ทำไรรวย
โควิด-ฟ้าฟาดซ้ำสอง! เสี่ยราดหน้าพันล้าน ไม่ท้อ “ยังมีลมหายใจ ต้องดิ้นสู้กันไป” หลังเจอวิกฤต “ศึกสายเลือด” จนต้องออกจากธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เครื่องครัวไฟเบอร์กลาส รายแรกของเอเชีย ที่ตัวเองสร้างมากับมือ จากเศรษฐีพันล้าน สู่คนตกงานที่ไม่ได้มีเงินสะสมมากนัก เพราะทำงานและขยายกิจการจนใหญ่โต และไม่คิดว่าจะมีวันนั้น วันที่เขาต้องถูกไล่ออกจากงานโดยไม่ได้ทำอะไรผิด คุณสมชาย ศรีสกุลภิญโญ ผู้ก่อตั้ง บริษัท สตาร์มาร์ทแมนูแฟคเชอริ่ง จำกัด ที่มีอันต้องผันตัวไปเป็นพ่อค้าราดหน้า ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม โดยเปิดจำหน่ายเมื่อราวกลางปี 2562 โดยภายหลังมีการนำเสนอผ่านทางสื่อต่างๆ ประกอบกับคุณสมชาย มีฝีมือในการทำราดหน้าเป๋าฮื้อ และผัดซีอิ๊ว สูตรเฉพาะตัว ที่รสชาติอร่อย จึงทำให้ “ราดหน้านายเอ็กจือ” หรือที่สื่อให้ฉายากันว่า “ราดหน้าพันล้าน” นั้น ขายดิบขายดี มีคนจากทั่วสารทิศแวะเวียนมาอุดหนุนมิได้ขาด ซึ่ง คุณสมชาย บอกว่า เหนือกว่าเงินทองคือมิตรภาพ แม้ร่างกายจะไม่ค่อยแข็งแรงนัก เนื่องจากมีโรคประจำตัวทั้ง ความดัน เบาหวาน หัวใจ แต่มีความสุขที่จะทำ และไม่คิดหยุดขาย เพราะได้เจอกัลยาณมิตร ที่มาอุดหนุนและมาให้กำลังใจ บางรายมา
ฮือฮา! ฝากร้าน “จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์” มีทั้งทะเบียนรถ 27 ล้าน และ “นามบัตรปรีดี” กำลังเป็น “ทอล์ก” กันทั่วบ้านทั่วเมืองสำหรับ ปรากฏการณ์ “ฝากร้าน” ผ่านเพจ ของสองสถาบันการศึกษาระดับชาติอย่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งที่ผ่านมามีบรรดาศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ออกมาโพสต์ฝากร้านกิจการของตัวเองและครอบครัวผ่านทาง เพจ “จุฬาฯมาร์เก็ตเพลส” และ “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการฝากร้าน” กันอย่างคึกคัก เหตุเพราะแทบทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วม ล้วนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างล่าสุด ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กชื่อว่า Anne Trai โพสต์ข้อความและภาพในเพจกลุ่ม “จุฬาฯมาร์เก็ตเพลส” ประกาศขาย “ของรักของหวง” เป็นป้ายทะเบียนรถยนต์ ธง 9999 กรุงเทพมหานคร ในราคา 27 ล้านบาท “ป้ายทะเบียน ธง 9999 เป็นป้ายทะเบียนหนึ่งเดียวในไทย สวยทั้งเลขและความหมาย รถธง หมายถึงรถที่ดีที่สุดในสายการผลิต หรือรถ top of the line ในการผลิตรถยนต์ของผู้ผลิตรายการต่างๆ เลข 9999 เป็นเลขสูงสุดที่มีได้ในแต่ละหมวดของป้ายทะเบียน” ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กชื่อว่า Anne Trai ระบุ ฟาก ““มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการฝากร้าน” ก็มีสินค้าเรียกเสียงฮื
Self-service โมเดลธุรกิจ ตอบโจทย์ชีวิต “ชาวโลก” ยุคโควิด-19 การระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนจำนวนมาก รวมถึงการทำธุรกิจที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มีหลายธุรกิจได้รับผลกระทบแบบตรงๆ เต็มๆ อย่างภาคการท่องเที่ยว สายการบิน ที่ต้องหยุดรอให้สถานการณ์ดีขึ้นก่อนกลับมาสู้ต่อ แต่ธุรกิจอื่นๆ ที่เหลือแทบทั้งหมดก็ถูกบีบให้ต้องปรับตัว รองรับการใช้ชีวิตแบบเว้นระยะห่างทางสังคม นอกเหนือจากบริการดีลิเวอรี่ที่เติบโตในยุคไวรัส ธุรกิจบริการตัวเอง หรือ Self-service ก็กลายเป็นโมเดลที่ตอบโจทย์ชีวิตช่วงนี้ เว็บไซต์ vendingtimes.com หยิบยกเรื่องราวของจีน ที่เกิดการแพร่ระบาดเป็นแห่งแรกในโลก โดยมีหลายบริษัทใช้เทคโนโลยีบริการตัวเอง เพื่อรับมือกับการใช้ชีวิตของชาวจีนที่ต้องต่อสู้กับโควิด-19 ตลอด 3 เดือน เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยี Topow ออกแบบเครื่องจำหน่ายหน้ากากอัตโนมัติ ให้บริการในเมืองฉือโจวและเมืองใกล้เคียง รวมถึงย่านธุรกิจและนิคมอุตสาหกรรม โดยลูกค้าสามารถซื้อหน้ากากอนามัยผ่านโทรศัพท์มือถือได้ เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อจากการสัมผัสปุ่มกดบนตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
สู้ภัยโควิด! อภัยภูเบศร หนุนยาสมุนไพร ให้โรงพยาบาลสนาม สตูล/เชียงใหม่ พญ.โศรยา ธรรมรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และประธานมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เปิดเผยว่า โรงพยาบาล และ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ตระหนักถึงความสำคัญของบุคลาการทางการแพทย์ ที่ต้องให้การดูแลผู้ป่วย และเตรียมพร้อมรับมือกับจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น ในหลายจังหวัดได้จัดให้มีโรงพยาบาลสนาม และทีมเจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาลสนาม เช่น โรงพยาบาลสันกำแพง จ.เชียงใหม่ และ โรงพยาบาลสตูล จ.สตูล ได้มีการจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนอกจากความพร้อมในด้านการรักษาผู้ป่วยแล้ว ความพร้อมของสุขภาพบุคลากรก็เป็นสิ่งสำคัญ จึงได้จัดส่งยาสมุนไพรที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์แล้วว่ามีศักยภาพในการเสริมภูมิคุ้มกันเพื่อต้านไวรัสได้ และมีความปลอดภัย ได้แก่ ฟ้าทะลายโจรแคปซูล เพื่อช่วยแก้ไข้ ตัวร้อน นอกจากนี้ยังมีข้อมูลพบว่าสามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน และปรับภูมิคุ้มกันได้ รวมถึงยาอมแก้ไอมะขามป้อม ที่ช่วยบรรเทาอาการไอ ช่วยให้ระบบทางเดินหายใจมีความชุ่มชื่น นับว่ามีประโยชน์ในการใช้เพื่อการป้องกันเมื่อมีความเสี่ยงสูง
เจ้าสัวซีพี ฟันธง! จบโควิด “ธุรกิจท่องเที่ยว” แจ้งเกิด โรงแรมน้อยใหญ่ ต้องพร้อม คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ให้สัมภาษณ์ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ภายหลังเยี่ยมชมโรงงาน “ซีพีหน้ากากอนามัยฟรี เพื่อคนไทย” ที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เกี่ยวกับมาตรการดูแลบุคลากรเครือซีพี ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ว่า พนักงานของซีพีในประเทศจีน 9 หมื่นคน ไม่มีใครตายแม้แต่คนเดียว เพราะได้รับการดูแลอย่างดี นี่คือความสำเร็จของซีพี แต่การที่เราจะทำสำเร็จได้นั้นต้องอาศัยคน การทำอะไรทุกอย่างต้องใช้คน ใครบอกหุ่นยนต์เก่งกว่าคนไม่จริง ยังไงคนก็สร้างหุ่นยนต์ รุ่นนี้สะสมหลายรุ่นที่เก่งขึ้น สุดท้ายพอมีรุ่นใหม่ก็เรียนรู้ต่อยอดอีก คนสร้างหุ่นยนต์มันจะไปเก่งกว่าคนได้ยังไง เพียงแต่คนมีการเสียชีวิต แต่หุ่นยนต์ไม่ตาย ซอฟต์แวร์อยู่ในหุ่นยนต์ คนใหม่ก็ต่อยอด เพิ่มเติมให้ดีกว่าเดิม สุดท้ายใครเป็นคนก็คนอีกนั่นแหละ เมื่อถามว่า แล้วสวัสดิภาพของพนักงานทั่วโลก ควรดูแลกันอย่างไร ประธานฯ ซีพี บอก ทุกวิกฤตมีโอกาส ใครเจอวิกฤตแล้วอยู่รอด โอกาสจะมา ไม่รู้กี่เท่า ฉะนั้นต้องทำยังไงให้
แนะ 6 เทคนิคร้านดีลิเวอรี่มือใหม่! LINE MAN เดินหน้าพัฒนาโซลูชั่นช่วยร้านค้า คุณวรานันท์ ช่วงฉ่ำ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาธุรกิจและการตลาด LINE MAN เผยว่า LINE MAN ก่อตั้งขึ้นมาในประเทศไทย ด้วยเป้าหมาย คือ การเป็นผู้ช่วยเบอร์หนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย เช่นเดียวกันกับการสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารในทุกระดับให้เติบโตอย่างเต็มกำลังในยุคดิจิตอล โดยเฉพาะโมเดลความร่วมมือระหว่างร้านอาหารที่ต้องการขายบนแอพ LINE MAN นั้น เปิดกว้างตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งร้านอาหารต่างๆ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อที่จะขายบนแอพเรา โดยสามารถลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น Wongnai Merchant App (WMA) ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 วันเท่านั้น เปิดโอกาสให้มีร้านอาหารใหม่เพิ่มเข้ามาถึงประมาณ 3-5 เท่าหรือมากกว่าประมาณ 15,000 ร้านในช่วงที่ผ่านมา (22-31 มีนาคม) โดยร้านค้ามีสิทธิเลือกสำหรับการร่วมโปรแกรมพันธมิตร GP (Gross Profit) เพื่อทำการตลาดร่วมกันบนข้อตกลงที่สร้างความพึงพอใจให้กับร้านค้าและบริษัท ขณะเดียวกันได้พัฒนาฟีเจอร์ Self Pick-up สำหรับลูกค้าให้สามารถสั่งอาหารผ่านแอพและไปรับที่หน้าร้านด้วยตนเองโดยไม่เสียค่าสั่ง
ฟรี! แนะประชาชนคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 ผ่านแอพพลิเคชั่น “clicknic” นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากสถานการณ์ภาวะวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นโรคระบาดใหม่แต่แพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล และเดินทางเข้ารับการตรวจคัดกรองโควิด-19 ที่สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) และโรงพยาบาลที่เปิดรับตรวจโควิด-19 ทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความหนาแน่นในสถานพยาบาล และมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 มากยิ่งขึ้น โดยในส่วนของ สปคม. นั้น ขณะนี้มีประชาชนเข้ามารับการตรวจไม่ต่ำกว่าวันละ 300 คน “สปคม.จึงมีแนวคิดในการนำเทเลเมดิซีน (Telemedicine) มาใช้ในขั้นตอนการคัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้น โดยได้ร่วมกับ คลิกนิก เทเลเมดิซีน เปิดบริการคัดกรองผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดเบื้องต้น ผ่าน “คลิกนิก แอพพลิเคชั่น” (clicknic Application) เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อทั้งกับประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ ลดความวิตกกังวล ลดก
เรา(ต้อง)ไม่ทิ้งกัน! แพทย์แผนไทย วอนจัดสรรตำแหน่งให้ด้วย ชี้เสียสละไม่แพ้กัน จากกรณี คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 อนุมัติบรรจุข้าราชการ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจบุคลากรสาธารณสุข สู้ “โควิด-19” ในปีงบประมาณ พ.ศ.2563 จำนวน 24 สายงาน และนักศึกษาที่จบใหม่อีก 5 สายงาน รวม 45,684 ตำแหน่ง จากมติดังกล่าว เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เป็นธรรมในการจัดสรรตำแหน่ง เนื่องจากมีบุคลากรที่ตกสำรวจไม่ได้เสนอเข้าร่วมการอนุมัติในครั้งนี้ หนึ่งในนั้นคือ แพทย์แผนไทย ซึ่งมีจำนวนกว่า 3,000 คน จึงทำให้เกิดการเรียกร้องของแพทย์แผนไทยทั้งประเทศ ต่อการจัดสรรตำแหน่งในครั้งนี้ ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร กล่าวว่า ล่าสุดทราบว่าผู้บริหารในกระทรวงหลายฝ่าย ได้ร่วมกันหารือและหาแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการจัดสรรการบรรจุตำแหน่งข้าราชการ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ รวมถึงแพทย์แผนไทยที่เดิมได้หล่นไปจากการนำเสนอ ครม. โดยส่วนตัวที่ได้มีการทำงานด้านสมุนไพร เห็นว่า ในสถานการณ์วิกฤต โควิด-19 บุคลากรทุกสายงานล้วนมีความสำคัญด้วยกั
เราไม่ทิ้งกัน! “บิ๊กมาม่า” นางโชว์คนดัง ขายข้าวแกง-ตกปลา-เก็บผักบุ้ง เลี้ยงลูกน้อง เป็นอีกหนึ่งเรื่องราว “เราไม่ทิ้งกัน” ผ่านจากปากคำบอกเล่าของ “นางโชว์” คนดังของวงการคาบาเรต์เมืองไทย คุณโอ๊ต เจ้าของฉายา “บิ๊กมาม่า” สละเวลามาให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง เริ่มต้นแนะนำตัว พื้นเพเป็นคนจังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันอายุ 47 ปี มีชื่อตามบัตรประชาชนว่า นายธวัชชัย ธารพร เคยทำมาหากินมาหลายอาชีพ แต่ล่าสุด เป็นเจ้าของกิจการ “The Queen’s Cabaret-เดอะ ควีน’ส คาบาเร่ต์” สถานบันเทิงยามค่ำคืน สไตล์ “คาบาเรต์” บนเกาะเต่า แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดสุราษฎร์ธานี “เคยทำงานเป็นนางโชว์ ตามแหล่งท่องเที่ยวดังๆ อย่าง กรุงเทพฯ เกาะสมุย ก่อนไปเรียนดีไซเนอร์ ที่ประเทศอิตาลี กระทั่งมีชื่อเสียง มีห้องเสื้อของตัวเอง ชื่อ มาดามโอ๊ต มีลูกค้าเป็นเซเลบ-ดารา ค่าตัดชุดทีละสามแสน ห้าแสน” คุณโอ๊ต ย้อนความทรงจำ ก่อนเล่าต่อ ธุรกิจห้องเสื้อของเธอรุ่งเรืองอยู่พักใหญ่ กระทั่งเกิดเหตุพลิกผันในครอบครัว เธอจึงย้ายกลับมาอยู่เมืองไทย ก่อนตระเวนไปทั่วประเทศ เพื่อหาทำเลเปิดคาบาเรต์
เราไม่ทิ้งกัน! แปลงห้องตัดเย็บชุดแต่งงาน มาเย็บหน้ากากอนามัย แจกนับพันชิ้น เนื่องด้วยหน้ากากอนามัยเป็นที่ขาดแคลนอย่างมากอยู่ในขณะนี้ ทาง ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมจากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าที่ได้ระบาดไปทั่วโลก ด้วยการปรับห้องตัดเย็บชุดแต่งงาน เป็นห้องตัดเย็บหน้ากากอนามัย โดยใช้ผ้ามัสลินอย่างดี ตามที่กรมการแพทย์รับรอง โดยจัดทำขึ้นมากกว่า 1,000 ชิ้น เพื่อบริจาคให้กับโรงพยาบาล สำนักงานสาธารณสุขตามต่างจังหวัดที่ขาดแคลน และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม คุณสรรค์ สุดเกตุ เจ้าของกิจการห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ กล่าวถึงการจัดทำหน้ากากอนามัยในครั้งนี้ว่า “ในสถานการณ์แบบนี้ หากให้ช่วยอะไรได้ก็อยากจะทำ เชื่อว่าถ้าออกมาร่วมแรงร่วมใจกัน แบ่งปัน และช่วยเหลือกัน เราจะสามารถฝ่าฟันเหตุการณ์ในครั้งนี้ไปได้เร็วมากขึ้น และขอร่วมส่งกำลังใจให้กับคุณหมอและพยาบาลทุกท่านที่เสียสละและทำงานอย่างหนักเพื่อประชาชนในครั้งนี้ด้วยครับ”
