โควิด-19
สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ประกาศปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าพื้นที่ 13 จังหวัดรองรับการยกระดับมาตรการป้องกันโควิด-19 วันที่ 18 ก.ค. 2564 ตามที่ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 28) เพื่อกำหนดมาตรการที่จำเป็นและเร่งด่วน เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ 13 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม นนทบุรี นราธิวาส ปทุมธานี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา ยะลา สงขลา สมุทรปราการ และ สมุทรสาคร โดยกำหนดให้เป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และให้มีผลบังคับใช้วันที่ 20 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (สงร.) และสถาบันการเงินสมาชิกทุกแห่ง ประกอบด้วย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จึงขอประกาศแนวทางในการให้บริการลูกค้าเพื่อให้สอดคล้องกั
สินมั่นคงฯ เบรกยกเลิกประกันโควิด แจ้งลูกค้าได้รับความคุ้มครองตามเดิม วันที่ 18 ก.ค. 2564 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ส่งหนังสือแจ้งถึงลูกค้าผู้เอาประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโคโรนา แบบ เจอ จ่าย จบ หรือ COVID 2 in 1 สินมั่นคงฯ ประกาศ บอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 เจอ จ่าย จบ ว่าสืบเนื่องจากกรณีที่บริษัทฯ ได้ส่งจดหมายบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโคโรนา แบบเจอ จ่าย จบ หรือ COVID 2 in 1 ไปยังลูกค้าที่ได้ซื้อกรมธรรม์ประกันภัยประเภทดังกล่าวไว้ และได้ทำการประชาสัมพันธ์ไปยังสาธารณชนในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น บริษัทฯ ต้องขออภัยต่อลูกค้าทุกท่านที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลจากการตัดสินใจของบริษัทฯ บริษัทฯ จึงขอแจ้งยกเลิก การใช้สิทธิ์บอกเลิกกรมธรรม์ดังกล่าว และยืนยันที่จะให้ความคุ้มครองการติดเชื้อไวรัสโคโรนากับลูกค้าจนกว่ากรมธรรม์ของลูกค้าจะหมดอายุ
จำเป็นต้องไปซื้อของที่ห้าง ต้องระวัง 5 จุดเสี่ยงอยู่เสมอ ในช่วงวิกฤตแบบนี้ ถ้าจำเป็นต้องไปห้างสรรพสินค้าหาซื้อสิ่งของจำเป็น ต้องระวังจุดเสี่ยงอะไรบ้าง โดย เพจเฟซบุ๊ก Social Marketing Thaihealth by สสส. ได้แนะ 5 จุดเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยง ไว้ดังนี้ 1. ระวังการสัมผัสรถเข็น 2. ระวังการสัมผัสบันไดเลื่อน และระวังการสัมผัสราวจับ 3. ระวังการสัมผัสสิ่งของ 4. ระวังการสัมผัสบัตรจอดรถ และระวังการสัมผัสธนบัตรจากตู้เอทีเอ็ม 5. ระวังการใช้ห้องน้ำสาธารณะ อย่างไรก็ตาม หากมีการสัมผัสจุดเสี่ยง ให้ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งเพื่อลดโอกาสเสี่ยงติดโควิด-19 ที่มา Social Marketing Thaihealth by สสส.
จ่อปิดเมือง! ศปก.ศบค. เล็ง ปิดทุกกิจการ-กิจกรรม ในกทม.-ปริมณฑล คุมโควิด เว้น ขนส่งสินค้า อาหาร ยา วัคซีน เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ รายงานว่า ศปก.ศบค. มีการประชุมด่วน พิจารณาการเพิ่มมาตรการควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ที่มีแนวโน้มระบาดรุนแรง ทั้งนี้ ในที่ประชุมดังกล่าว ซึ่งมีตัวแทนจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หนึ่งในนั้นมีฝ่ายการแพทย์และสาธารณสุขร่วมด้วย ได้มีการเสนอแนะ ถึงมาตรการลดการเคลื่อนที่ให้มากขึ้น และมีการเสนอให้ปิดกิจกรรม กิจการทุกอย่างในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยกเว้น การขนส่งสินค้า อาหาร ยา วัคซีน สื่อสาร และสาธารณูปโภค กรณีสถานประกอบการให้ทำระบบ Seal Route ในการทำงานหรือให้พักในสถานประกอบการ โดยจะต้องมีการขออนุญาตและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในข้อเสนอดังกล่าว แนะนำว่า รัฐควรมีการจัดการที่ชัดเจนทั้งมาตรการตรวจหาเชื้อ รักษา และระบบสนับสนุนให้ดำรงชีพได้ นอกจากนี้ ยังเน้นเรื่องการควบคุมงดการเดินทางข้ามจังหวัดอย่างเคร่งครัด เฝ้าระวังการเดินทางข้ามประเทศทางชายแดนและผู้เดินทางมาจากต่างประเทศอย่างเข้มงวด โดยการบริหารจัดการระบบทีมเคลื่อนที่เร็วแบบเบ็ดเ
มหาดไทย ร่อนหนังสือสั่ง อปท.- เจ้าของตลาด ลด-ยกเว้นค่าเช่าแผงทั่วประเทศ ช่วยผู้ค้า จนกว่าโควิด-19 จะบรรเทา วันที่ 16 กรกฎาคม 2564 เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานข่าว นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท 0808.3/ว 4093 เรื่องมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการตลาดที่ได้รับผลกระทบอันเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด โดยแจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกแห่ง พิจารณาช่วยเหลือและบรรเทาภาวะทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้เช่าตลาดของ อปท. โดยการลดหรือยกเว้นค่าเช่า หรือประโยชน์ตอบแทนอื่นที่ได้จากการเช่าตลาด จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะบรรเทาลง และขอความร่วมมือเจ้าของตลาดเอกชน พิจารณาลดหรือยกเว้นค่าเช่าให้กับผู้เช่าแผงค้าและผู้เช่าอื่นๆ ในตลาดเอกชน ตามความเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะบรรเทาลง และให้รายงานผลการดำเนินงานภายในวันที่ 30 กรกฎาคม 2564
เคทีซี ไปต่อ เขย่าแผนธุรกิจสู้โควิด-19 ดันกำไรครึ่งปี 3,352 ล้านบาท วันที่ 16 ก.ค. 2564 นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภาพรวมของอุตสาหกรรมสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในช่วง 6 เดือนของปีนี้ยังคงเติบโต ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนจากการระบาดระลอกใหม่ สำหรับภาพรวมการดำเนินงานธุรกิจของเคทีซียังผ่านไปได้ดี โดยสิ้นเดือนพฤษภาคม 2564 บริษัทฯ มีการขยายตัวของลูกหนี้บัตรเครดิตเท่ากับ 10.4% (อุตสาหกรรมโต 8.6%) ทำให้เคทีซีมีสัดส่วนของลูกหนี้บัตรเครดิตเทียบกับอุตสาหกรรมเท่ากับ 13.7% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2563 ที่มีสัดส่วน 13.5% ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 5.4% (อุตสาหกรรมโต 2.2%) และสัดส่วนลูกหนี้สินเชื่อบุคคลเทียบกับอุตสาหกรรมเท่ากับ 4.7%” “สถานการณ์โควิด-19 ที่ต่อเนื่องถึงระลอก 3 ได้ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการจัดหาสมาชิกใหม่ทำได้ยากขึ้น รวมถึงการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้รวมและปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรขยายตัวได้ไม่มาก เคทีซีจึงมีแผนสร้างโมเดลธุรกิจขยายตัวไปยังสินเชื่อมีหลักประกันมากขึ้น โดยได้เข้าซื้อหุ้น 75.05% ของบร
ปลื้มใจ! ลูกค้าสั่งอาหาร เขียนโน้ต “ไม่ต้องเอามาส่ง ขอให้ครอบครัวของไรเดอร์อิ่ม” ในช่วงวิกฤตแบบนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในสายอาชีพไหน เราทุกคนต่างเผชิญความยากลำบาก แต่หากพอมีกำลังแบ่งปัน หรือช่วยเหลือกันได้ก็ให้ช่วยกัน เหมือนเรื่องราวของ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tun Baantormai เจ้าของร้านอาหารในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้โพสต์ข้อความ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ระบุว่า #ขอส่งต่อเรื่องราวดีๆครับ ช่วงบ่ายวันนี้ มีรายการออร์เดอร์เข้าร้าน ผมอ่านในรายละเอียด สะดุดตรงข้อความ ที่เจ้าของออร์เดอร์เขียนสรุปมา “ไรเดอร์ ไม่ต้องเอาอาหารมาส่งนะคะ ขอให้ครอบครัวของไรเดอร์ อิ่ม อร่อย มื้อเย็นนี้นะคะ ช่วยเหลือร้านค้าในจังหวัดสุพรรณบุรีค่ะ” ผมอ่านข้อความอย่างละเอียด อ่านไปก็ปลื้มใจ ผมเข้าไปทำอาหารในครัวอย่างมีความสุข พอทำเสร็จแล้วก็นำอาหาร ออกมาส่งให้กับไรเดอร์ผู้โชคดีคนนั้น ไรเดอร์คนนี้ ตัวเขาเองก็ได้รับข้อความนี้เช่นกัน ผมส่งอาหารให้เขา สังเกตอาการของเขา เขารับอาหารอย่างตื้นตัน และดีใจมาก ผมคุยกับเขาซักแป๊บ ก็กล่าวคำลากัน ..ที่ผมเขียนบอกเล่ามานี้ เพื่อที่จะบอกว่า.. ในสภาวะที่คับขันยามนี้จากโรคระบ
กสิกรไทย ส่ง “เงินกู้สู้ไปด้วยกัน” ดอกต่ำ 3% ช่วยร้านอาหาร-ร้านค้ารายย่อย พร้อมออกมาตรการพักชำระหนี้ 2 เดือน ช่วยลูกค้าที่ปิดกิจการตามมาตรการของทางการ วันที่ 16 ก.ค. 2564 นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ทำให้ต้องมีการยกระดับมาตรการควบคุมการระบาดเข้มงวดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุด 10 จังหวัด ธนาคารกสิกรไทยขอเป็นส่วนหนึ่ง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับร้านค้ารายย่อย จึงออกโครงการพิเศษ “เงินกู้สู้ไปด้วยกัน” อนุมัติง่าย อัตราดอกเบี้ย 3% พักชำระเงินต้น 3 เดือน วงเงินกู้สูงสุด 300,000 บาท ไม่ต้องมีหลักประกัน ฟรีค่าธรรมเนียมทุกประเภท ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี ใช้แค่บัตรประชาชนใบเดียวก็กู้ได้ เพียงเดินบัญชีกับธนาคารฯ สมัครทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ของธนาคารฯ ทั้งนี้ ธนาคารฯ ยังสนับสนุนให้ร้านค้าเพิ่มช่องทางการขายได้บน K+ market ในแอพ K PLUS ของธนาคารฯ รวมถึงการทำกิจกรรมช่วยโปรโมตร้านผ่านสื่อต่างๆ ของธนาคารฯ และร่วมมือกับเพจออนไลน์ชื่อดัง เพื่อช่วยเพิ่มยอดขายสร้างรายได้ให้แก่
คนรัดเข็มขัด-พิธีศพเปลี่ยน เจ้าของร้าน ตัดพ้อ โลงสวยแค่ไหน คนก็ไม่กล้าซื้อ! หากใครยังจำกันได้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราว การผ่อนโลง (ศพ) 0% โดยไม่มีขั้นต่ำ จาก ร้านเฮียเล้ง หีบศพ หน้าวัดทวีการะอนันต์ ซึ่งสร้างเสียงฮือฮาจากโลกโซเชียลได้เป็นอย่างดีในปี 2562 ไอเดียเข้าท่า “ผ่อนโลง 0%” ไม่มีขั้นต่ำ กี่เดือนก็ได้ ราคานี้ไม่ต้องพะวงเรื่องเงิน และจากจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ที่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละวัน ก็ทำให้ได้กลับมาพูดคุยกับ เฮียเล้ง-อภิชาติ อยู่เกตุ เจ้าของร้านอีกครั้ง โดยเฮียเล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันตนก็ยังดำเนินธุรกิจขายโลงศพและรับผ่อนโลงอยู่ จากสถานการณ์โควิดที่แพร่ระบาดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อยอดขายของร้าน โดยในปีที่แล้ว ในการระบาดรอบแรก ที่ร้านยังไม่ได้รับผลกระทบเท่าไหร่ เรียกว่าขายดีเลยทีเดียว เพราะคนยังคงจับจ่ายใช้สอยกันอยู่ เมื่อมีคนเสียชีวิตก็มาซื้อโลงศพกันปกติ แต่เมื่อสถานการณ์การระบาดเข้าสู่รอบที่ 2 ก็เริ่มกระทบกับยอดขาย และเมื่อเข้าสู่การระบาดหนักครั้งที่ 3 ยอดขายของร้านก็เข้าสู่ภาวะ “หยุดนิ่ง” “รอบแรกคนยังพอใช้เงิน ก็ไม่ได้กระทบอะไ
แบงก์ชาติ จับมือ ธนาคาร ประกาศพักชำระหนี้ 2 เดือน ช่วยประชาชน เริ่ม ก.ค. 64 วันที่ 15 ก.ค. 2564 ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ได้ออกแถลงการณ์ โดยระบุว่า แบงก์ชาติ สมาคมธนาคารไทย และสมาคมธนาคารนานาชาติ ตระหนักถึงความเดือดร้อนของลูกหนี้ และเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินเพิ่มเติมให้แก่ลูกจ้างและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบให้ตรงจุดและทันการณ์ จึงเห็นร่วมกันที่จะออกมาตรการเร่งด่วนด้วยการ “พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย” ให้แก่ “ลูกหนี้ SMEs และรายย่อย” เป็นระยะเวลา 2 เดือน ให้แก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือ ลูกหนี้ทั้งที่เป็นนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการ ทั้งในพื้นที่ควบคุมฯ และนอกพื้นที่ควบคุมฯ ที่ต้องปิดกิจการจากมาตรการของทางการ เริ่มตั้งแต่งวดการชำระหนี้เดือนกรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป โดยเมื่อหมดระยะเวลาพักชำระหนี้แล้ว สถาบันการเงินจะไม่เรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างอยู่ในทันที เพื่อไม่ให้เป็นภาระหนักกับลูกหนี้ สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยอ้อม คือ ลูกหนี้ที่ยังเปิดกิจการได้ แต่รายได้ลดลงจากมาตรการควบคุม
