมาจากเศรษฐกิจมันไม่ค่อยดี กระเป๋าก็ขายไม่ค่อยได้ พอมาโควิดที่คนรณรงค์ให้อ
เปิด 6 ของใช้ใกล้ตัว แหล่งสะสมเชื้อโรค บางอย่างมีเชื้อโรคกว่าแสนตัว! ยิ่งช่วงโควิด-19 แบบนี้ ยิ่งต้องรักษาความสะอาด ไม่ใช่แค่เฉพาะการล้างมือป้องกันการนำเชื้อโรคเข้าปากเข้าตาเท่านั้น แต่ของใช้ในชีวิตประจำวันก็ควรได้รับการทำความสะอาดเพื่อลดการสะสมเชื้อโรคเหมือนกัน เพจ ศิริราช เผยแพร่ข้อมูลความรู้ ของใช้ 6 อย่าง ที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ซึ่งบางอย่างเป็นของใช้ประจำวันที่มีเชื้อโรคสะสมอยู่กว่าแสนตัวเลยทีเดียว! 1.โทรศัพท์มือถือ : ของใช้ในชีวิตประจำวันที่นำโด่งมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยเชื้อโรคก็มาจากมือของเราที่หยิบจับนี่แหละ! โดยเชื้อโรคจะอยู่ตามซอกหลืบฝ่ามือ ซึ่งเป็นจุดที่ง่ายต่อการเพาะเชื้อ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราควรล้างมือบ่อยๆ นั่นเอง 2.รีโมททีวี : รีโมททีวีเป็นสิ่งของในบ้านที่เราหยิบใช้กันบ่อยๆ มีการสัมผัสเปลี่ยนมือกันไปหลากหลาย ด้วยความที่มันไม่ค่อยได้รับการทำความสะอาดนี่แหละ จึงเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดีอีกอย่างหนึ่งเลยแหละ 3.เหรียญและแบงก์ : ถือเป็นอีกหนึ่งของใช้ที่มีการสัมผัสผ่านมือมาหลากหลายมือ และไม่ค่อยมีคนทำความสะอาดของพวกนี้ โดยเหรียญและแบงก์ มีเชื้อโรคสะสมอยู่ราวๆ 1 แสนตัวเลยทีเดี
“น้ำยากำจัดแมลง” สูตรไร้สารตกค้าง ทำเองได้ ใช้แค่ของในครัว น้ำยากำจัดแมลง – วิธีกำจัดเเมลงต่างๆ อาทิ มด ปลวก เพลี้ย วิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุดคงหนีไม่พ้น ยาฉีดฆ่าแมลงหลากหลายยี่ห้อที่มีขายตามห้างสรรพสินค้า แต่ผู้บริโภคก็ต้องแบกรับปัญหาสุขภาพ จากละอองหรือสารเคมีที่ไม่ได้ตั้งใจสูดดมเข้าร่างกายด้วยเช่นกัน เว็บไซต์ Bit Core Tech ได้แชร์สูตรน้ำยากำจัด ปลวก มด และเเมลง ที่ทำได้เองจากของใช้ในบ้าน ซึ่งเป็นสูตรที่ไม่ทิ้งสารตกค้าง และไม่ส่งผลต่อสุขภาพ โดยอุปกรณ์และวิธีทำมีดังนี้ สิ่งที่ต้องเตรียม 1. น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ 2. เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ 3. ยาเส้น 2 กำมือ 4. ข่าแก่ 1 กำมือ 5. น้ำเปล่า ขั้นตอนการทำ ขั้นตอนแรก ให้นำข่าแก่ที่เตรียมไว้ นำมาหั่นเป็นแว่นๆ ใส่ลงไปในหม้อ 2. จากนั้นก็เทน้ำเปล่าลงไป ให้พอท่วมข่าก็พอ แล้วใส่ยาเส้นตามลงไป โดยกดให้ยาเส้นจมลงไปในน้ำให้หมด 3. นำหม้อขึ้นตั้งไฟ แล้วต้มจนเดือด เคี่ยวส่วนผสมทั้งหมดจนน้ำกลายเป็นสีน้ำตาล ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที 4. เมื่อต้มเสร็จแล้ว ก็พักให้เย็นตัว จากนั้นก็กรองเอาแต่น้ำมาใช้ 5. นำน้ำที่กรองไว้ใส่ขวดสเปรย์ ปริมาณ 7 ช้อนโต๊ะ จาก
“ธนกร” เผย คลังจ่ายเยียวยาบัตรคนจน คนละ3,000 พร้อมเตรียมช่วยเหลือต่อ นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข่าวความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาผู้ถือบัตรคนจน หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ดร. ธนกร วังบุญคงชนะ โดยเผยว่า กระทรวงการคลังยังคงเดินหน้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 1.14 ล้านคน เดือนละ 1000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฏาคม 2563 รวมเป็นเงิน 3000 บาทต่อคน โดยเงินจะเข้าบัญชีในวันที่ 4 ก.ค.นี้ โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะต้องไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา33 ของสำนักงานประกันสังคม อีกทั้งยังไม่เคยได้รับความช่วยเหลือเยียวยาจากโครงการใดๆของรัฐ นายธนกร กล่าวอีกว่า ในส่วนของการรับเรื่องราวร้องทุกข์ที่กระทรวงการคลังและทั่วประเทศนั้น มีมากกว่า 2 ล้านฉบับ ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้ดำเนินการตรวจสอบคัดกรองใกล้จะเสร็จทั้งหมดแล้ว กระทรวงการคลังจะหามาตรการช่วยเหลือต่อไป อย่างไรก็ตาม ที่
มาแล้ว ร่างมติเห็นชอบ “ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางออนไลน์ทุกรูปแบบ!” เว็บไซต์ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข่าว นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ครั้งที่ 17 (ครั้งที่ 1/2563) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการหรือในลักษณะการขายทางอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มีการขายเครื่องดื่มทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น โดยเฉพาะในสื่อออนไลน์ มีการขายพร้อมโปรโมชั่นพิเศษและจัดส่งให้ถึงหน้าบ้าน โดยไม่มีข้อจำกัดด้านอายุ เวลา และสถานที่ ส่งผลให้ผู้บริโภค โดยเฉพาะเยาวชน นักดื่มหน้าใหม่เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ง่ายยิ่งขึ้น การบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ทำได้ยาก ร่างประกาศฯ ฉบับนี้ จึงห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านช่องทางออนไลน์ทุกรูปแบบ ซึ่งจะมีเวลาให้ปรับตัว 90 วัน ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า แม้ร่างประกาศฯ ฉบับนี้จะห้ามขายผ่านออนไลน์ แต่มีข้อยกเว้นสำห
กรมบัญชีกลาง แจง “ยังไม่มีการยกเลิก-ลดเงินบำนาญ” เพจ สถานีข่าว กระทรวงการคลัง เผยข่าว นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่มีข้อความเผยแพร่ตามสื่อต่าง ๆ และอ้างถึงการยกเลิกเงินบำนาญว่า “ข่าวใหม่ที่คนรับบำนาญน่าจะรับทราบไว้ก็ดี คือ กระทรวงการคลัง เริ่มโยนหินถามทางแล้ว คือคิดจะลดเงินของข้าราชการบำนาญลง เหมือนกับต่างประเทศที่หักดิบยกเลิกเงินบำนาญ ด้วยเหตุผลว่า พวกข้าราชการบำนาญไร้ประโยชน์….” ซึ่งเป็นการแชร์ข้อมูลที่บิดเบือนและก่อให้เกิดความเข้าใจที่ผิดและตื่นตระหนก “กรมบัญชีกลางในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลเกี่ยวกับเงินบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ ขอชี้แจงว่า ข้อความข้างต้นไม่เป็นความจริง ปัจจุบันกรมบัญชีกลางยังไม่ได้รับนโยบายให้ลดหรือยกเลิกการจ่ายเงินบำนาญให้แก่ข้าราชการบำนาญ อีกทั้ง พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้นิยามคำว่าบำนาญหมายถึง เงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการมาซึ่งจ่ายเป็นรายเดือน กล่าวคือ มีเจตนารมณ์ที่จะตอบแทนการเสียสละปฏิบัติงานให้กับประเทศมาด้วยดีเป็นระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้น จึงขอเตือนให้ผู้ที่เ
ไทย พร้อมเป็น “ประเทศท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” หลังโควิด-19 คลี่คลาย เพจ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข่าว ไทย พร้อมเป็น “ประเทศท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ “ หลังโควิด-19 คลี่คลาย ด้วยศักยภาพด้านสาธารณสุขของไทยที่มีประสิทธิภาพ ได้แสดงให้เห็นต่อสายตาชาวโลก โดยเฉพาะในการจัดการไวรัสโควิด-19 คณะกรรมการอำนวยการเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (นโยบาย Medical Hub) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันวางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเมื่อสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) คลี่คลาย ประกอบด้วย 1. จัดทำแนวทางการรักษาพยาบาลพร้อมเป็นสถานกักกันในโรงพยาบาล สำหรับผู้ป่วยชาวไทย และชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ารับการรักษาพยาบาลต่อเนื่องในไทย ซึ่งรวมผู้ติดตาม แบ่งเป็นสถานกักกันในโรงพยาบาล (Hospital Quarantine) กักกันตัวผู้ป่วยชาวไทยที่เดินทางกลับเข้ามาในไทย และสถานกักกันในโรงพยาบาลทางเลือก (Alternative Hospital Quarantine) สำหรับผู้ป่วยชาวต่างชาติและผู้ติดตาม 2. “ประเทศไทยเป็นเมืองหลวงของโลกด้านการดูแลสุขภาพ” โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ Medical Hub ภายใต้แน
พร้อมเสิร์ฟ “Destination Menu by THAI Catering” โดย เชฟการบินไทย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดตัว “Destination Menu by THAI Catering” พร้อมเสิร์ฟความอร่อยจากเมนูอาหารที่รังสรรค์พิเศษเพื่อลูกค้าที่ชื่นชอบการเดินทางโดย 5 เชฟนานาชาติจากครัวการบินไทยภายใต้แนวคิด “รสชาติของการเดินทาง” (The Taste of Travel) ผ่านทางแอปพลิเคชัน LINEMAN GrabFood และร้าน Puff & Pie (สาขาที่ร่วมรายการ) เริ่มให้บริการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นางวรางคณา ลือโรจน์วงศ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายครัวการบิน บริษัท การบินไทยฯ เปิดเผยว่า การบินไทยขานรับพฤติกรรมใหม่ในการใช้ชีวิตประจำวันแบบวิถีชีวิตใหม่ New Normal นิยมสั่งอาหารไปรับประทานที่บ้านหรือที่ทำงาน ฝ่ายครัวการบินจึงได้รังสรรค์ “Destination Menu by THAI Catering”เสิร์ฟความอร่อยจากเมนูอาหารพิเศษที่การันตีคุณภาพ ความอร่อย สะอาด ด้วยประสบการณ์กว่า 60 ปีของครัวการบินไทย ในการผลิตและบริการอาหารสำหรับการบินไทยและสายการบินลูกค้าจนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ มาให้บริการลูกค้าของการบินไทยที่ชื่นชอบการเดินทางภายใต้แนวคิด “รสชาติของการเดินทาง” (The Taste of Travel) โดย 5 เช
สธ. แนะ เข้าพรรษา ตักบาตรด้วยเมนูสุขภาพ-อาหารกระป๋อง ป้องกันโควิด-19 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนทำบุญตักบาตรด้วยเมนูชูสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม แนะตักบาตรด้วยอาหารกระป๋อง ต้องเลือกกระป๋องที่สภาพดี ไม่บุบ ไม่รั่วซึม ไม่เป็นสนิม และให้สังเกตวัน เดือน ปีที่ผลิต และวันหมดอายุ นายแพทย์ อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทยที่ดีขึ้นตามลำดับ ในช่วงวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาปีนี้คาดว่ามีประชาชนไปทำบุญตักบาตรกันมากขึ้น การทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ที่วัด หากไม่คำนึงถึงอาหารที่จะนำมาตักบาตรก็จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพพระสงฆ์ได้ เนื่องจากอาหารที่ประชาชนนิยมตักบาตรมักเป็นอาหารที่ไม่หลากหลายและประกอบด้วยแป้ง น้ำตาล ไขมัน และกะทิที่ให้พลังงานสูง ทำให้เกิดการสะสมไขมันส่วนเกินเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพพระสงฆ์ เพื่อสุขภาพ ที่ดีของพระสงฆ์จึงควรเลือกอาหารที่เป็นเมนูชูสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม เลือกใช้ข้าวกล้องแทนข้าวขาว หรือ ข้าวกล้องผสมข้าวขาว เลี่ยงเมนูอาหารทอด โดยเปลี่ยนเป็นอาหารประเภทต้ม นึ่ง อบ หรือยำแทน เพิ่มผักและผลไม้รสไม่หวาน เช่น ฝรั่ง ส้ม แตงโม มะละกอ เ
บขส. เตรียมรองรับเดินทางช่วงหยุดยาว วอนปชช.เดินทางแบบ นิวนอร์มอล เพจ บขส. เผยแพร่ข่าว บขส. เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดยาว 4 – 7 ก.ค.นี้ คาดผู้โดยสารเดินทางประมาณ 100,000 คน พร้อมขอความร่วมมือผู้โดยสารเดินทางแบบวิถีชีวิตใหม่ “Transport New Normal” สวมหน้ากากอนามัย – ล้างมือบ่อย ๆ – เว้นระยะห่างทางสังคม ปลอดภัยจากโควิด-19 นายมาโนช สายชูโต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายธุรกิจเดินรถ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า บขส. ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดยาวตั้งแต่วันที่ 4 – 7 กรกฎาคม 2563 ซึ่งเป็นวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา โดยจัดรถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม , รถตู้) รองรับประชาชนวันละ 5,183 เที่ยว เที่ยววิ่งเสริม 1,700 เที่ยว และเตรียมรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถโดยสารเช่าเหมา) จำนวน 200 คัน ซึ่งสามารถรองรับประชาชนที่ต้องการเดินทางได้ประมาณ 100,000 คน ทั้งนี้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลให้ผู้โดยสารเดินทางโดยรถสาธารณะลดลงเหลือประมาณวันละ 30,000 คน จากปกติ
