โควิด-19
บิ๊กตู่ สั่งยกเลิก ประกาศกทม. ไฟเขียวให้ร้านอาหารขายได้ถึง 3 ทุ่ม เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานข่าวระบุว่า จากกรณี กทม. มีมติให้ร้านอาหารรับลูกค้าเฉพาะบริการกลับบ้านในเวลา 19.00-06.00 น. ส่วนนอกเวลานั้น สามารถรับประทานอาหารที่ร้านอาหารได้ แต่ต้องมีมาตรการเข้มข้น ดีเดย์ตั้งแต่พรุ่งนี้ (5 ม.ค.) เป็นต้นไป ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านเพิ่มเติม เริ่มพรุ่งนี้! กทม. เข้ม 19.00-06.00 น. งดกินข้าวนอกบ้าน ล่าสุด ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม ศบค. ว่า กรณี กทม. มีมติให้ร้านอาหารรับลูกค้าเฉพาะบริการกลับบ้านในเวลา 19.00-06.00 น. ให้ยกเลิกออกไปก่อน โดยให้เปิดได้ถึง 21.00 น. แต่ต้องมีมาตรการที่ทำไว้แล้วเดิม เช่น กำหนดจำนวนคน รักษาระยะห่าง ซึ่งนายกสมาคมภัตตาคารไทย รับประกันว่าทำได้ “ถ้าใครทำไม่ได้ก็ถูกปิด” เพราะตนไม่ต้องการให้ได้รับผลกระทบมากเกินไป นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ดี ตนได้เตรียมความพร้อมในการจัดหาเงินงบประมาณเพิ่มเติมทุกงบประมาณที่มีอยู่ เพื่อรับสถานการณ์ในระยะต่อไป ขณะที่เรื่องวัคซีนเพื่อให้แน่ใจว่าเกิดความปลอ
บสย. จัด 6 โครงการค้ำประกันสินเชื่อ 1 แสนล้าน อุ้มกลุ่มเปราะบาง-SMEs ทั่วไป ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 รอบใหม่ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการของผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่ม บสย. ได้เร่งดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs โดย บสย. เปิดตัว 6 โครงการค้ำประกันสินเชื่อร่วมกับธนาคารพันธมิตรช่วยเหลือเร่งด่วน จัดสรรวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ 100,000 ล้านบาท ครอบคลุมกลุ่มผู้ประกอบการเปราะบางและผู้ประกอบการ SMEs ทั่วไป ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการเปราะบาง สู้ภัย COVID-19 จำนวน 2 โครงการ คือ 1. โครงการ “บสย. SMEs ไทย สู้ภัยโควิด” ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 2 ปี วงเงินค้ำประกันสินเชื่อรายละ 2 แสนบาท – 20 ล้านบาท ระยะเวลาค้ำประกัน 10 ปี วงเงินจัดสรร 5,000 ล้านบาท * MAX CLAIM สูงสุด 35% 2. โครงการ “บสย. รายย่อยไทย สู้ภัยโควิด” ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปี วงเงินค้ำประกันสินเชื่อต่อราย 1 หมื่นบาท – 1 แสนบาท ระยะเวลาค้ำประกัน 10 ปี วงเงินจัดสรร 5,000 ล้านบาท * MAX CLA
สธ. แถลง ไทยเริ่มผลิตวัคซีนโควิด-19 ล็อตแรก ส่งมอบ พ.ค.64 เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 64 กระทรวงสาธารณสุข เผย ไทยเริ่มผลิตวัคซีนโควิด-19 ในประเทศแล้ว โดยเป็นวัคซีนที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ที่มีอัตรากำลังการผลิตได้ ปีละ 200 ล้านโด๊ส มีกำหนดทยอยส่งมอบล็อตแรกในเดือนพฤษภาคม 2564 และประเทศไทยมีการสั่งซื้อวัคซีนจากบริษัทประเทศจีน เพื่อส่งมอบในเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2 ล้านโด๊ส พร้อมเจรจาจัดหาเพิ่ม ให้คนไทยได้รับการฉีดวัคซีนโดยรัฐ ฟรี ตามเป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า รัฐบาลไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมมือกับหลายฝ่าย เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า จะได้รับวัคซีนในเวลาไม่ช้ากว่าประเทศส่วนใหญ่ โดยตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา คณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เพื่อคนไทย ได้เตรียมการหาข้อมูล วางเป้าหมาย วิธีการทำงาน มีกลไกต่างๆ ที่จะทำให้ได้วัคซีนมา ตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีนให้คนไทยโดยรัฐฟรี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของประชากร หรือประมาณ 70 ล้านโด๊ส โดยได้ทำสัญญาจองซื้อวัคซีนล่วงหน้าจำนวน 26
หมอยง แนะ 6 มาตรการสำคัญ ควบคุมการระบาดโควิดระลอกใหม่ เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 64 นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ ผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุว่า โควิด-19 เมื่อมีการระบาดรอบใหม่ สิ่งที่สำคัญในการควบคุมการระบาด จะต้องเป็นไปตามลำดับ ดังนี้ 1. การป้องกัน ทุกคนจะต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดการระบาด กระจายออกไป ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เมื่อออกนอกบ้าน ล้างมือและใช้แอลกอฮอล์ กำหนดระยะห่างบุคคลไม่น้อยกว่า 2 เมตร หรืออยู่บ้านดีที่สุด หลีกเลี่ยงแหล่งอโคจร 2. การควบคุม เป็นหน้าที่ของทุกคน รวมทั้งทางกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้ มีมาตรการต่างๆ เบาไปหาหนัก สร้างกฎเกณฑ์ต่างๆ ขึ้นมา จนกระทั่งถึงปิดเมืองเด็ดขาด แบบอู่ฮั่น 3. การลดปริมาณโรคให้น้อยลง จัดการตรวจวินิจฉัยแยก คัดกรอง ให้ความรู้ โดยเฉพาะในแหล่งระบาดให้เกิดโรค หรือติดต่อแพร่กระจายให้น้อยที่สุด ไม่ให้เกิดการแพร่กระจายไปจุดอื่นๆ 4. การก
ศูนย์วิจัย ธ.ก.ส. ชี้โควิดระลอกใหม่ ดันราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้นในเดือน ม.ค. 64 ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. ชี้การระบาดระลอกใหม่ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรเดือนมกราคม 2564 ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกเหนียว และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีแนวโน้มปรับราคาเพิ่มขึ้น ด้านน้ำตาลทรายดิบ ยางพาราดิบ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน สุกร และกุ้งขาวแวนนาไม มีแนวโน้มปรับราคาลดลง เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 64 นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนมกราคม 2564 โดยสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ราคาอยู่ที่ 8,542-8,865 บาท/ตัน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 2.20-6.07 เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นผู้นำเข้าข้าวอันดับ 1 ของโลก อาจทำให้มีความต้องการข้าวขาวจากไทยเพิ่มขึ้น ข้าวเปลือกหอมมะลิ อยู่ที่ราคา 11,683-11,726 บาท/ตัน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 5.38-5.76 เนื่องจากภาครัฐมีโครงการสินเชื่อชะลอการ
โควิดรอบใหม่ สมุทรสาคร สุดช้ำ พ่อค้า แม่ขาย แทบไปไม่ถูก จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ โดยมีจุดเริ่มต้นมาจาก ตลาดกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีแรงงานพม่าอาศัยและทำงานอยู่จำนวนมาก โดยมีแรงงานติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วกว่า 1,300 คน สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชน ผลกระทบเหล่านี้ ยังส่งไปถึงผู้ประกอบการ ร้านค้า ธุรกิจต่างๆ ในพื้นที่ ยังไม่ทันได้ฟื้นตัวจากโควิด-19 รอบแรก โควิดรอบใหม่ก็ซัดเข้ามาอีกระลอกให้เจ็บช้ำกว่าเดิม หนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบคือ ผู้จัดจำหน่ายอาหารทะเลแปรรูป คุณก้าวหน้า วงษ์วิจารณ์ วัย 45 ปี เจ้าของร้านใจดี ราตรี ผู้จัดจำหน่ายอาหารทะเลแปรรูป ในตำบลท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร เผยกับผู้สื่อข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า โควิด-19 ทำให้บรรยากาศร้านเงียบเหงาเหมือนป่าช้า ส่งผลไปถึงยอดขายที่ลดลง เพราะ คนไม่กล้าซื้ออาหารทะเล แม้จะเป็นอาหารทะเลแห้งก็ตาม “ยอดขายหายไปเพราะ คนกลัว ไม่กล้ามาสมุทรสาคร ผมคิดว่าคนยังมีความรู้ความเข้าใจ โควิด-19 น้อย เลี่ยงไม่ทานอาหารทะเล ทั้งๆ ที่อาหารทะเลไม่ใช่ตัวพาหะนำเชื้อโรค โดยเฉพาะของแห้ง หรือสินค้าแปรรูป แต่มนุษย์ต่างหากคือตัวพาหะ
ร้านชาบู โวยรัฐ สั่งปิดร้าน มีแต่ช่วยให้เป็นหนี้ ลั่นยังไงก็ไม่ปิด จากสถานการณ์โควิด ที่ยังไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ ทำให้ต้องมีการใช้มาตรการเข้มงวดขึ้นเป็นลำดับ โดยล่าสุด เพจร้าน โกดัง ชาบู ได้โพสต์ระบุว่า “เอาอีกแล้วหรอจะสั่งให้ปิดอีกแล้วหรอ หนี้เก่ากูยังเคลียร์ไม่หมด แล้วแบบนี้จะให้พวกกูแดกอะไร ความผิดประชาชนหรอ ความผิดกูหรอ ไอ้คนพวกเห็นแก่ได้ที่มันรับเงินและรับคนติดเชื้อเข้ามา มึงได้เงิน แล้วประชาชนได้อะไร ได้รับความเดือดร้อน สั่งกูปิด กูไม่ปิด ยังไงกูก็จะเปิด ตายทั้งขึ้นทั้งล่อง สั่งกูปิดช่วยอะไรกูบ้างมีแต่ช่วยให้กูมีหนี้เพิ่มขึ้น ลูกเมียก็ต้องดูแล พนักงานก็ต้องหาเงินกินข้าว เคสที่ระยองก็เป็นบทเรียนแล้วรอบ แทนที่จะแก้ไข ยังจะทำให้มันชิบหายลงมาอีก ขอถามสักคำความผิดร้านอาหารหรอที่จะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ แล้วจะให้กูทำมาหาแดกอะไร #ยังไงกูก็ไม่ปิดร้าน ปิดก็อดตาย”
ศูนย์วิจัยกสิกร คาดตลาดรถยนต์ปี 64 หากไม่มีล็อกดาวน์ ยอดขายทะลุ 8.5 แสนคัน การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ตลาดรถยนต์ในประเทศได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง คาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ในประเทศปี 2563 นี้ จะมีโอกาสลงไปแตะระดับ 770,000 คัน หรือหดตัวถึง -23.6% อย่างไรก็ตาม เมื่อใกล้เข้าสู่ปี 2564 ทิศทางยอดขายรถยนต์ในประเทศมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวได้ดีอีกครั้ง ในกรณีเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวดีขึ้น และไม่มีความจำเป็นต้องนำมาตรการล็อกดาวน์มาใช้ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ทิศทางยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2564 จะขยายตัวได้ถึง 7-11% หรือราว 825,000 ถึง 855,000 คัน และคาดว่ารถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจะเป็นกลุ่มที่มีการขยายตัวได้อย่างก้าวกระโดด เมื่อค่ายรถยนต์เริ่มเข้ามารุกตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหลายรุ่น ด้วยราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นการเปิดตลาดสู่กลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าในปี 2564 นี้ ค่ายรถจะเริ่มดันให้รถยนต์ HEV และ PHEV กลายมาเป็นโมเดลมาตรฐานมากขึ้น คาดว่ารถยนต์ในกลุ่มนี้จะทำยอดขายได้ 48,000 ถึง 50,000 คัน หรือขยายตัว 10-23% แต่สำหรับรถยนต์ BEV แม้
หม่อมถนัดแดก ถามการ์ดไม่เคยตก แต่ทำไมต้องรับชะตากรรมจากโควิดรอบใหม่ เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. หม่อมถนัดแดก หรือ นายสหัสวรรษ ชอบชิงชัย ยูทูบเบอร์สายกิน เจ้าของร้านข้าวแกงถนัดแดก ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงสถานการณ์โควิด-19 โดยระบุว่า “เมื่อต้นปีเคยคิดว่าการล็อกดาวน์ คือบททดสอบความอดทนและการแก้ไขปัญหาแบบ “เจ็บแล้วจบ” ก็ล่อไป 3-5 เดือนกว่าจะค่อยๆ กลับคืนมา ถึงแม้มันจะไม่ปกติแบบเดิมก็เถอะ เอ้าคิดซ่ะว่า สถานการณ์โลกที่เราทุกคนไม่เคยเจอะเจอ ก็คาดหวังเอาไว้ว่า ปลายปีคงจะดีกลับมาแบบเคย “ก็จริงน่ะเดือนพฤศจิกายนแนวโน้มออกมาดีเป็นที่น่าพอใจเลยล่ะ เพราะประชาชนคนไทยและ คนทำกิจการนักธุรกิจส่วนใหญ่ ให้ความร่วมมือเชื่อฟังรัฐมาโดยตลอด ให้ทำอะไร จะสั่งอะไร เราทำหมด ต้องขอบคุณคนไทยทุกคนที่ร่วมมือร่วมใจกันเราถึงผ่านมาได้ แม้ว่าบางท่านบางธุรกิจอาจจะยังไม่ฟื้นหรือล้มลงไปแล้วเมื่อต้นปี แต่ยังมองเห็นโอกาสที่จะลุกขึ้นยืนอีกในไม่ช้า แต่แล้วความสว่างที่มองเห็นอยู่ตรงปลายอุโมงค์ กลับดำมืดลงอีกครั้งเมื่อเดือนสุดท้ายของปีนี้มาถึง อย่างที่หลายท่านพบเจอกับตัวเองอยู่ในขณะนี้ “ถามว่า พวกเราทำอะไรผิดขนาดนั้นเชียวหรื
หมอยง โพสต์ 3 กลุ่มเสี่ยง สมควรได้รับวัคซีนโควิด-19 ก่อน วันที่ 31 ธ.ค. 63 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุว่า โควิด-19 วัคซีน ใครคือผู้สมควรได้รับวัคซีนก่อน ในกรณีที่วัคซีน เข้ามาในระยะแรก วัคซีนจะไม่เพียงพอในการให้กับคนหมู่มาก ผู้ที่สมควรที่จะได้รับวัคซีนก่อนคือผู้ที่มีความเสี่ยง หมายความว่า เมื่อติดโรคแล้วจะมีอาการรุนแรง หรือมีโอกาสที่จะติดโรคสูง จึงได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ โดยทั่วไปจะถือเอาอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป 2. กลุ่มบุคลากรที่ทำงานดูแลรักษาผู้ป่วย สอบสวน และทุกคนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานที่ ที่มีผู้ป่วยผู้ติดเชื้อ 3. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ และเมื่อมีวัคซีนมากขึ้น จึงค่อยเพิ่มกลุ่มเสี่ยงกลุ่มอื่น ผู้มีอายุน้อย โดยเฉพาะต่ำกว่า 40 ปีลงมาและมีร่างกายแข็งแรง เมื่อติดเชื้อจะมีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ และโรคนี้เมื่อเป็นกับเด็กอาการน้อยมาก ในเด็กจึงยังไม่มีการให้วัคซีนกันในขณะนี้ จนกว่าจะมีการรอการทดสอบการให้วัคซีนในเด็ก และมีข้อม
