แอร์โฮสเตส
จากวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ใครหลายคนเผชิญกับปัญหามากมาย ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของแอร์โฮสเตสสาวที่เธอเพิ่งจะเริ่มงานกับทางสายการบิน สิงคโปร์แอร์ไลน์ ไม่ถึงหนึ่งปี จากเหตุการณ์นี้ทำให้เธอต้องกลับมาทบทวนตัวเอง และเริ่มลงมือทำสิ่งที่รักอีกครั้ง นั่นคือ “การทำขนม” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้หยิบยกเรื่องราวของ Calista Wong (คาลิสตา วอง) อดีตแอร์โฮสเตสสาววัย 29 ปี ที่ตัดสินใจลาออกจากสายการบินระดับโลก เพื่อมาทำธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดของตัวเอง ชื่อว่า WKND Bakes ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ทำร่วมกับคุณแม่ เพื่อใช้เวลาที่มีค่าร่วมกับครอบครัวให้มากขึ้น พลิกวิกฤต สู่โอกาสใหม่ ในช่วงล็อกดาวน์ คาลิสตาในวัย 24 ปี ได้ร่วมมือทำธุรกิจกับคุณแม่ที่เกษียณแล้ว เปิดร้านเบเกอรี่โฮมเมดเล็กๆ ภายใต้ชื่อ Huarantine (ฮัวรันไทน์) ต่อมาไม่นาน เมื่อเข้าสู่สภาวะปกติ เธอจึงกลับไปทำงานบนเครื่องบินอีกครั้ง แต่ก็ทำอาชีพเสริมนี้ควบคู่ไปด้วย จนกลายเป็นสิ่งที่เริ่มจริงจังมากกว่าที่คิดไว้ในตอนแรก กระทั่งช่วงปลายปี 2025 เธอตัดสิดใจลาออกจาก Singapore Airlines เพื่อหันมาทุ่มเทเวลาให้กับธุรกิจนี้อย่างเต็มตัว พร้อมกับรี
จากแอร์โฮสเตส สู่ตัวตึงวงการกาแฟฝ่ายหญิง ด้วยไวรัลติ๊กต็อก ‘วิธีดื่มลาเต้’ ดันยอดขายดีลิเวอรีโตขึ้น 100% ยังจำกันได้ไหม กับคอนเทนต์ไวรัลดังติ๊กต็อก “วิธีการดื่มลาเต้ที่ถูกต้อง” ที่มียอดวิวสูงถึง 8.1 ล้านครั้ง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พาทุกคนไปพูดคุยกับเจ้าของคอนเทนต์ คุณกานต์ชนิต สุรินทร์สภานนท์ หรือ อาร์ม แอร์โฮสเตสสาวและเจ้าของร้าน goodsunday Coffee Bar ที่ไม่เคยหมดพลังในการครีเอตคอนเทนต์ จนทำให้ร้านกาแฟแห่งนี้โดดเด่นขึ้นมา กลายเป็นร้านที่นอกจากส่งมอบความอร่อย ยังส่งมอบความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้กับลูกค้าทุกคน ถึงขนาดว่าอยู่ไกล ยังต้องแวะมาอุดหนุนถึงหน้าร้าน แอร์โฮสเตส กับการเปิดร้านกาแฟ หลายๆ คนอาจรู้จักคุณอาร์มในฐานะเจ้าของร้านกาแฟ ในอีกอาชีพเธอคือแอร์โฮสเตสของสายการบินแห่งหนึ่ง ที่ก่อนหน้านี้เคยทำธุรกิจร้านอาหารและร้านกาแฟร่วมกับพี่ชาย และได้เริ่มเปิดร้านของตัวเองเมื่อเกือบ 2 ปีก่อนแถวสะพานนวลฉวี จ.นนทบุรี เธอเล่าให้ฟังว่า ร้านกาแฟเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงหรือเป็นเรดโอเชียน หลายๆ ร้านมักมีเมนูเหมือนกัน อีกทั้งรสชาติอาจไม่ได้แตกต่างกันมาก ซึ่งเม
จากแอร์โฮสเตสสาวที่ลาออกมาเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ด้วยเงินสนับสนุนจากทางบ้าน หวังเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะเจ้าของธุรกิจ แต่ไม่นานร้านก็ต้องปิดตัว เพราะไม่ทำกำไร เธอไม่ยอมแพ้ ลองทำเบเกอรี่ฝากขาย แต่ก็ล้มเหลวอีกครั้งในเวลาเพียง 1 เดือน จนวันหนึ่ง การเดินทางไปเที่ยวฮ่องกงทำให้เธอได้ลองชิม ‘พายหมูแดง’ นำมาสู่การคิดค้นสูตรพายที่ถูกปากคนไทย นี่คือเรื่องราวของ คุณอร–กนกกัญจน์ มธุรพร เจ้าของ April’s Bakery ที่สร้างยอดขายทะลุ 630 ล้านบาท! คุณอร มีพื้นเพเป็นชาวนครสวรรค์ จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ด้านบริหารธุรกิจ และเคยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับของสายการบินต่างชาติอยู่ 2 ปีเศษ ก่อนตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยขอทุนทางบ้านมาเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ในคอมมูนิตี้แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แต่เปิดได้ไม่ถึงปีก็ต้องปิดตัว เพราะไม่ทำกำไร จากนั้นได้หันไปทำเบเกอรี่สไตล์อิตาเลียนฝากขายตามห้างสรรพสินค้า แต่ก็ ‘เจ๊ง’ ในเวลาเดือนเศษ เพราะไม่เคยศึกษาตลาด หรือพฤติกรรมของลูกค้ามาก่อน แต่คุณอรยังเหลือไว้ 1 สาขา พร้อมกับเปลี่ยนมาขายเค้ก คุกกี้ และมัฟฟินแทน แต่ยอดขายก็ยังไม่กระเตื้อง ขณะเดียวกันก็ยังคิดไม่ออก ว่าจะทำอะไรมาขา
เปลี่ยนยูนิฟอร์ม จากแอร์ฯ สู่แม่ค้าขายข้าวคลุกกะปิ สุดภูมิใจอาชีพนี้ ขายดีวันละเกือบ 400 กล่อง จากแอร์โฮสเตส สู่แม่ค้าขายข้าวคลุกกะปิ อีกอาชีพที่สร้างเงินให้กับ คุณพลอย-หทัยพัชร วสุศักดิ์ศิริ อายุ 29 ปี คุณพลอยทำงานเป็นแอร์โฮสเตสมานาน 3 ปี ในช่วงหมดสัญญา ประกอบกับโควิดระบาด เธอตัดสินใจไม่ต่อสัญญา เพราะอยากใช้เวลาอยู่กับที่บ้าน และอยากช่วยธุรกิจร้านอาหารของครอบครัวอย่างเต็มตัว จากเมื่อก่อนที่แวะเวียนเข้ามาช่วยบ้าง “ก็เสียดายเหมือนกัน แอร์โฮสเตสเป็นอาชีพแรกและอาชีพเดียวที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก และไม่คิดว่าจะเลิกเป็น จะเรียกว่าทิ้งโอกาสไหม อาจจะนิดหน่อย แต่เราคิดว่าก็ได้ไปใช้ชีวิต เก็บเกี่ยวประสบการณ์ตรงนั้นมาค่อนข้างพอใจแล้ว เลยอยากมาทำตรงนี้เต็มตัวดูบ้าง” คุณพลอย เล่าเสริม ร้านอาหารของครอบครัวชื่อ จั๊บญวนแม่พลอย เปิดให้บริการมานาน 12 ปี และคุณพลอยได้เปิดร้านใหม่ชื่อชูรส ที่เธอบริหารงานเองร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยมีเมนูเด่นคือ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ กวยจั๊บญวน และข้าวคลุกกะปิ “จากการเปิดร้าน เราสังเกตว่าทำไมลูกค้ามาสั่งข้าวคลุกกะปิทีละ 10-20 กล่อง มากกว่ามาสั่งก๋วยเตี๋ยว บางทีมีการจ
แม่ค้าตลาดนัด เจอสารพัดปัญหา รับมือยังไง ขายข้าวคลุกกะปิ พีกสุด 600 กล่องต่อวัน จากแอร์โฮสเตส ที่ตั้งใจว่าจะทำอาชีพนี้ไปจนเกษียณ แต่วิกฤตใหญ่ที่เป็นอุปสรรคของคนทั้งโลก ได้เปลี่ยนชีวิตของ คุณพลอย-หทัยพัชร วสุศักดิ์ศิริ เธอผันตัวมาเป็นแม่ค้าขายข้าวคลุกกะปิ ที่ขายดีพีกสุดวันละ 600 กล่อง ในช่วงโควิดประกอบกับหมดสัญญา คุณพลอยตัดสินใจกลับมาช่วยธุรกิจร้านอาหารของที่บ้าน และได้ต่อยอดเปิดร้านอาหารของตัวเอง ชื่อว่า ชูรส เธอขายหลากหลายเมนู แต่ที่โดดเด่น ลูกค้าสั่งเป็นประจำคือข้าวคลุกกะปิ “เมนูข้าวคลุกกะปิของเรา ทำไมลูกค้ามาสั่งทีละ 50 กล่อง 100 กล่อง เอาไปจัดเลี้ยง เลยคิดว่ามันน่าจะเป็นอีกเมนูที่คนเอาไปจัดเบรกบ่อย หรือเป็นอาหารจานเดียวที่ขึ้นชื่อได้ หรือว่าเราจะขายข้าวคลุกกะปิอย่างเดียว แต่พอคิดไปคิดมา ถ้าจะเปิดหน้าร้านตั้งเป็นโลเกชั่นขึ้นมา แล้วขายข้าวคลุกกะปิอย่างเดียวมันค่อนข้างที่จะไม่คุ้มค่า ทั้งค่าเช่า ค่าลูกน้อง เลยมองหาตลาดเล็กๆ ซึ่งเราจำได้ว่า เคยไปเที่ยวออฟฟิศเพื่อนแล้วไปเดินตลาดละลายทรัพย์ ตลาดนั้นคนเดินเยอะมาก ออฟฟิศเยอะ ของกินเยอะ เลยติดต่อลองไปขายข้าวคลุกกะปิดู ก็เป็นจุดเริ่มต้นทำ
จากอาชีพแอร์โฮสเตสผันตัวมาทำธุรกิจ ด้วยเหตุผลการเริ่มต้นที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนล้วนประสบความสำเร็จในกิจการของตัวเอง สะท้อนได้จากยอดขายต่อเดือนที่มีตัวเลขไม่ธรรมดา ซึ่งมาจากการขายโปรดักต์ที่เป็นเมนูอาหารและของทานเล่น ไม่ว่าจะเป็น ข้าวคลุกกะปิ หมั่นโถวเบอร์เกอร์ ราเมน และถั่วอบกรอบพรีเมียม ล้วนถูกรังสรรค์มาด้วยความตั้งใจจริง แล้วแฮร์โฮสเตสมากความสามารถจะมีใครบ้างนั้น เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รวบรวมมาให้แล้ว เริ่มต้นที่ คุณพลอย-หทัยพัชร วสุศักดิ์ศิริ เจ้าของร้านข้าวคลุกกะปิแม่พลอย ทำงานเป็นแอร์โฮสเตสมานาน 3 ปี ก่อนจะหมดสัญญาในช่วงเดียวกับโควิดระบาด จึงตัดสินใจกลับมาช่วยสานต่อธุรกิจร้านอาหารของครอบครัวที่เปิดมานาน 12 ปี หลังจากนั้นได้ต่อยอดเปิดร้านของตัวเองชื่อว่า “ชูรส” ที่มีข้าวคลุกกะปิเป็นหนึ่งในเมนูประจำร้าน โดยตลอดการขายได้สังเกตเห็นลูกค้านิยมสั่งข้าวคลุกกะปิไปจัดเลี้ยงตามบริษัทหรืองานต่างๆ ทำให้มองเห็นโอกาสนำเมนูนี้ออกขายตามตลาดนัด โดยตระเวนขายตามตลาดชื่อดังต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าหลายๆ กลุ่ม โดยสามารถขายได้มากสุดถึงวันละ 600 กล่อง และสร้างรายได้หลักแสนบาทต่อสัปดาห์ ตามมาด้
เพราะอาชีพหลักอย่างแอร์โฮสเตสสั่นคลอนจากโรคระบาดเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ คุณตี้-ชนัฏา ใจดี และ คุณมุก-นวพร ฤทธิชัยเสรี มองหาอาชีพเสริมทำ โดยตั้งใจว่า “อยากทำจริงจัง ไม่ใช่แค่อาชีพเสริมก๊องๆ แก๊งๆ” นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจแรก ร้านซาลาเปา หมั่นโถวโฮมเมดสูตรบ้านแฟน ก่อนจะรู้ตัวว่าติดกระดุมผิดเม็ด เพราะผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่คิด นำมาสู่การแปลงโฉมหมั่นโถวเป็นเบอร์กอร์ “Twin Burger หมั่นโถวเบอร์เกอร์เจ้าแรก” ที่ได้กลุ่มลูกค้าต่างชาติเป็นขาประจำ และสามารถสร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน ธุรกิจแรกของแอร์โฮสเตส คุณตี้ อายุ 33 ปี เล่าให้ฟังว่า หลังเรียนจบเธอได้เข้าทำงานเป็นแอร์โฮสเตสทันที เพราะรู้สึกว่าอาชีพนี้มีรายได้เยอะ ประกอบกับครอบครัวเป็นข้าราชการอยากให้ลูกหลานทำอาชีพมั่นคง ซึ่งสายการบินก็ค่อนข้างมั่นคงในขณะนั้น เธอทำงานนี้มาร่วม 10 ปี ไต่ระดับเส้นทางอาชีพมาตั้งแต่หัวหน้าสายการบิน และเป็นครู รายได้ถือว่าค่อนข้างสูงเกือบแสนบาท แต่เมื่อโควิดระบาด อาชีพนี้ถือเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบ ถึงขนาดเคยได้รับเงินเดือน 8,000 บาท นั่นจึงทำให้หลายคนได้เห็นแอร์ฯ หันมาทำอาชีพเสร
อดีตแอร์โฮสเตส เจอพิษโควิด ใช้ทักษะ-ประสบการณ์ อบถั่วขายออนไลน์ สร้างรายได้หลักแสน ท่ามกลางสถานการณ์โควิดที่ระบาดอยู่ทุกวันนี้ ส่งผลกระทบต่อทุกคน ทุกอาชีพ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับ คุณแป้งปูน-ภาพตะวัน แย้มพึ่ง เจ้าของร้าน ถั่วอบกรอบ Goodnutsbkk ที่ในอดีตเคยเป็นแอร์โฮสเตส สายการบินแห่งหนึ่ง พอเจอวิกฤตการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ถูกเลิกจ้างไปในที่สุด คุณแป้งปูนจึงใช้ประสบการณ์และทักษะการทำขนมที่ตนเองมี มองหาลู่ทางการขายออนไลน์ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ อย่างลาซาด้า และสามารถสร้างยอดขายได้ถึงหลักแสนภายในแคมเปญเดียว คุณแป้งปูน กล่าวว่า ตอนเป็นแอร์โฮสเตส อยู่ที่ดูไบ คนที่นั่นมักจะรับประทานถั่วกันแทบทุกวัน โดยในทุกมื้ออาหารจะมีถั่วเป็นส่วนประกอบในอาหารหลัก ด้วยเหตุนี้ ทำให้คุณแป้งปูนได้มีโอกาสลองทาน ทำให้รับรู้ถึงรสชาติที่มีความกรอบ และความหอมอร่อย ซึ่งรสชาติน่าจะถูกปากคนไทย ประกอบกับคุณแป้งปูนเรียนจบทางด้าน Food Science (ฟู้ดซายน์) มาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงผสมผสานความรู้ที่มีและประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างแดน มาริเริ่มเป็นธุรกิจถั่วอบกรอบ ในชื่อ Goodnutsb
แอร์สาว สลัดปีก ผันตัวเป็นช่างแต่งหน้า รายได้ไม่เท่าทำงานบนฟ้า แต่สุขใจที่ได้ทำ แอร์โฮสเตส หากพูดถึงอาชีพนี้ในสมัยก่อน คนจะมองว่าเป็นอาชีพที่ใส่ชุดสวย ทำงานไป ได้เที่ยวไปแถมเงินเดือนก็ดี โก้หรูเป็นนางฟ้าบนเครื่อง แต่เมื่อมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากอาชีพที่สวยหรู กลับกลายเป็นหนึ่งในหลายอาชีพที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้คุยกับ คุณฟ้า-นภัทร์ ไตรยานุภาพ วัย 33 ปี สาวผู้ยึดอาชีพแอร์โฮสเตส ของการบินไทย มาได้ 6 ปี ที่ชีวิตพลิกผันเพราะการแพร่ะรบาดของไวรัสโควิด-19 เธอจึงสลัดปีกนางฟ้า แล้วหันมาจับแปรงแต่งหน้าหารายได้แทนอาชีพเดิม คุณฟ้า เท้าความให้ฟังว่า เธอเรียนมาทางด้านสื่อสารมวลชน ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้เป็นแอร์โฮสเตส แต่เมื่อเรียนจบ ด้วยไฟที่กำลังแรงตามประสาเด็กจบใหม่ก็อยากหางานทำให้เร็วที่สุด บังเอิญว่าช่วงที่เธอจบ สายการบินลูกของการบินไทย อย่าง ไทยสไมล์ เปิดรับพนักงาน จึงลองไปสมัครดู “ทำที่ไทยสไมล์ได้ 2 ปี ก็ย้ายมาทำที่การบินไทยได้ 6 ปี รวมๆ แล้วก็ยึดอาชีพแอร์มาได้ประมาณ 8 ปีแล้ว ฟ้าบินไฟลต์ต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ค่ะ พอเจอโควิดมันตูมมา มันก็กระทบ
แอร์ฯ สจ๊วต กัปตัน งัดสกิลต่อยอดอาชีพสู้วิกฤต ไม่หยุดแค่งานบริการบนอากาศ จากดราม่าร้อนเมื่อ เจ้เล้ง หรือ อารียฉัตร อภิสิทธิ์อมรกุล เจ้าของร้านเจ้เล้งดอนเมือง หลุดปากพูดถึงอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินว่า เป็นคนใช้บนอากาศ ห้ามลูกหลานทุกคนเป็นแอร์เพราะเป็นอาชีพที่หางานอื่นต่อไม่ได้ มันเป็นธุรกิจที่จบสั้นๆ ทำชาวเน็ตร่วมวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ลองมาดูกันดีกว่าว่าช่วงวิกฤตที่ผ่านมา แอร์ฯ สจ๊วต กัปตัน เขาต่อยอดอาชีพอะไรกันบ้าง บอกเลยว่าธุรกิจของแต่ละคนนั้นไม่ธรรมดา กัปตันขายบราวนี่ คนแรก คุณเดช-เดชพนต์ พูลพรรณ กัปตันประจำสายการบินแห่งหนึ่ง แม้จะเป็นผู้ชายอกสามศอก แต่ก็สามารถเข้าครัวเปิดเตาอบทำบราวนี่ขายได้อย่างคล่องแคล่ว แถมรสชาติอร่อยถูกปากลูกค้า จนเกิดเป็นธุรกิจเล็กๆ ในช่วงวิกฤต “ปกติเวลาไปบิน ผมชอบซื้อขนมติดไม้ติดมือไปฝากลูกเรือ และเพื่อนร่วมงานเพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงาน จนวันหนึ่งมาคิดว่าอยากทำของให้ลูกเรือให้เพื่อนๆ ด้วยตัวเอง ทำเค้กคงไม่ไหวพกพาลำบาก ต้องทะนุถนอม ส่วนบราวนี่ชิ้นเล็ก พกพาง่ายและผมชอบทาน ผมเลือกเรียนบราวนี่ คุกกี้ และขนมเปี๊ยะ ซื้ออุปกรณ์ทุกอย่างมาไว้ที่บ้าน พอเรียนจบ
