แกร็บ
คุณเมธิณี อนวัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า รถรับจ้างสาธารณะเป็นหนึ่งในบริการที่ช่วยตอบสนองการเดินทางในชีวิตประจำวันและมีส่วนช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศ โดยมาตรฐานของคนขับและคุณภาพการให้บริการถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในฐานะผู้บุกเบิกบริการเรียกรถผ่านแอป แกร็บมุ่งมั่นที่จะช่วยส่งเสริมและยกระดับอุตสาหกรรมการเดินทาง ตลอดจนระบบขนส่งสาธารณะของไทยให้ก้าวไปข้างหน้า โดยนอกจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของคนขับอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้แกร็บจึงได้จับมือพันธมิตรจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้และพัฒนาทักษะให้กับคนขับทั้งในด้านบริการ การสื่อสาร และการดูแลยานพาหนะ เพื่อมุ่งสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้บริการและช่วยยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมโดยรวม สำหรับการพัฒนาศักยภาพของคนขับในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ยกระดับมาตรฐาน บริการด้วยหัวใจ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ GrabAcademy ซึ่งริเริ่มมาตั
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “แกร็บได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมคนขับ Grab จดทะเบียนรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอป มาตั้งแต่ปี 2565 โดยมุ่งผลักดันให้คนขับที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มของเรา ไม่ว่าจะเป็น บริการ GrabCar (รถยนต์) หรือ GrabBike (รถจักรยานยนต์) ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก รวมทั้งประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะการทำใบขับขี่สาธารณะ ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการขั้นพื้นฐานของการจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาแกร็บได้จัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้คนขับไปทำใบขับขี่สาธารณะและจดทะเบียน รย.18 อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การเปิดรอบพิเศษเพื่อให้คนขับไปยื่นเอกสาร ตรวจประวัติอาชญากรรม เข้าอบรมและสอบข้อเขียน การจัดเจ้าหน้าที่เพื่อให้คำแนะนำด้านเอกสารและอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีคนขับให้บริการเป็นจำนวนมากอย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี และขอนแก่น ทั้งยังมีทีมงานจากศูนย์ย่อยของแกร็บ (Mini Grab Center) คอยให้คำแนะนำกับคนขับในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย นอกจา
แกร็บฟู้ด แอปสั่งอาหารอันดับ 1 ในประเทศไทย1 ประกาศยกเครื่องฟีเจอร์ “กินที่ร้าน” (Dine Out) ครั้งใหญ่ หลังเข้าเทกโอเวอร์ “โช้ป” (Chope) แพลตฟอร์มจองร้านอาหารชั้นนำของเอเชียในปีที่ผ่านมา ผุดบริการใหม่ “จองโต๊ะร้านอาหาร” เจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียม ควบอัปเกรด “ขายดีลส่วนลด” กว่า 3,000 ร้าน เอาใจสายกินที่มองหาความคุ้มค่าหลังพบยอดใช้โตกว่า 250% พร้อมส่งแคมเปญใหญ่ “ดีลดี มีโต๊ะ” ปลุกกระแสกินข้าวนอกบ้าน ชูไฮไลต์สิทธิประโยชน์ที่ผู้บริโภคมองข้าม ตอกย้ำกลยุทธ์ออมนิคอมเมิร์ซ มุ่งผสานช่องทางออนไลน์-ออฟไลน์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้ผู้ใช้บริการ นายพนมกร จิระเสถียรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า แกร็บ เปิดตัวบริการกินที่ร้านในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2566 เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชอบออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านเพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ หลังวิกฤตโควิด-19 หรือเทรนด์ที่เรียกว่า Revenge Dining โดยในช่วงแรกเน้นไปที่การขายดีลส่วนลดจากพันธมิตรร้านอาหาร ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน โดยในปีที่ผ่านมา มียอดการซื้อดีลเพื่อกินท
คุณจิรกิตติ์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจดีลิเวอรี แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า สงครามการแข่งขันในตลาดบุฟเฟต์หม้อไฟมูลค่ากว่า 25,000 ล้านบาท ไม่เพียงแต่สร้างสีสันและความคึกคักให้กับธุรกิจร้านอาหาร แต่ยังส่งผลถึงพฤติกรรมการสั่งอาหารผ่านบริการฟู้ดดีลิเวอรีด้วย โดยในช่วง2 เดือนที่ผ่านมา (มิถุนายน–กรกฎาคม 2568) พบมีจำนวนการค้นหาเมนูสุกี้บนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว และมียอดสั่งเมนูสุกี้เติบโตขึ้นกว่า 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน โดยผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ กว่า 80% เลือกสั่งสุกี้จานเดี่ยว ไม่ว่าจะเป็น สุกี้แห้งหรือสุกี้น้ำ สุกี้สไตล์ไทย ถือเป็นหนึ่งในเมนูอาหารจานเดียวที่ได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นเมนูที่กินง่าย มีรสชาติเข้มข้น และมีวัตถุดิบที่หลากหลาย ทั้งเนื้อสัตว์ วุ้นเส้น และผัก ทำให้ถูกใจคนกินอาหารจานเดียวที่ต้องการได้สารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ โดยในปีที่ผ่านมา มีผู้ใช้บริการ GrabFood สั่งเมนูสุกี้มากกว่า 270,000 ออร์เดอร์ ซึ่งเมนูยอดฮิต คือ สุกี้แห้งหมู ตามมาด้วย สุกี้แห้งเนื้อ และสุกี้แห้งทะเล โดย 3 แบรนด์สุกี้จานเดี่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ สุกี้ช้างเผือก
แกร็บ เผยอินไซต์ผู้ใช้บริการชาวต่างชาติในกลุ่มเอ็กซ์แพต (Expat) และดิจิทัลโนแมด (Digital Nomad) ในไทย พบยอดใช้บริการดีลิเวอรีเติบโตขึ้นกว่า 50% ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา โดยอาหารไทยยังคงเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยม โดยเฉพาะ “ข้าวผัด ข้าวมันไก่ และชาไทย” ที่มียอดสั่งสูงสุด ขณะที่บริการ GrabBike มาแรง ด้วยอัตราการใช้บริการที่เติบโตขึ้นกว่า 30% ล่าสุดแกร็บได้พัฒนาฟีเจอร์ “One Click Translation” ที่รองรับการแปลภาษาได้ถึง 9 ภาษา เพื่อเอาใจต่างชาติ พร้อมเปิดตัว “Expat Pass” มอบส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าเอ็กซ์แพตสูงสุด 2,000 บาทครอบคลุมทุกบริการ นายจิรกิตติ์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจดีลิเวอรี แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นประเทศที่ชาวต่างชาติจำนวนมากเลือกเข้ามาพักอาศัย ทำงาน รวมถึงทำธุรกิจ ด้วยปัจจัยเชิงบวกต่างๆ ทั้งในด้านค่าครองชีพ โครงสร้างโทรคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่พร้อม การยื่นขอวีซ่าที่สะดวก รวมถึงวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ โดยเฉพาะเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ซึ่งล่าส
คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย คว้า 2 รางวัล “แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของไทย” ประจำปี 2025 (Marketeer No.1 Brand Thailand 2025) จาก Marketeer Group สำนักข่าวการตลาดชั้นนำของประเทศ ตอกย้ำความเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคทั้งสาขาแพลตฟอร์มสั่งอาหารดีลิเวอรียอดนิยม (Food Delivery Platform) ซึ่ง GrabFood ได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และสาขาแอปพลิเคชันเรียกรถยอดนิยม (Ride-hailing App) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ งานมอบรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2025 จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 โดย บริษัท มาร์เก็ตเธียร์ จำกัด และ บริษัท มาร์เก็ตติ้งมูฟ จำกัด ภายใต้การนำของศาสตราจารย์วิทวัส รุ่งเรืองผล ภาควิชาการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้ทำการศึกษาวิจัยและสำรวจความนิยมของผู้บริโภคทั่วประเทศกว่า 6,500 กลุ่มตัวอย่างที่มีต่อแบรนด์ต่างๆ ครอบคลุมใน 11 หมวดผลิตภัณฑ์ เพื่อเฟ้นหา 90 แบรนด์สินค้าและบริการชั้นนำที่ครองความเป็นที่ 1 ในใจผู้บริโภค ทั้งในด้านคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ การตลาด ตลอดจนการมีความรับผิดชอบต่อสังคม
แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้าหนุนผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านขนาดเล็ก ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ผุดโปรแกรมพิเศษหวังช่วยร้านดันยอด-ขยายฐานลูกค้า เปิดตัวแคมเปญพิเศษดึงร้านค้าใหม่ ชู GP 0% ตลอด 3 เดือน เพิ่มช่องทางการขายให้ร้านอาหาร เล็งเสริมสภาพคล่องผ่านการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยมากขึ้น พร้อมเสริมทัพด้วยเครื่องมือ AI เป็นตัวช่วยให้คำแนะนำ-วางแผนการขาย หวังเพิ่มขีดความสามารถให้ร้านค้ารับมือความท้าทายและเติบโตได้ต่อเนื่อง นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “จากภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันที่ยังคงมีความผันผวน ประกอบกับการชะลอตัวของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยยังคงได้รับแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านการปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทย ตลอดทั้งปีเหลือเพียง 1.8% โดยธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งนี้ เป็นที่คาดการณ์ว่าธุรกิจร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มในปีนี้จะมีมูลค่าตลาดรวม 6.4 แสนล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเพียง 2.8% เท่านั้น ปรับลดจากประมาณการในช่วงปล
แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยข้อมูลและตัวเลขที่สะท้อนความสำเร็จของการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมในปีที่ผ่านมา ผ่าน “รายงานความยั่งยืนประจำปี 2567” (ESG Report 2024) โดยมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ การเปิดโอกาสให้คนขับและผู้ประกอบการร้านค้า-ร้านอาหารสร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มแกร็บรวมกว่า 1.28 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 4.2 แสนล้านบาท)* การส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินด้วยการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการรายย่อยและคนขับรวมกว่า 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท)* การผลักดันการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 128,000 ตัน รวมถึงการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกกว่า 936,000 ตันผ่านการจัดซื้อคาร์บอนเครดิต นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปีที่ผ่านมา แกร็บมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลใน 3 มิติหลัก อันได้แก่ ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในภูมิภ
ฮอตไม่หยุดฉุดไม่อยู่! กับสองสาวคู่จิ้นมาแรงแห่งปี “หลิง-ออม” ที่ล่าสุดถูกซูเปอร์แอปอันดับ 1 อย่าง Grab คว้าตัวมาเป็นพรีเซนเตอร์นั่งแท่น “Friends of Grab” ประเดิมภารกิจแรกกับการเปิดตัวแคมเปญสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “เที่ยวทั่วไทย สุขกันใหญ่ ไว้ใจ Grab” ที่ Grab ร่วมกับ ททท. ปลุกกระแสการท่องเที่ยวให้ฟีเวอร์ โดยเฉพาะในช่วงกรีนซีซัน พร้อมชวนร่วมกิจกรรมสนุกเพื่อลุ้นไปเที่ยวกับสองสาวแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ภายในงานเปิดตัวแคมเปญ “เที่ยวทั่วไทย สุขกันใหญ่ ไว้ใจ Grab” Grab ได้ยกความแกลม ความแกรนด์ และความฟินมาเสิร์ฟด้อม “เจ้าความรัก” กันแบบน็อนสต็อป เริ่มต้นจากการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาสุดหวานน้ำตาลเรียกพี่ที่ “หลิง” จูงมือ “ออม” ตระเวนเช็กอินแลนด์มาร์กทั่วไทย อย่าง กิ่วแม่ปาน จังหวัดเชียงใหม่ ทุ่งดอกบัวตอง จังหวัดแม่ฮ่องสอน หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และหินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ ก่อนตัดภาพมายังซีนเปิดตัวสุดเซอร์ไพรส์บริเวณท่าเรือ ICONSIAM ที่มาพร้อมกับขบวนพาเหรดที่สะท้อนเสน่ห์ความเป็นไทยแบบจัดเต็ม โดยในงาน หลิง-ออม ยังขนเซอร์ไพรส์มาให้ทุกคนได้กรี๊ดสนั่น ทำเอาด้อมเจ้าความรัก ยิ้มแก้มปริ สำหรับภารกิจแรกในฐานะ “Friend
คุณลัดดาวรรณ เลิศวศิน ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาดเครื่องดื่มเป๊ปซี่ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แคมเปญ ‘อร่อยซ่าเกินซ่อน #GrabxPepsiTaste’ เกิดจากความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความอร่อยซ่าของเป๊ปซี่ในมุมมองที่สนุกและแปลกใหม่ โดยได้ดึงเอาภาพสีหน้าความอร่อยซ่าเมื่อได้ดื่มเป๊ปซี่ มาเป็นกลยุทธ์ให้เกิดเป็นภาพจำเพื่อดึงดูดความสนใจของกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักจะมองหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่ และชื่นชอบการสร้างคอนเทนต์ที่สะท้อนความเป็นตัวเอง เพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้ จึงจับมือ GrabAds ผู้นำด้านสื่อโฆษณาครีเอทีฟ มาช่วยออกแบบและขับเคลื่อนการสื่อสารแคมเปญให้มีความสนุกมากขึ้น ผ่านอีโคซิสเต็มของแกร็บที่ครอบคลุมช่องทาง Online-to-Offline (O2O) ด้าน คุณปุณณดา เหลืองอร่าม รองผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจองค์กรและงานโฆษณา แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า“ในฐานะผู้นำซูเปอร์แอปที่ตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำของผู้คนในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การให้บริการการเดินทาง หรือ การสั่งอาหารและของใช้ แกร็บได้กลายเป็นส่วนหนึ่
