ทำไรรวย
บอกเป็นเสียงเดียว! นักศึกษา-พนง.บริษัท “มาห้างฯไม่ได้ซื้อของ แค่มาตากแอร์…จ้า” ร้อนระอุ! บนโซเชียลเมื่อไม่นาน หลังจากมีคนตั้งกระทู้ถามในเว็บไซต์พันทิป “เมื่อวานเดินห้าง คนเยอะมากขนาดหนัก จะว่าคนมาเดินห้างเล่นหลบร้อนก็ไม่ใช่ เพราะชั้นที่มีร้านอาหาร คนต่อคิวมากอย่างไม่เคยมีมาก่อน จนผมหาของกินแทบไม่ได้ เพราะไม่ชอบรอคิว แถมคนมาช้อปปิ้งซื้อของติดมือกันเต็มไปหมด คึกคักมากจริงๆ เศรษฐกิจในกรุงเทพ ทำไมมันต่างจากต่างจังหวัดมากขนาดนี้ เรื่องจริงนะฮะ ไหนว่าเศรษฐกิจไม่ดีกันไงฮะ” หลังจากที่กระทู้นี้ถูกนำเสนอออกไป ได้กลายเป็นที่ถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ทั้งในกระทู้ดังกล่าว และบนหน้าสื่อออนไลน์อื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ฟากประชาชนเอง ต่างออกมาร่วมแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงพาบุกห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านลาดพร้าว รวบรวมความคิดเห็นบางส่วนมานำเสนอ คุณบีม พนักงานบริษัท ให้ข้อมูลว่า ปกติหลังเลิกงาน ก็จะไปเดินตากแอร์ฯ ในห้างแถวที่ทำงาน ระหว่างรอกลับบ้าน เป็นการประหยัดไฟที่บ้านไปในตัว เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เงินเดือนที่ได้มาก็จ่ายไปกับภาระค่าใช้จ่า
แอร์ DIY เจ๋ง! ตัวละ 500 บาท อุปกรณ์คลายร้อนแบบประหยัด ผลงานหนุ่มเทคนิคสมุทรสาคร ช่วงนี้ประเทศไทยไม่ว่าภูมิภาคไหน คงต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนระอุอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน อุณหภูมิที่สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ทำให้ค่าไฟหลายครัวเรือนพุ่งสูงตามไปด้วย ทั้งยังมีข่าวโรคฮีตสโตรกหรือโรคลมแดดออกมาผ่านช่องทางสื่อต่างๆ อย่างแพร่หลาย นับว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนควรตระหนักและเฝ้าระวัง วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” พามาส่องธุรกิจใหม่ ไอเดียเจ๋ง! “พัดลมแอร์ประดิษฐ์” ของหนุ่มปวส. น้องพาส-วรายุทธ์ ชาวสมุทร อายุเพียง 19 ปี นักเรียนสาขาเทคนิคคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร พ่อค้าหน้าใหม่ที่ได้คิดสิ่งประดิษฐ์คลายความร้อนนี้ออกมา เพราะทนกับอากาศบ้านเราขณะนี้ไม่ไหว จึงต้องการหาวิธีคลายความร้อนในราคาประหยัด น้องพาส เล่าย้อนความหลังเมื่อครั้งยังเป็นเด็กว่า ตนเองนั้นรักและชื่นชอบการประดิษฐ์เป็นชีวิตจิตใจมาตั้งแต่จำความได้ ชอบศึกษาค้นคว้าทำอะไรเองอยู่เสมอ แม้แต่ซ่อมไฟฟ้าเล็กๆ น้อยๆ ภายในบ้านไปจนถึงขั้นซ่อมรถเอง แต่ถ้าหากเกินกำลังจริงๆ ถึงนำไปซ่อมที่ร้าน พร้อมเผยว่าในอนาคตอยากมีอาชีพเป็นวิศวกร ซึ่ง ‘พัดลมแอร
จิบค็อกเทล โซ้ยส้มตำสุวรรณเขต! ที่ “ลาวต้มลาว” ร้านอาหารสุดหรู ต้นตำรับลาวแท้ หากพูดถึง ‘อาหารลาว’ เชื่อว่าใครหลายคนคงนึกถึงเมนูแซ่บ ๆ ทางภาคอีสานอย่าง ส้มตำ ลาบ ทำนองนี้อย่างแน่นอน แม้ไทยอีสานกับลาวจะมีความคล้ายคลึงกันด้านวัฒนธรรมอาหาร แต่ทว่ามีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงทางวัตถุดิบและกรรมวิธีการปรุง เส้นทางเศรษฐีพามารู้จักกับร้านอาหารน้องใหม่ “ลาวต้มลาว – Lao Dtom Lao” ที่เปิดตัวได้เพียง 4 เดือน ใจกลางย่านโอลด์ทาวน์ อาหารลาวต้นตำรับแท้ ๆ ปรุงรสด้วยฝีมือเชฟชาวลาวตัวจริง ยกระดับอาหารพื้นถิ่นลาวสู่ความเรียบหรูเฉพาะตัว ผสมผสานเข้ากับสไตล์การตกแต่งร้านแบบโพสต์อินดัสเทรียล โดยมี คุณเติ้ล – จิตธนา สันทวี เป็นผู้จัดการร้านในขณะนี้ คุณเติ้ล เล่าจุดเริ่มต้นของการทำร้านอาหารลาวสุดคลาสสิกแห่งนี้ให้ฟังว่า เกิดจากคุณโจ๊ก – สมเกียรติ ไพโรจน์มหกิจ เชฟชื่อดัง เจ้าพ่อแห่งวงการอาหาร และเชฟชาวลาว เชฟแดง – เดวิด ที่ช่วยกันนำไอเดียมาช่วยกันทำร้าน และออกแบบเมนู ร้านลาวต้มลาวแห่งนี้โดดเด่นด้วยสไตล์การตกแต่ง ด้วยเคาน์เตอร์บาร์ค็อกเทลสุดหรูที่อาจดูขัดกับอาหารลาว ตั้งตระหง่านอยู่ภายในร้าน รอลูกค้าเข้ามาสั่งเครื
คิวทอง…ยาวเหยียด! “ช่างแอร์” อาชีพนี้มั่นคง ใช้เวลาทำงานน้อย ได้เงินเร็ว อากาศบ้านเรายามนี้ ไม่มีอาชีพไหน “ขายดิบ-ขายดี” เท่า “ช่างแอร์” อีกแล้ว เรียกว่ากว่าจะได้เรียกใช้กัน เป็นต้อง “รอคิว” กันยาวเหยียด ชะเง้อแล้วชะเง้ออีก ช่างก็ยังไม่ว่างสักที คุณครรชิต ป้อทองคำ วิทยากรพิเศษประจำ “มติชน อคาเดมี” วิชาช่างไฟฟ้าและช่างแอร์ในบ้าน ให้ข้อมูล “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า จากที่คลุกคลีในวงการช่างมานานกว่า 30 ปี กล้าพูดว่า “ช่างแอร์” เป็นอาชีพที่มั่นคง เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน จึงหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องปรับอากาศไม่ได้ เมื่อมีคนใช้แอร์ฯ ก็ต้องมีช่างแอร์ฯ เพื่อติดตั้ง ซ่อมแซม และ ตรวจสอบความเสียหาย ส่วนการจะเข้าสู่อาชีพนี้ ขั้นต้น ต้องมีความรู้เรื่องระบบน้ำยาแอร์ฯ ระบบไฟฟ้า วิธีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ การตรวจสอบความเสียหายของเครื่องปรับอากาศ และต้องมีทักษะในการใช้เครื่องมือช่าง ต้องรู้ว่าอุปกรณ์ช่างแต่ละชนิดทำหน้าที่ใดบ้าง สำหรับการเรียนวิชาอาชีพนี้ ปัจจุบันมีโรงเรียนสอนหลักสูตรช่างแอร์ ทั้งของรัฐบาล และเอกชน เมื่อเรียนเสร็จแล้วต้องทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพื่อขอใบอนุญาตประกอ
เสียดาย-ร้างซะแล้ว! “ตลาดประชารัฐต้องชม” ท่าย์น้ำข้ามภพ เพชรบุรี ไม่กี่วันก่อน ช่วงวันหยุด มีโอกาสเดินทางไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพ คุณพ่อของเพื่อน ที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี แต่ด้วยความที่เกรงจะถึงค่ำ เลยขับรถออกจากกรุงเทพฯ เร็วหน่อย ทำให้ถึงจุดหมายปลายทางราวห้าโมงเย็นเศษ แล่นรถเข้าไปในตัวอำเภอ เห็นว่ายังพอมีเวลา เพราะพิธีสวดจะเริ่มราวสองทุ่ม เลยมองหาสถานที่ท่องเที่ยวระหว่างรอ พลันสายตาเหลือบไปเห็นป้ายชี้ไป “ตลาดท่าย์น้ำข้ามภพ” เปิดทุกเสาร์-อาทิตย์ 11.00 น. ถึง 22.00 น. จึงวิ่งรถไปตามป้าย หวังได้เดินตลาดท้องถิ่น ชม-ชิม-ช็อป กระจายรายได้เสียหน่อย ไปเรื่อยๆ ตามป้ายบอกทาง หาไม่ยาก สุดท้ายถนนเห็นวิวริมน้ำ มีสะพานข้ามทอดยาว สวยงาม ร่มรื่นเกินคาด แต่ครั้นลงจากรถหวังสัมผัสบรรยากาศค้าขายคึกคัก ปรากฏกลับได้เห็นภาพของ “ตลาดร้าง” มีแต่ซุ้มขายของว่างเปล่าเรียงเป็นแถวยาว เดินสำรวจรอบๆ อีกหน่อย เห็นป้ายบ่งบอก “สเตตัส” ว่าสถานที่แห่งนี้ เคยเป็น “ตลาดประชารัฐต้องชม” ชื่อว่า ตลาดนัดท่าย์น้ำข้ามภพ แห่งอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ที่สนับสนุนโดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเพชรบุรี มาก่อน สอบถามผู้คนที
กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KTIS Group ก่อตั้งโดย คุณจรูญ และ คุณหทัย ศิริวิริยะกุลเดิม KTIS เป็นที่รู้จักกันในนาม กลุ่มน้ำตาลไทยเอกลักษณ์ ผู้กระจายสินค้าน้ำตาล ก่อนจะพัฒนาและก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ผลิตน้ำตาลในเวลาต่อมา และขยายธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบัน กลุ่ม KTIS ได้กลายเป็นกลุ่มบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายน้ำตาลและผลพลอยได้จากน้ำตาลอย่างครบวงจร โดยมี บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทแม่ ที่ดำเนินธุรกิจในเครือ อันประกอบด้วย โรงงานน้ำตาล, ธุรกิจ Bio Product และ Bio Energy ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำตาล แม้จะขยายธุรกิจไปสู่ตลาดอุตสาหกรรมอื่นๆ แต่นโยบายสำคัญที่สุดของ KTIS คือ “ชาวไร่อ้อยมั่งคั่ง กลุ่ม KTIS มั่นคง“ คุณป่าน– ภูมิรัฐ หวังปรีดาเลิศกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายไร่ กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) วัย 26 ปี เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า KTIS เป็นโรงงานผลิตและจัดจำหน่ายน้ำตาล และผลพลอยได้จากน้ำตาล อย่างเยื่อกระ
นักศึกษา-ผู้มีรายได้น้อย ครวญ “แม้ขึ้นราคาบาทสองบาท ก็ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายมากเกินไป” จากกรณี การขึ้นค่าโดยสาร รถร่วม – ขสมก.โดยรถเมล์ร้อน ปรับจาก 6.50 บาท เป็น 8 บาท, รถเมล์แอร์ (ครีมน้ำเงิน) จากเดิม 10-18 บาท ปรับขึ้นเป็น 12-20 บาท และ รถเมล์แอร์ ปรับจาก 11-23 บาท เป็น 13-25 บาท โดยมีการปรับใช้เมื่อ วันที่ 22 เม.ย. นั้น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่สอบถาม ความคิดเห็นประชาชนผู้ใช้บริการรถสาธารณะ ได้รับคำตอบแทบเป็นเสียงเดียวกัน คือ ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับมาตรการขึ้นราคาครั้งนี้ เริ่มต้นที่ คุณน้ำ และ คุณฮัท อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ให้สัมภาษณ์ว่า ทั้งคู่เดินทางไปเรียน โดยใช้บริการรถเมล์ จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทุกวัน ในหนึ่งวัน ใช้เงินไปประมาณ 100 – 150 บาท แยกเป็นค่ารถเมล์ไป-กลับ ประมาณ 50 บาท เมื่อมีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร ก็ได้รับผลกระทบ เพราะต้องนำเงินค่ากินอยู่ระหว่างวัน มาแบ่งจ่ายค่ารถที่เพิ่มขึ้น เลยคิดว่าไม่สมควรขึ้นเท่าไหร่ เพราะการให้บริการของรถบางสาย ไม่สมเหตุสมผลกับราคาที่เพิ่มขึ้น ควรปรับระบบขนส่ง ปรับให้เป็นรถใหม่ไม่ต้องเข้าอู่บ่อยๆ มารยาทของพ
เรื่องราวดี -ดี : ของฝากจากเมืองจันท์ เงิน 60 บาท กับ น้ำใจแม่ค้าทุเรียน “มีหมอน มาฝากจากจันท์ หนึ่งลูก มารับด่วน กลิ่นเริ่มโชยแล้ว” ข้อความจากเพื่อนสาว “คอทุเรียน” เด้งขึ้นในไลน์ เมื่อวันก่อน ตกเย็นหลังเลิกงาน จึงฝ่าการจราจรไปรับผลไม้โปรด มาจากบ้านพักของคนให้ ย่านวัชรพล ก่อนนำ “หมอนทอง” ใบเขื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 3 กิโลฯ ใส่ท้ายรถเพื่อขนกลับบ้าน แต่ในใจยังเกิดความกังวลเล็กๆ “แล้วจะปอก…ยังไงล่ะเนี่ย” ระหว่างทางกลับบ้าน ผ่านถนนคู้บอน เห็นรถขายทุเรียนจอดอยู่ริมทางเป็นระยะ จังหวะเห็นที่ว่างพอจอดได้ จึงเปิดไฟเลี้ยวซ้าย ดับเครื่อง ก่อนเดินลงไปถาม ด้วยอาการเหนียมๆ “ขอโทษนะ พอดีมีทุเรียนอยู่ลูกหนึ่ง เพื่อนเขาให้มา แต่ปอกไม่เป็น จะรบกวนให้ช่วยปอกให้หน่อยได้มั้ย” “ได้เลยจ้า” แม่ค้าตอบกลับมา ด้วยน้ำเสียงเต็มใจ แจ่มใสเกินคาด รีบกุลีกุจอ หยิบของฝากจากเมืองจันท์ ไปให้แม่ค้าท่านเดิมช่วยจัดการ ระหว่างที่เธอทำงานด้วยความคล่องแคล่ว จึงชวนคุย-หัดปอกมาจากไหนหรือ “เคยดูเขาทำครั้งเดียวก็เป็นเลยจ๊ะ” แม่ค้า ปากก็ตอบ ส่วนมือทั้งสอง ก็คอยประคองพูทุเรียน ออกจากเปลือก ก่อนห่อด้วยกระดาษไข ทะนุถนอมอย่างเบา
ลุยต่อยอด พร้อมวิจัยในคน! หลังค้นพบ CBN สารบริสุทธิ์จากกัญชา ยับยั้งเซลล์มะเร็งปอด จากการแถลงของ วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ที่ค้นพบ CBN จากกัญชายับยั้งเซลล์มะเร็งปอด นั้น ผศ.ดร.เภสัชกรหญิง สุรางค์ ลีละวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์ วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้วิจัยการศึกษาฤทธิ์ต้านมะเร็งของสารจากกัญชาในสัตว์ทดลอง เปิดเผยว่า โรคมะเร็งปอดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งผู้ชายและผู้หญิงทั่วโลก โดยเป็นโรคมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง เนื่องจากธรรมชาติของโรคที่ค่อนข้างดุดันและการไม่ตอบสนองต่อการรักษา ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับโรคมะเร็งปอด ดังนั้น การศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนายาต้านมะเร็งปอดที่มีประสิทธิภาพ ยังมีความสำคัญต่อผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดเป็นอย่างยิ่ง สารกลุ่ม cannabinoids เป็นสารกลุ่มหลักที่พบในกัญชา โดยมีสาร ∆9-tetrahydrocannabinol (THC) เป็นสารออกฤทธิ์ที่สำคัญ มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทและมีฤทธิ์ต้านการเจริญเติบโตของมะเร็งหลายชนิดทั้งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง ส่วนสาร cannabinol (CBN) เป็นสารที่เกิดจากปฏิกิ
“ชมได้-ห้ามชิม” ฮือฮา! ม.รังสิต ตัดริบบิ้น “สถาบันวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์” แห่งแรกของไทย เมื่อวันที่ 23 เม.ย ที่วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ ชั้น 2 อาคารวิทยาศาสตร์การแพทย์ประสิทธิ์ อุไรรัตน์ มหาวิทยาลัยรังสิต ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต เป็นประธานในพิธีเปิด “สถาบันวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์” (Medicinal Cannabis Research Centre, College of Pharmacy, RSU) และกล่าวตอนหนึ่งว่า กัญชาเป็นพืชที่มีคุณค่าและมีประโยชน์มากมาย มีหลักฐานทางวิชาการที่แสดงว่ากัญชามีประสิทธิภาพในการรักษาโรคหลายชนิด และมีแนวโน้มการนำมาใช้ทางการแพทย์มากขึ้น มหาวิทยาลัยรังสิต ได้เล็งเห็นคุณค่าและคุณประโยชน์ของกัญชามาอย่างยาวนาน เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทยที่ขออนุญาตทำงานวิจัยกัญชาทางการแพทย์อย่างถูกต้อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 และได้รับอนุญาตเป็นรายแรกในปี 2560 เป็นต้นมา โดยมีเป้าหมายเพื่อวิจัยและพัฒนายาและตำรับยาที่พัฒนาจากกัญชาให้มีคุณภาพ มีความปลอดภัยและมีประสิทธิผล ผลงานวิจัยกัญชาด้านการแพทย์ของมหาวิทยาลัยรังสิต ที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์และถือเป็นการบูรณาการ การทำงานร่วมกันของวิทยาลัยและคณะต่างๆ ได้อย
