ทำไรรวย
“ไม่มีใครแก่เกินเที่ยว” บริษัททัวร์จับกลุ่มผู้สูงอายุ ตลาดนี้กำลังมา ทำก่อนได้เปรียบ จากข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ของประเทศไทยและโลก พบว่าปัจจุบันมีประชากรที่เข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหลังจากนี้เราจะได้เห็นธุรกิจที่เกี่ยวกับผู้สูงวัยเติบโตอย่างมหาศาล อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นประเทศที่ชาวต่างชาติในวัยเกษียณเลือกเข้ามาพำนักในระยะยาวเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุผลทางภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และอัธยาศัยของคนไทย ปัจจัยเหล่านี้ย่อมสร้างโอกาสธุรกิจผู้สูงวัยได้หลากหลายประเภท ธุรกิจไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น อย่าง บริษัท ทัวร์ฟ้าใส จำกัด ก่อตั้งโดยคุณเก็ต-ชฎารัตน ภู่วิจิตร ได้เล็งเห็นโอกาสเติบโตทางธุรกิจผู้สูงวัย แต่เดิมเป็นพนักงานบริษัททั่วไป เกิดแนวคิดจากประสบการณ์ที่ได้เดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศกับครอบครัว ซึ่งพ่อแม่อยู่ในวัยเกษียณ แต่ละทัวร์ที่ไปนั้นยังไม่สามารถตอบสนองความพึงพอใจได้ สังเกตได้ว่าทัวร์ทั่วไปเที่ยวเสร็จไม่รู้จักใคร จึงอยากสร้างสังคมของผู้สูงวัยให้มากขึ้น ถ้ามีโอกาสรู้จักกันเชื่อว่าน่าจะเป็นการสร้างสังคมให้น่าอยู่ เพราะลูกหลานไปทำ
เขาทราย รวย 10 ล้านสู่จุดดิ่ง เผยนาทีชีวิตเขาค้อหยุดหายใจ ลูกสาวเข้าวงการนางเอก พี่น้องหมัดทะลวงไส้ เปิดใจชีวิตแชมป์โลก – ย้อนวันที่ดังสุดๆ ได้เงินเป็นสิบล้าน สู่วันดิ่งหมดเงิน เผยแบ่งสมบัติก้อนโตให้อดีตภรรยาสาวญี่ปุ่น แต่ไม่ว่าไม่อยากพูดถึงอีก เผยลูกสาวเริ่มเข้าวงการเป็นนางเอก พร้อมสนับสนุนทุกอย่างที่ลูกอยากทำ อ่าน “เขาทราย” ปลื้ม! ได้ลูกสาวคนที่ 2 “น้องโอลีฟ” เผยเรื่องน่าทึ่ง-ภรรยาสาวฝันก่อนเจ็บท้อง เป็นพี่น้องฝาแฝดที่หมัดหนักสุดๆ สำหรับ เขาทราย เขาค้อ แกแล็คซี่ อดีตนักมวยแชมเปี้ยนโลกชาวไทย และอดีตแชมป์โลกรุ่นแบนตั้มเวท ที่ไม่ค่อยได้เห็นทั้งคู่ไปออกรายการสักเท่าไหร่ แต่ล่าสุด เขาทราย เขาค้อ มาเปิดใจถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง ONE31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และ ธัญญ่า ธัญเรศ เป็นพิธีกร โดยเขาทราย บอกว่า จากการต่อยมวย ตนเก็บเงินได้เยอะเป็นสิบล้าน ตอนนั้น อายุ 15 ปี เพราะชอบเก็บเงิน จะสร้างบ้านให้แม่ ผมเสียไปกับยูมิโกะ โอตะ (อดีตภรรยา) แต่อย่าว่าเขาเลยอะไรที่ให้เขาไปก็ให้เขาไป ตอนนั้นผมได้ทองเกือบ 400 บาท ก็แบ่งเขาคนละครึ่ง ทอง 4,500 ตอนทอง 1
“แกงบะหนุน” อาหารปีใหม่ชาวล้านนา เพื่อโชคลาภและการเกื้อหนุนค้ำจุนกัน อาหาร คือ สิ่งหนึ่งในเทศกาลที่พิเศษออกไปจากวันธรรมดา ฉันเคยเขียนเรื่องข้าวแช่และกะละแมของชาวมอญไปแล้วในปีก่อนๆ คราวนี้ขอเขียนเรื่องในอาหารของไทยกันบ้าง เทศกาลปี๋ใหม่เมืองของชาวล้านนาเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนเช่นเดียวกับชาวไทยในภูมิภาคอื่น เว้นเสียแต่ชาวมอญที่จะล่ากว่าชุมชนอื่น วันนี้เป็นวันสังขานต์ล่อง เป็นวันเตรียมเก็บกวาดบ้านช่องให้พร้อม วันที่ 14 เมษายนเป็นวันเน่าหรือวันเนาว์ เป็นวันเตรียมของทำบุญ และขนทรายเข้าวัด วันที่ 15 เมษายน เป็นวันพระยาวัน ซึ่งเป็นวันเถลิงศกเข้าปีใหม่ เป็นวันทำบุญและรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ วันที่ 16 เมษายน เป็นวันปากปี ซึ่งวันนี้แหละที่ทุกบ้านจะแกงบะหนุน หรือแกงขนุนกัน นัยว่าเพื่อให้มีโชคลาภ และได้รับการเกื้อหนุนค้ำจุนกัน แกงขนุนนี้จะใช้ขนุนอ่อน ใช้วัตถุดิบธรรมดาๆ ได้แก่ ซี่โครงหมู มะเขือส้ม ชะอม และใบชะพลู แล้วจัดแจงโขลกน้ำพริกหรือจะซื้อสำเร็จรูปก็ตามสะดวก ประกอบด้วยพริกแห้ง หอม กระเทียม และกะปิ หนักหอมแดงเข้าไว้ จากนั้นนำหม้อใส่น้ำตั้งไฟใส่น้ำพริกลงไปละลาย ตามด้วยซี่โครงหมู และขนุนอ่อน ต
ส่องไอเดีย “ขายหมูปิ้ง” ห่อแพ็กเกจจิ้งใบตอง กินคู่ข้าวเหนียวก่ำ จนลูกค้ายกให้เป็นเมนูเพื่อสุขภาพ “หมูปิ้ง-ข้าวเหนียวก่ำ มานีกับชูใจ” ไม้ใหญ่ๆ ห่อด้วยใบตองสีเขียวสดโดนใจปิ้งขายได้ 1 ปีกว่า โดยคุณคิม– วิวิศน์ สิริโรจน์โสภณ วัย 40 ปี เป็นเจ้าของ คุณคิม เล่าให้ฟังว่า ตนดำเนินกิจการหลายอย่างทั้งร้านอาหาร และรถยนต์มือสอง กระทั่งเกิดไอเดียอยากทำธุรกิจแฟรนไชส์ แต่ยังนึกภาพไม่ออกว่าจะทำอะไร จนเริ่มสังเกตพฤติกรรมคนรอบตัวส่วนใหญ่ชอบทานข้าวเหนียวหมูปิ้ง บางครั้งไปซื้อทานอร่อยบ้างไม่อร่อยบ้าง ข้าวเหนียวแข็งไป ใส่มันเยอะไป “ยังหาที่ถูกปากไม่ได้ ทำไมไม่ทำเองซะเลยล่ะ อีกอย่างถ้าพูดถึงข้าวเหนียวหมูปิ้งยังไม่มีเจ้าตลาดชัดเจน ถามว่านึกถึงข้าวเหนียวหมูปิ้งแล้วนึกถึงใคร ไม่มีใครตอบได้ ตรงนี้เป็นช่องว่างให้เราทำได้” ลองผิดลองถูก 6 เดือน ได้หมูปิ้งเพื่อสุขภาพ หลังได้ไอเดียคุณคิมใช้เวลาลองผิดลองถูกกว่า 6 เดือนค้นหาสูตร และวิธีการเพื่อแข่งขันกับหมูปิ้งเจ้าอื่นๆ ในท้องตลาด หากทำตามสูตรตามใจฉันคงสู้ไม่ได้ ณ ตอนนี้มองว่าเทรนด์สุขภาพมาแรง จึงเลือกทำหมูปิ้งเพื่อสุขภาพเจ้าแรกของไทย หมูปิ้งเ
“ปิ้ง ย่าง ทอด ถาดยักษ์” ของกินขายดี ถูกใจวัยรุ่น แชร์กันกิน แชร์กันจ่าย สมัยนี้ของกินขายดีต้องยักษ์ๆ ใหญ่ๆ ไล่มาตั้งแต่ ส้มตำถาดยักษ์ พิซซ่ายักษ์ แฮมเบอร์เกอร์ยักษ์ ซีฟู้ดถาดยักษ์ ก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ ล่าสุดเห็นมีขนมโตเกียวยักษ์ ของยักษ์ๆ ถูกจริตวัยรุ่น ไปกันหลายคน แชร์กันกิน แชร์กันหาร เลยสุดคุ้ม และเป็นความท้าทายคนกินที่ต้องกำจัดให้หมด และเป็นจุดขายของหลายร้าน ถ้ากินหมดได้กินฟรี กินไม่หมดต้องจ่ายตังค์ ตามงานแสดงอาหาร มักจะมีการปรุงอาหารกระทะยักษ์ ให้มาช่วยกันทำหลายๆ คน มีทั้งงานในประเทศและนอกประเทศ เช่น ข้าวผัดกระทะยักษ์ ไข่เจียวยักษ์ เมื่อปี 2536 กว่า 25 ปีมาแล้ว อาจารย์พลศรี คชาชีวะ แห่งโรงเรียนแม่บ้านทันสมัย ยังหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวอยู่ มีแรงอยากจะทำงานมหกรรมอาหารขึ้นมาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เลยไปหาท่านเสรี วังส์ไพจิตร ซึ่งหล่อและหนุ่มกว่าอาจารย์พลศรี ตอนนั้นท่านเป็นรองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เห็นดีด้วย พอมีผู้สนับสนุนเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย งานเลยเป็นรูปเป็นร่าง แม่บ้านทันสมัยยังจับมือกับบริษัทน้ำมันพืชมรกตในยุคนั้นมี คุณศุภลักษณ์ อัศวานนท์ เป็นผู้บริหาร
“เส้นทางเศรษฐี” บังเอิญเห็นขนมเข่งหน้าตาแปลกๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในโซเชียล โดยใช้ชื่อว่า “ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน ชุดห้าราชวงศ์” เป็นขนมเข่งที่มี 5 สีใน 1 กล่อง แหล่งผลิตอยู่ที่ “ร้านเจริญพร” ตลาดบางบัวทอง คุณนรินทร์ วัย 72 ปี และ คุณเงินยวง รัตนรงคาภรณ์ วัย 60 ปี ได้เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปในการทำขนมเข่งสีสันแปลกตานี้ให้ฟังว่า ที่มาที่ไปเริ่มมาจาก “ทำไหว้ ทำกิน ทำแจก แล้วจึงมาทำขาย” ก่อนที่จะมาทำขนมเข่งขาย อาชีพหลักของคุณนรินทร์กับคุณเงินยวง คือการขายเสื้อผ้าและรองเท้านักเรียนมาก่อน ด้วยความเป็นครอบครัวเชื้อสายจีน เมื่อถึงเทศกาลไหว้เจ้า มักจะทำอาหารอย่าง ผัดหมี่ซั่ว บ๊ะจ่าง ขนมเข่ง ไหว้เจ้ากันเอง พอไหว้เสร็จก็นำไปแจกจ่ายให้คนรอบข้าง ให้ลูกชายนำของไหว้เจ้าไปแบ่งให้คนที่ทำงานบ้าง คนที่ทำงานชมว่าขนมเข่งอร่อย ให้ลองทำขายดู ตอนนั้นก็ยังไม่ได้คิดทำขาย จนเมื่อปี 2554 เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมอยู่หลายเดือน ผนวกกับเศรษฐกิจซบเซาและมีห้างร้านต่างๆ มากขึ้น จึงทยอยปิดกิจการร้านเสื้อผ้ารองเท้านักเรียนไป จนปี 2555 เริ่มหันมาทำขนมเข่งขาย กลายเป็นรายได้หลักของครอบครัวมากว่า 7 ปีแล้ว โดยสูตรที่เริ่มทำออกมาขายในช่
ฤา “ข้าวเหนียวมะม่วง” จะสิ้นมนต์ขลัง!?! เปิดสูตรทำขาย ของหวานจานโปรดนานาชาติ กำลังเป็นที่ฮือฮา ว่ารัฐบาลไทย ทุ่มงบฯเกือบสิบล้าน นำ “ข้าวเหนียวมะม่วง” มาตกแต่ง-แจกจ่ายให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน หวังเป็นตัวดึงดูดให้กลับมาเที่ยวเมืองไทย แต่สุดท้ายดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผล เพราะมีข่าวแว่วมา ขนมหวานดังว่า เหลือทิ้งแบะบานเลยทีเดียว ข่าวเกี่ยวข้อง : เปิดงบรัฐ เลี้ยงข้าวเหนียวมะม่วง นักท่องเที่ยวจีน หวังดึงกลับมาเที่ยวไทย ว่ากันว่า “ข้าวเหนียวมะม่วง”นั้น เป็นจานโปรด ที่คนจีนชอบมากพอๆ กับทุเรียนเมืองไทย แต่แปลกเขายังกินข้าวเหนียวกับทุเรียนไม่เป็น กินแต่ทุเรียนเฉยๆ ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียนยิ่งไม่รู้จักเลย ฝรั่งก็ชอบข้าวเหนียวมะม่วงมากเหมือนกัน อย่างที่อเมริกา เขาหุงข้าวเหนียวมูนไว้ แล้วแบ่งเป็นส่วนๆ พอดี 1 จาน ห่อด้วยพลาสติกแร็พเข้าช่องแข็งไว้ พอใครสั่ง ก็เอาออกมาเวฟทั้งอย่างนั้น แกะใส่จาน ราดหัวกะทิแช่เย็น กับมะม่วงของเม็กซิโกซึ่งไม่ช้ำง่ายแบบมะม่วงไทย จานหนึ่ง 200-300 บาท ที่จีนไม่รู้ว่าขายกี่บาท โอกาสนี้ จึงมีสูตร “ข้าวเหนียวมูน” ทำขาย มาฝากสำหรับคนที่อยากนำไปต่อยอดเป็นอาชีพ เริ่มต้นจ
ทายาทรุ่น 3 รับช่วงต่อร้านผลไม้เก่าแก่ย่านเยาวราช นำเข้าสดๆ จาก ตปท. เปิดตลอด 24 ชั่วโมง บนถนนเยาวราชที่ไม่เคยหลับใหลเส้นนี้ เดินลัดเลาะไปบริเวณปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) ตรงข้ามตลาดเก่า เยาวราช มีร้านเก่าแก่กว่า 80 ปี เป็นร้านผลไม้สดนำเข้าจากต่างประเทศ เปิด 24 ชั่วโมง คุณเอ็กซ์-ธนกฤติ อังสุปาลี ทายาทรุ่นที่สามวัย 39 ปี เจ้าของร้านผลไม้ “เชี่ยงปู่” เล่าย้อนที่มาให้ฟังว่า ร้านเชี่ยงปู่ ขายในย่านเยาวราชมานานกว่า 80 ปี เป็นกิจการตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น จากคำบอกเล่าของรุ่นพ่อแม่ กิจการนี้เริ่มจากรุ่นอากงชื่อเชียงจั๊วและเพื่อนชื่อย่งปู่ (รวมกันเป็นชื่อร้าน เชี่ยง แปลว่า ยาว ปู่ แปลว่า รวย) ทั้งคู่มาจากเมืองจีน ถือหาบไม้ใส่ขวดโหลแก้ว ข้างในมีผลไม้ เช่น สาลี่ แอปเปิ้ล ด้านหลังตะกร้า ใส่ถุงหิ้วกับกิโลตาชั่ง หาบขาย ขยับสู่ร้านแผงลอย กระทั่งได้ที่ทางเปิดร้านประจำอยู่ในบริเวณถนนเยาวราช จากนั้นย้ายมาอยู่ตรงปากซอยเยาวราช 6 ถึงปัจจุบัน “ผมเข้ามารับช่วงต่อรุ่นที่สามหลังเรียนจบนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ไม่ได้ทำงานตรงสายกับสิ่งที่เรียนมา แต่การเรียนพีอาร์สามารถนำไปใช้ได้ท
เปิดไอเดีย “พวงกุญแจแฮนด์เมด” สุดน่ารัก ลูกค้าต่างชาติชอบมากถึงขั้นรับไปขายต่อ ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สังคมแห่งการลงทุนมีธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายและหลากหลายตามยุคสมัยแห่งโลกาภิวัตน์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจด้านอาหาร การท่องเที่ยว และอื่นๆ รวมไปถึงธุรกิจที่ผลผลิตสร้างสรรค์มาจากความตั้งใจและความสามารถอย่างสินค้า “แฮนด์เมด” หรือ “งานฝีมือ” เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสินค้าแฮนด์เมดเข้ามามีบทบาทในสังคมปัจจุบันอย่างแพร่หลายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ด้วยความน่าสนใจของประเภทสินค้าที่คุณค่าถูกสร้างขึ้นจากความประณีตบรรจงของผู้ผลิต จะเห็นว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ถึงแม้ราคาจะสูงกว่าสินค้าปกติทั่วไป แต่ผู้คนยังคงให้การตอบรับเป็นอย่างดีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ วันนี้ผู้เขียนจะพามารู้จักกับ คุณก้อย-กรรณ บรรณพงศ์ หญิงสาววัย 36 ปี จบการศึกษาจากสาขาวิชาศิลปศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าของธุรกิจพวงกุญแจและต่างหูแฮนด์เมด ภายใต้แบรนด์ “Goodday Handmade” (กู๊ดเดย์ แฮนด์เมด) ธุรกิจเล็กๆ ที่สร้างเม็ดเงินเข้ากระเป๋าจำนวนไม่น้อย พื้นเพแล้วคุณก้อยเป็นคนจังหวัดลำปาง แต่ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ภาคอีสาน หลังจากจ
เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีโอกาสเข้าร่วมรับฟัง คุณส่งศักดิ์ คำชัยลึก และ คุณปริวรรต ปัญจะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรของศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดเชียงใหม่ บรรยายความรู้เรื่องการเลี้ยงชันโรง ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพทางการเกษตรแก่เกษตรกร นึกไม่ถึงเลยว่าแมลงพื้นบ้านธรรมดา ที่เดิมชาวบ้านใช้ประโยชน์จากชันเพื่ออุดรอยรั่วต่างๆ และใช้อุดใต้ฐานพระนั้น จะมีคุณค่าอนันต์มากมาย ผึ้งที่ว่าผสมเกสรเก่งแล้ว ยังไม่เท่าชันโรง เพราะผึ้งเมื่อเก็บเกสรจากดอกไม้แล้วจะปล่อยฟีโรโมนหรือกลิ่นตัวของมัน ทำให้ผึ้งตัวต่อไปไม่มาตอมหรือเก็บเกสร แต่ชันโรงไม่สนใจถึงใครจะดอมดมเก็บเกสรแล้ว มันยังคงเข้าเก็บเกสรทุกดอกทุกรวง เพราะนิสัยของชันโรงชอบเก็บเกสรเข้ารังถึง 80% ทำให้สามารถช่วยผสมเกสรให้กับพืชต่างๆ ได้ดีสุดยอด ในส่วนการเก็บน้ำหวาน จะเก็บเข้ารังเพียง 20% จึงทำให้มีราคาสูงกว่าน้ำผึ้งทั่วไป 10-20 เท่าตัว ซึ่งน้ำผึ้งชันโรงนั้น จะมีชันผึ้งละลายปะปนอยู่ สีจึงค่อนข้างดำหรือสีเข้ม มีความเป็นกรดค่อนข้างสูง จึงมีรสเปรี้ยว ที่สำคัญมีคุณสมบัติเป็นสารยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ ใช้เป็นสารปฏิชีวน
