การทำคอนเทนต์
ความรักความผูกพันของครอบครัวเป็นแรงบันดาลใจให้ฝาแฝดคู่หนึ่ง สร้างสรรค์ชีวิตใหม่บนรถบ้าน พวกเขาไม่เพียงแค่เที่ยวแต่ยังสามารถทำงานไปด้วยได้ และสามารถพาพ่อแม่ไปออกทริปด้วยกันได้อีกด้วย เรื่องราวของ คุณข้าวหอม ไม้พลวง และ คุณขวัญข้าว ไม้พลวง ฝาแฝดที่ปิ๊งไอเดียขับรถบ้านพาพ่อแม่ คุณตาเฉลียว ไม้พลวง และ คุณยายแสงจันทร์ ไม้พลวง ไปออกทริปด้วย และสามารถทำงานไปด้วยได้ โดยทำการอัดคลิปทำคอนเทนต์ลงช่องติ๊กต็อกที่ชื่อว่า “ยายแสงลูกพาเที่ยว” ที่เป็นไวรัลและมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก จนสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับครอบครัวอื่นๆ ได้อีกด้วย ย้อนกลับไปประมาณ 8 ปีที่แล้ว คุณขวัญ เล่าว่า เมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว มีการถ่ายรูปสไตล์ Cafe Hopping เยอะมาก โดยจะไปถ่ายรูปตามคาเฟ่ต่างๆ ซึ่งจะใช้เวลาทั้งวันที่ต้องออกไปทำงาน กว่าจะกลับถึงบ้านก็มืดแล้ว จึงทำให้พ่อและแม่อยู่บ้านกับน้องหมา 1 ตัวเท่านั้น ต่อมาทั้งคู่ได้เริ่มทำคอนเทนต์เกี่ยวกับการครีเอตอาหาร เธอเล่าว่า ตอนนั้นพ่อแม่จะเก็บผักจากสวนข้างบ้านมาทำอาหาร ซึ่งจะเป็นไลฟ์สไตล์ง่ายๆ ดูแล้วสบายตา ภายในคลิปจะเป็นเสียง ASMR แทรกเข้ามาด้วย ทำให้คอนเทนต์เป็นที่น่าสนใจมา
กว่าจะมาเป็น 1 คน 8 คาแร็กเตอร์! ทำยังไง “ครอบครัวท่านเปา” สร้างสรรค์คลิปกระตุ้นอารมณ์ร่วม เข้าถึงคนทุกวัย ในงานเติมเทรนด์ 2025 มีเซกชันน่าสนใจมากมาย หนึ่งในนั้นคือ ‘เทรนด์การเป็นครีเอเตอร์ที่เริ่ดในปี 2025’ ซึ่งมีการพูดคุยกับคุณเปา เจ้าของช่อง “ท่านเปา” ที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ มีผู้ติดตามในติ๊กต็อก 2.6 ล้านคน ด้วยคอนเทนต์แนวครอบครัวที่นำเสนอเรื่องราวหลากหลาย ผ่านการแสดงเพียงคนเดียว แต่สามารถถ่ายทอดได้ถึง 8 บทบาทที่สมจริงและเข้าถึงอารมณ์ผู้ชม ครอบครัว ‘ท่านเปา’ 8 คาแร็กเตอร์ในคนเดียว ช่อง “ท่านเปา” เน้นนำเสนอเรื่องราวครอบครัวที่อาจเกิดขึ้นจริงในหลายๆ บ้าน ซึ่งครอบครัวของท่านเปาจะมีสมาชิกทั้งหมด 8 คน ได้แก่ พ่อ (ชยเดช), แม่ (นิภา), ลูกชายคนเล็ก (เป้ ชยางกุล), ลูกชายคนโต (เปา ชยพล), ภรรยาของเปา (พลอย นฤมล), ลูกสาวคนเล็ก (ปริม ปริมนภา), สะใภ้รอง (ปลายฟ้า) และล่าสุด แม่ของพ่อเดช (ย่าเอียด) โดยทั้งหมดนี้แสดงโดย คุณเปา เพียงคนเดียว กว่าจะมาเป็นคลิปที่สมบูรณ์ คุณเปา เล่าว่า แม้ตนนั้นจะไม่ได้เรียนด้านการตัดต่อมาโดยตรง แต่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองจากแหล่งความรู้ต่างๆ และนำมาปรับใช้กับคอนเทนต
ยำจนปัง! จากทำน้ำยำขายเป็นงานเสริม สู่ร้านยำสุดไวรัล “เอ๊ะอะยำ” ยอดขายพีกสุด 50,000 บาทต่อวัน จุดเริ่มต้นจากความชอบทานยำของ คุณดล-วุฒิพงษ์ งาเฉลา และ คุณไก่น้อย-นิรัตน์ งาเฉล ที่ต้องการจะหารายได้เสริมในช่วงที่ทำงานประจำ ทั้งคู่เริ่มจากขายน้ำยำออนไลน์จนกลายเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และเปิดเป็นร้าน “เอ๊ะอะยำ” ซึ่งมีเมนูไวรัลคือ “ยำหมูสับล้น” ที่ลูกค้าชื่นชอบและต่างพากันแซวว่าขายเอาสังคมใช่ไหม ปัจจุบันสามารถสร้างรายได้พีกสุด 50,000 บาทต่อวัน และมีลูกค้ามาต่อคิวมากกว่า 250 คิวต่อวัน จุดเริ่มต้นจากน้ำยำออนไลน์ “พวกเราชอบกินยำเลยลองทำน้ำยำขายในช่องทางออนไลน์ดูครับ” คุณดล เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้น หลังจากลองผิดลองถูก ทั้งคู่ได้พัฒนาสูตรน้ำยำของตัวเอง โดยมีการเรียนเพิ่มเติมจากยูทูบ และให้กลุ่มเพื่อนในออฟฟิศได้ลองชิม แม้ในช่วงแรกยอดขายยังไม่สูงมาก ประมาณ 40-50 กล่องต่อวัน แต่ความตั้งใจและการสร้างตัวตนผ่านโซเชียลมีเดียช่วยให้คนเริ่มรู้จักเอ๊ะอะยำมากขึ้น คุณดล เล่าต่อว่า “ตอนนั้นก็ได้มีการเปิดเพจหรือว่าทำการสร้างตัวตนให้กับตัวเอง ให้คนรู้จักมากขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นที่ว่ารายได้ดี แต่เป็นอาชีพที่ส
ทำ คอนเทนต์ อย่าเน้นเอาฮา ต้องครบถ้วน ช่วยขายของ ส่งเสริมธุรกิจด้วย โลกปัจจุบัน เป็นโลกแห่ง Content จริงๆ แล้ว เรื่องของ Content ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร แปลตรงตัว ก็คือ เนื้อหา ที่เราต้องการนำเสนอให้ใครสักคน หรือหลายคน ได้รับทราบข้อมูล โดยรูปแบบของ Content สามารถเป็นได้ทั้ง ข้อความ ภาพ เสียง หรือผสมผสานกันหลายอย่างก็ได้ แต่เป้าหมายสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ อีกฝ่ายต้องรู้เรื่อง ต้องเข้าใจ พอเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ตเฟื่องฟู แพลตฟอร์มต่างๆ มีมากมาย แต่ละแพลตฟอร์ม ก็ขี้เกียจสร้าง Content ด้วยตัวเอง เพราะสิ้นเปลืองต้นทุน สู้ปล่อยให้คนดู คนเล่น ดูกันเอง สร้างกันเอง แล้วแบ่งเงินที่ได้จากสปอนเซอร์ให้ ก็น่าจะดีงามด้วยกันทุกฝ่าย ความพิถีพิถันในการสร้าง จึงหายไป แต่ความสดใหม่ เข้ามาแทนที่ ความดิบ ความเป็นธรรมชาติ กลายเป็นสิ่งที่ฝั่งคนดู รู้สึกว่า ไม่ใช่ปัญหาในเชิง Production แต่รู้สึกว่ามีความจริง อันน่าเร้าใจมากกว่า Content ที่พิถีพิถันเรื่อง Production ซึ่งดูว่ามีการเตรียมการ มีการสร้างบท แอบซ่อนความโกหกเอาไว้บ้าง หลายคน จึงกลายเป็นเน็ตไอดอลได้ในชั่วข้ามคืน เพียงแค่ทำ Content ที่โดนใจคนดู และถ้าสามารถจั
ข้อควรระวัง ที่เจ้าของกิจการมักพลาดตอนทำ “คอนเทนต์” คุณณัฐพัชญ์ วงษ์เหรียญทอง ผู้ก่อตั้ง dots academy เจ้าของบล็อกและเพจ nuttaputch.com – บล็อกการตลาดชื่อดัง ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันเจ้าของธุรกิจมักสร้างช่องทางการตลาดไว้มากมาย ยกตัวอย่าง เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ แต่ในมุมของลูกค้าความต้องการสูงสุด คือ คุณภาพสินค้าที่ดี รวมถึงการเอาใจใส่จากพนักงาน เพราะหลายครั้งพนักงานเป็นตัวการทำลายแบรนด์และชื่อเสียงของบริษัท ฉะนั้นก่อนใช้เครื่องมือการตลาด สิ่งที่ควรทำ คือ สร้างทัศนคติที่ดีแก่คนในองค์กรก่อน ลำดับต่อมา คุณณัฐพัชญ์ ให้ข้อมูลว่า “คอนเทนต์” ที่ดี ไม่จำเป็นต้องเป็นคอนเทนต์ที่ดัง ไม่ต้องภาพสวย หรืออาร์ตเวิร์กเลิศหรู เพราะคนตามเฟซบุ๊กเยอะ แต่ถ้าสินค้าขายไม่ได้ก็จบ อย่าคำนึงถึงแต่ปริมาณคนที่เข้ามาดู เพราะ คอนเทนต์ หรือ เนื้อหาที่ดีนั้นต้องสื่อสารชัดเจน ควรจะกำหนดกลุ่มเป้าหมายไปเลย ยกตัวอย่าง สตาร์บัคส์ซื้อ 1 แถม 1 อาจจะแค่บอกปากเปล่ากับลูกค้าเท่านั้น ส่วนข้อควรระวัง เจ้าของสินค้าต้องไม่ยัดเยียดความรู้สึก หรือความต้องการของตัวเองใส่ลงไปแทนลูกค้า เพราะคนซื้อไม่ได้มีความชอบเหมือนเจ้า
