แกร็บ
แกร็บ ผู้นำแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งบริการแอปเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรีในประเทศไทย เผยอินไซต์พฤติกรรมการเรียกรถและสั่งอาหารเดลิเวอรีของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน พบยอดเรียกรถในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาโตขึ้นกว่า 75% โดย “ย่านทรงวาด-ตลาดน้ำคลองบางหลวง” กลายเป็นจุดเช็กอินดาวรุ่งที่มาแรงที่สุดในปีนี้ ขณะที่ “เชียงราย” ยังคงครองตำแหน่งเมืองรองยอดนิยมอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและวัฒนธรรม ฟากสตรีตฟู้ดอย่าง “บรรทัดทอง” กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยมียอดเรียกรถโตขึ้นถึง 3 เท่าพบนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปกิน “ซีฟู้ด-หม้อไฟ” นอกจากนี้ ยังพบว่า “ข้าวเหนียวมะม่วง” ครองอันดับหนึ่งเมนูของหวานไทยสุดฮิตที่มียอดสั่งผ่าน GrabFood โตขึ้นกว่า 50% นายพนมกร จิระเสถียรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในปีนี้นักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมาทวงแชมป์ครองตำแหน่งนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับหนึ่งในประเทศไทยอีกครั้ง โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (1 มกราคม – 26 กันยายน 2569) มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 3.82 ล้านคน สอดคล้องกับข้อมูลการใช้บริการบนแพลตฟอร์ม Grab โ
แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับบริการเรียกรถที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งยอดใช้บริการเรียกรถในสนามบินจะเติบโตขึ้นราว 35-40% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ ลุยปรับพื้นที่ ขยายจุดรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 12 เลน พร้อมเปิดตัว 2 ฟีเจอร์ใหม่ ได้แก่ ระบบ “PIN” ที่ช่วยจัดคิวและจับคู่ผู้ใช้บริการกับคนขับรถที่พร้อมให้บริการ และ “Airport Pickup” บริการจองรถรับที่สนามบินล่วงหน้าที่มีระบบติดตามสถานะเที่ยวบินแบบเรียลไทม์ เชื่อมต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวให้สะดวก รวดเร็ว และราบรื่นยิ่งขึ้น นางสาวอริสา หล่อทองไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “การท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้าง GDP ให้กับประเทศ โดยสนามบินถือเป็นด่านหน้าที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในทุกๆ วัน ทั้งนี้ ท่าอากาศยานไทย (หรือ AOT) คาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผู้โดยสารเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมากถึง 67.7 ล้านคน ทำให้การเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งถือเป็นช่
แกร็บ ประเทศไทย หนุนเทรนด์คนไทยทำอาชีพเสริม เปิดตัวโครงการ “แกร็บ พาร์ตไทม์เพื่อคนไทย” ชวนนักเรียนอาชีวศึกษา นักศึกษามหาวิทยาลัย รวมถึงคนในเครื่องแบบ อาทิ ทหาร ตำรวจ และข้าราชการ ใช้เวลาว่างนอกเวลาเรียนหรือหลังเลิกงานหารายได้เสริมผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ด้วยการขับรถเพื่อให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร หรือเป็นไรเดอร์เพื่อจัดส่งอาหารและสินค้า นำร่องเดินสายจัดกิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์และเปิดรับสมัครในสถานศึกษาและหน่วยงานภาครัฐที่ให้ความสนใจ อาทิ กระทรวงกลาโหม กองทัพบก และกองทัพอากาศ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์เสริม อาทิ อินเซนทีฟพิเศษสำหรับคนขับใหม่ และอุปกรณ์สนับสนุนการให้บริการ (เสื้อแจ็กเก็ตและกระเป๋าบรรจุอาหาร) หวังเพิ่มทางเลือกในการสร้างรายได้ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ อริสา หล่อทองไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ “แกร็บ พาร์ตไทม์เพื่อคนไทย” ชวนนักเรียนอาชีวศึกษา นักศึกษามหาวิทยาลัย รวมถึงคนในเครื่องแบบ อาทิ ทหาร ตำรวจ และข้าราชการ ใช้เวลาว่างหารายได้เสริมผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อให้บริกา
แกร็บ เผยกระแสตอบรับดีหลังเปิดให้บริการสินเชื่อเงินสดสำหรับบุคคลทั่วไป (Grab Quick Cash) ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลครบ 4 เดือน พบอินไซต์ผู้ใช้บริการสินเชื่อส่วนใหญ่เลือก “กู้เท่าที่จำเป็น” กว่า 80% เลือกขอเงินกู้เพียง 70% ของข้อเสนอวงเงินที่ได้รับ โดย “กลุ่มเดอะแบก” หรือมนุษย์เงินเดือนวัย 30–45 ปี ครองสัดส่วนผู้ใช้บริการสินเชื่อสูงสุด (มากกว่า 60%) รองลงมาคือกลุ่ม Gen X และ First Jobber ซึ่งส่วนใหญ่นำเงินไปใช้เสริมสภาพคล่องและขยายกิจการ โดยในช่วงไตรมาส 3 แกร็บเตรียมขยายบริการสินเชื่อไปในต่างจังหวัด พร้อมอัปเกรดวงเงินกู้สูงสุดเป็น 30,000 บาท และขยายระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 9 เดือน เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนไทยสามารถเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลได้มากขึ้น นายภูรัชต์ อ่องศรี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจบริการทางการเงิน แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “แกร็บเริ่มทดลองเปิดให้บริการสินเชื่อเงินสดทันใจสำหรับบุคคลทั่วไปหรือ Grab Quick Cash ในประเทศไทยตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้ที่ต้องการนำเงินทุนไปใช้ในการประกอบอาชีพ ด้วยวงเงินสินเชื่อสูงสุดที่ 20,000 บาท และมีระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดนาน 6 เด
แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมเทรนด์การเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Mobility) ชู 2 ทางเลือกใหม่ของบริการเรียกรถผ่านแอป เปิดตัวฟีเจอร์ “Group Ride” อย่างเป็นทางการ รองรับการเดินทางเป็นกลุ่ม สามารถเลือกจุดรับ-ส่งได้ถึง 4 จุด โดยใช้ AI จัดเส้นทางและคำนวณค่าโดยสารตามระยะทางจริง ควบคู่ไปกับการอัปเกรดบริการ “Grab EV” ที่ผู้ใช้บริการสามารถเลือกเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้า มุ่งตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกและมีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นางสาวอริสา หล่อทองไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการเลือกใช้สินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่มากกว่า 60% ยอมจ่ายเงินเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านจำนวนการเปิดฟีเจอร์เลือกใช้รถอีวี (Grab EV Rides) ที่เพิ่มขึ้นกว่า 35% เพื่อตอบรับเทรนด์ดังกล่าว ในปีนี้ แกร็บจึงได้อัปเกรดฟีเจอร์นี้
แกร็บ ประเทศไทย จับมือ แพลน บี เปิดตัวโครงการ “เปลี่ยนถุงเย็น เป็นถุงยา” ชวนทุกคนร่วมส่งต่อถุงเก็บความเย็นสำหรับใส่เครื่องดื่มหรืออาหารที่ใช้แล้วให้กับโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เพื่อนำไปใช้บรรจุยาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิให้กับผู้ป่วย หวังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดหาถุงเก็บความเย็น พร้อมส่งเสริมการนำแพ็กเกจจิ้งมาใช้ซ้ำเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม นายพนมกร จิระเสถียรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันการใช้ถุงเก็บความเย็นเพื่อบรรจุเครื่องดื่มและอาหารกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มร้านค้าสมัยใหม่ ทั้งการสั่งซื้อที่หน้าร้านและผ่านบริการดีลิเวอรี เพราะนอกจากจะช่วยควบคุมอุณหภูมิและรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานแล้ว ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูพรีเมียมขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ถุงเก็บความเย็นเหล่านี้มักไม่ได้ถูกนำมาใช้ซ้ำทั้งที่ยังมีสภาพดี โดยสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย รวมถึงการใช้บรรจุยาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิสำหรับผู้ป่วย จากไอเดียดังกล่าว แกร็บจึงได้ร่วมมือกับ แพลน บี ริเริ่มโครงการ ‘เปลี่ยนถุงเย็น เป็นถุงยา
แกร็บ ผู้นำแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งบริการแอปเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรีในประเทศไทย เผยเทรนด์รักสุขภาพ-ออกกำลังกายมาแรง รับกระแส Longevity และ HYROX ฟีเวอร์ สะท้อนผ่านพฤติกรรมการเรียกรถ สั่งอาหารและซื้อสินค้าผ่านแอปพลิเคชันที่เปลี่ยนไป พบคนกรุงใช้บริการเรียกรถไปสวนสาธารณะในช่วงเช้ามืดเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า ขณะที่กระแสฟิตเนสเรซมาแรงดันยอดเรียกรถไปร่วมการแข่งขัน HYROX เพิ่มขึ้นเกือบกว่า 2.5 เท่า ฟากธุรกิจเดลิเวอรี พบเทรนด์เครื่องดื่มหวานน้อย-อาหารโปรตีนสูงเติบโตต่อเนื่อง โดยยอดสั่ง “กาแฟดำ-เคลียร์มัตฉะ” แบบหวาน 0% พุ่งรวมกว่า 10 ล้านแก้วต่อปี “เมนูอกไก่” ทะลุ 3.3 ล้านออร์เดอร์ต่อปี ขณะที่ “โปรตีนพร้อมดื่ม” เติบโตมากกว่า 3.5 เท่า นายพนมกร จิระเสถียรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในช่วงปีที่ผ่านมา การดูแลสุขภาพเพื่อให้ชีวิตยืนยาวอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพ (Longevity) กลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญที่กำหนดไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่ในสังคมเมืองที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด โดยมีรูปแบบการใช้ชีวิตที่เน้นกิจกรรมเชิงสุขภาพแล
แกร็บ ประเทศไทย เปิดเวทีประกาศรางวัลสุดยอดผู้ให้บริการแห่งปี “Grab Driver Awards” เป็นครั้งแรก เพื่อยกย่องสุดยอดคนขับและไรเดอร์กว่า 400 คนจากทั่วประเทศที่โดดเด่นในด้านการให้บริการครอบคลุม 8 สาขาหลัก หวังยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเรียกรถผ่านแอป หนุนนโยบายกระทรวงคมนาคมในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพและความปลอดภัยให้กับประชาชน พร้อมส่ง 4 ฟีเจอร์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อเสริมประสิทธิภาพการให้บริการและความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม ควบพัฒนาทักษะการเป็น “คอนเทนต์ครีเอเตอร์” ส่งเสริมให้คนขับสามารถสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์เพื่อเป็นรายได้เสริม สานต่อพันธกิจ GrabForGood ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับคนในอีโคซิสเต็ม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “ปัจจุบันบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนไทย ทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจากตอบโจทย์ผู้ใช้บริการทั้งในด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัย ช่วยเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดต่างๆ ได้แบบไร้รอยต่อ จนทำให้ได้รับความ
แกร็บ ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ “S.A.F.E.+” (เซฟพลัส) ขานรับนโยบายกระทรวงคมนาคมในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของบริการเรียกรถผ่านแอปในประเทศไทยผ่าน 4 มิติหลัก ครอบคลุมการส่งเสริมให้คนขับปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก โดยตั้งเป้าผลักดันให้คนขับบนแพลตฟอร์มทำใบขับขี่สาธารณะให้ได้ 100,000 รายภายในสิ้นปี การผนึกความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยเพื่อส่งเสริมการทำประกันภัยสาธารณะในราคาที่เข้าถึงได้ การลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมขยายการใช้ฟีเจอร์ Audio Protect (บันทึกเสียงภายในรถ) อัตโนมัติช่วงกลางคืน รวมถึงทดลองติดตั้งกล้อง CCTV ภายในรถยนต์สำหรับกลุ่มคนขับตัวอย่าง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวต่างชาติ จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “บริการเรียกรถผ่านแอปของแกร็บริเริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี 2555 เพื่อช่วยแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยในการเดินทาง ซึ่งเป็นหนึ่งในความกังวลสำคัญของผู้ใช้บริการในภูมิภาค โดยตลอดระยะเวลากว่า 13 ปีที่ผ่านมา แกร็บได้ลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับ
แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยข้อมูลจาก “รายงานความยั่งยืนประจำปี 2568” (ESG Report 2025) ภายใต้แนวคิด “Rising as One” ตอกย้ำบทบาทแพลตฟอร์มที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลให้เติบโตอย่างยั่งยืนครอบคลุมทั้งระบบนิเวศ ควบคู่ไปกับการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในกับสังคมและสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง อาทิ การส่งเสริมการสร้างรายได้ให้กับคนขับและผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์มทั่วทั้งภูมิภาคมากกว่า 1.53 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 5 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อนหน้า การขยายโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ตลอดจนแหล่งเงินทุนผ่านการให้สินเชื่อรายย่อยมากกว่า 3.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท) ขณะเดียวกันยังคงเดินหน้าผลักดันโครงการด้านสิ่งแวดล้อม โดยปีที่ผ่านมาสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไปมากกว่า 772,000 ตัน นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “แกร็บเชื่อว่าความสำเร็จทางธุรกิจอย่างยั่งยืนต้องเดินหน้าควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยตลอด 13 ปีที่ผ่านมา แกร็บ ประเทศไทย ได้มุ่งใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างและขยายโอกาสให้
