ทำไรรวย
กลับตัวสู้เศรษฐกิจ! ปี 2563 น่าจะเป็นอีกหนึ่งปี ที่ต้องใช้ชีวิตไม่ประมาท หากเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาทั่วไป เชื่อว่าเมื่อชีวิตก้าวเดินข้ามปีเมื่อไหร่ หลายคนคงนั่งทบทวนตัวเองว่าตลอดปีผ่านมาเราทำอะไรดีๆ ให้กับชีวิตตัวเองบ้าง ไม่บางครั้งก็อาจตั้งคำถาม ถามตัวเองว่า…เราทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง เพื่อจะได้นำมาปรับปรุงตัวเองในปีถัดไป โดยไม่ให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นซ้ำอีก เพราะบางทีความผิดพลาดก็เป็นบทเรียนให้เราระวังตัวมากขึ้น ยิ่งในสภาวะเช่นนี้ด้วย หากเกิดความผิดพลาดในการบริหารจัดการกับชีวิต เผลอๆ บางทีอาจโงหัวขึ้นมาลำบาก เพราะฉะนั้น จึงต้องรักษาจังหวะในการก้าวเดินของตัวเองให้ดี ยิ่งเฉพาะกับผู้ที่ใช้ชีวิตเสี่ยงทั้งปวง เช่นเดียวกัน หากเป็นผู้ประกอบการธุรกิจทั้งหลาย โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีทั้งระบบ คงต้องยอมรับความจริงว่าทุกๆ มาตรการที่ภาครัฐออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ปรากฏว่าเม็ดเงินสะวิงกลับไปที่ผู้ประกอบการรายย่อยน้อยมาก ส่วนใหญ่ไปอยู่กับใครก็คงอย่างที่พวกเราทราบๆ กัน ฉะนั้น ทางออกของเรื่องนี้จึงต้องหันกลับมาดูที่ตัวเองว่าเราจะนำพาธุรกิจเล็กๆ ของเราพึ่งพาภาครัฐดีหรือไม่ เพราะภาครัฐเองก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะ
5 เทรนด์ต้องรู้! ปี 2020 ผู้บริโภคปลื้มอะไร ผู้ประกอบการจะได้ปรับตัวทัน เข้าสู่ปีใหม่ 2020 แล้ว มาดูเทรนด์ร้อนที่ต้องจับตามองในปีนี้ จะได้รู้ว่าผู้บริโภคกำลังสนใจอะไร สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ควรไปในทิศทางไหน เว็บไซต์เทรนด์วอตชิ่งดอตคอม ระบุว่า ปี 2020 มี 5 เทรนด์ที่มาแรง เริ่มจาก รักษ์โลกเข้มข้นขึ้นอีกขั้น โดยเปลี่ยนจากการเป็นแค่ทางเลือกที่จะใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไปเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคหลายล้านคนไม่ต้องรู้สึกละอายกับการมีส่วนทำร้ายโลก (eco-shame) เพราะทุกวันนี้การบริโภคที่คำนึงถึงโลกเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายและแพร่หลายขึ้นมาก เมื่อเทียบกับสมัยก่อนที่มักหายากและราคาแพง ยกตัวอย่าง รองเท้า “อาดิดาส” ที่จับมือกับองค์กร “พาร์ลีย์ ฟอร์ ดิ โอเชียนส์” ผลิตรองเท้ากีฬารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล แรกๆ ก็มีแค่ 50 คู่ ก่อนจะผลิตเพิ่มเป็น 11 ล้านคู่ในปีที่แล้ว นั่นทำให้การเข้าร่วมกระแสรักษ์โลกไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว แต่แบรนด์จะต้องช่วยเตือนผู้บริโภคให้รู้สึกละอายที่จะทำร้ายโลก สายการบิน KLM ของเนเธอร์แลนด์ เป็นตัวอย่างของเทรนด์นี้ ผ่านแคมเปญบินอย
“ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ” นับเป็น “ของดี” ของไทย ที่ปรากฏอยู่ในหลายท้องถิ่น เป็นข่าวฮือฮากันไปเมื่อไม่กี่วันก่อน เมื่อกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ในฐานะเจ้าของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ได้จัดทำสินค้า Ready-to-wear รุ่น Limited Edition ของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ประจำปี 2563 เป็นคอลเลกชั่นผ้ามัดย้อม จากภูมิปัญญาหมู่บ้านคีรีวง ต. กำโลน อ. ลานสกา จ. นครศรีธรรมราช สร้างความภาคภูมิใจ ให้ชาวไทยจำนวนมาก เมื่อเห็นนักเตะของสโมสรดังกล่าว สวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตผ้ามัดย้อมคีรีวง เดินเข้าสู่สนามแข่งขัน “เราตั้งใจผลิตคอลเลกชั่นพิเศษจากฝีมือคนไทยทุกปี หมุนเวียนเปลี่ยนชุมชนไปตามภาคต่างๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ดีไซน์ใหม่ๆ น่าสะสม โดยเข้ามาสนับสนุนชาวบ้านในเรื่องของการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ช่วยกันคิด ช่วยกันออกแบบ พัฒนาสินค้าให้ตรงใจผู้บริโภค และตอบโจทย์กับตลาดต่างประเทศ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือชุมชนให้สามารถสร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืนจากความถนัดของตัวเอง” คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ระบุอย่างนั้น สำหรับ “ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาต
สีสันเทศกาลของขวัญ! กระเช้าผลไม้นอก-ผักสลัดเพื่อสุขภาพ ยังมาแรง เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ที่บริเวณตลาดบองมาร์เช่ ย่านประชาชื่น เขตจตุจักร ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศซื้อขายช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2563 ปรากฏภาพทั่วไปผู้คนบางตากว่าวันหยุดนักขัตฤกษ์ตามปกติ แต่บรรดาพ่อค้าแม่ขาย โดยเฉพาะโซนผลไม้ ก็พยายามนำเสนอสินค้าหน้าแผงตัวเองกันอย่างเต็มที่ เมื่อสำรวจราคาขายแต่ละกระเช้า พบว่ามีตั้งแต่หลักร้อยไล่ไปจนถึงหลายพัน สำหรับผลไม้ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าในตลาดแห่งนี้ ส่วนใหญ่มักเป็นผลไม้จากต่างประเทศ เช่น องุ่นญี่ปุ่น เชอรี่อเมริกา กีวีนิวซีแลนด์ เป็นต้น สำรวจอีกโซนที่มีลูกค้าให้ความสนใจไม่น้อยเหมือนกัน เห็นจะเป็นร้านขายผักสดเพื่อสุขภาพ ที่ใช้เทคนิคการจัดผักเรียงในกระเช้า ออกมาตั้งเรียงเรียกความสนใจ ถามไถ่ราคาพบอยู่ที่ประมาณหลักร้อยปลายๆ หากใครสนใจสามารถโทรศัพท์มาสั่งและให้จักรยานยนต์ไปส่งได้ถึงที่
พร้อมแล้ว! “กัญชา” ปลูกเอง ปรุงเอง ให้เป็น “ของขวัญปีใหม่” ผู้ป่วยทั่วประเทศ เมื่อเร็วๆนี้ ที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุข เขต 6 เดินทางมาตรวจเยี่ยมและดูงานกัญชาทางการแพทย์ โดยมี นพ.นำพล แดนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน ว่า รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรเปิดให้บริการ “คลินิกกัญชาทางการแพทย์” มาตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยช่วงแรกเปิดให้บริการเดือนละ 2 ครั้ง และได้เปิดให้บริการ จันทร์-ศุกร์ เว้นวันหยุดราชการ เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม เป็นต้น และจะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่มกราคม 2563 เป็นต้นไป นพ.อำพล กล่าวต่อว่า “คลินิกกัญชาทางการแพทย์” จ่ายยาตำรับแพทย์แผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสม 16 ตำรับ โดยเน้นการดูแลแบบองค์รวม ทั้งนี้ จากการเปิดคลินิกกัญชาที่ผ่านมา พบว่า ยาศุขไสยาศน์ ช่วยให้ผู้ป่วยนอนหลับได้จริง ในกรณีที่ใช้ยานอนหลับอื่นมาแล้วไม่ได้ผล และยังพบว่า ยายังช่วยเรื่องคุณภาพชีวิตอื่นๆ ดีขึ้นด้วย ด้าน ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รพ.เจ้
สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรม สำหรับความสุขปีใหม่ เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๓ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานพระรูป พร้อมลายพระหัตถ์เชิญพุทธศาสนสุภาษิต ว่า “โมกฺโข กลฺยาณิยา สาธุ เปล่งวาจางาม ยังประโยชน์ให้สำเร็จ” เป็นพระคติธรรม ประทานพรสำหรับความสุขปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๓ ที่มา : สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช
“อนุทิน” ประกาศ รพ.ทั่วประเทศ “พร้อมรอเก้อ” หากไม่มีผู้บาดเจ็บช่วงปีใหม่ นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต 6 กล่าวระหว่างตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมให้บริการประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวกับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขฯ ว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นขอให้โรงพยาบาลทั่วประเทศเตรียมความพร้อมในการให้บริการอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามโดยเป้าหมายสูงสุดคือ โรงพยาบาลต่างๆ “พร้อมรอเก้อ” หากประชาชนจะเดินทางปลอดภัยตลอดช่วงเทศกาลแห่งความสุขปีใหม่ และไม่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล นพ.สุเทพ ยังบอกอีกว่า อยากแนะนำให้พี่น้องประชาชนที่สังสรรค์ไม่ควรออกนอกพื้นที่ เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ และยังกำชับเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วย เนื่องจากช่วงเทศกาลมักมีผู้ที่ดื่มสุราเมาแล้วเข้ารับบริการ อาจมีเหตุทะเลาะวิวาท และอาจเป็นอันตรายต่อบุคลากร จึงขอให้ทุกโรงพยาบาลประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลเรื่องความปลอดภัยในสถานพยาบาลอีกทางหน
จริงหรือเปล่า! พวกเรา “โชคดีมาก” เกิดมาในยุคที่ทุกอย่าง “อยู่ในมือ” นอกจาก 4 ปัจจัยที่รู้กันอยู่แล้วว่ามนุษย์เรามีอยู่นั้น เมื่อพูดถึงปัจจัยที่ 5 หรือ 6 หรือมากกว่านั้นของใครหลายคนในยุคนี้ คงหนีไม่พ้น Smart Phone ติดมือ ติดกระเป๋าเอาไว้เพื่อใช้ดำรงชีวิตประจำวัน วันนี้เราลองมาฟังน้องๆ ตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ Smart Phone กันว่า พวกเขาเล่น Applications อะไรกันบ้าง และคิดว่าสิ่งที่พวกเขาเล่นนั้นเป็นประโยชน์มากน้อยอย่างไรบ้าง ขิม-ธัญญลักษณ์ วัฒนกูล นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต “ขิมเล่นประมาณวันละ 6 ชั่วโมงค่ะ ว่างก็จับโทรศัพท์ขึ้นมา ส่วนมากจะเล่น IG / FB/ และก็ Line ค่ะ เพราะว่าได้ส่องเพื่อนๆ ดูรูป ดูข่าว พูดคุยกัน ทั้งเรื่องมีสาระ เรื่องไร้สาระค่ะ จริงๆ พวกเราถือว่าโชคดีมากที่เกิดมาในยุคที่ทุกอย่างอยู่ในมือ มีตัวช่วยในการสื่อสาร ซึ่งแอพพลิเคชั่นในสมาร์ตโฟนเป็นประโยชน์มากๆ ถ้าเราใช้ได้อย่างเหมาะสมค่ะ” อั้ม-ศิรวิทย์ พงษ์เผื่อน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาการจัดการธุรกิจด้านการบิน วิทยาลัยท่องเที่
ธุรกิจ Food Delivery โตก้าวกระโดด ส่งผลปัญหาขยะซับซ้อน-รุนแรง ยิ่งขึ้น จากการแถลงข่าว เรื่อง “สถานการณ์ปริมาณขยะอันเนื่องมาจากการใช้บริการ Food Delivery Service และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนโยบายของจังหวัดภูเก็ต” รศ.ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต กล่าวตอนหนึ่งว่า สภาพเศรษฐกิจ สังคม และการแข่งขันในปัจจุบันได้ทำให้วิถีชีวิตและพฤติกรรมของคนในสังคมหลายๆ ด้านมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม รวมไปถึงพฤติกรรมการทานอาหารด้วย ที่แต่เดิมสาหรับคนที่ไม่ได้ปรุงอาหารทานเองที่บ้านจะมีการทานที่ร้านอาหาร แต่ปัจจุบัน ได้เกิดธุรกิจให้บริการอาหารแนวใหม่ ในโมเดลธุรกิจที่เรียกว่า B2B2C หรือ Business to Business to Customer ซึ่งให้ผู้ประกอบการเข้ามาอยู่บน platform ของผู้คิดค้นการบริการ โดยในส่วนของธุรกิจอาหารได้เกิดการให้บริการการส่งอาหารถึงที่ (Food delivery service) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ หรือพื้นที่จังหวัดที่ประชาชนดำรงชีวิตอยู่อย่างแข่งขันและรีบเร่ง อย่างไรก็ตาม การเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของธุรกิจลักษณะดังกล่าวนั
สตาร์ตอัพอินโดฯเจ๋ง! ผลิต “หนังเทียม”จากเส้นใยเห็ด ต่อยอดได้สารพัดเครื่องใช้ เรื่องราวน่าสนใจแวดวงสตาร์ตอัพต่างประเทศ ครั้งนี้ เปิดเผยผ่านเพจ ศูนย์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ระบุว่าเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทสตาร์ตอัพ ชื่อ Mycotech จากประเทศอินโดนีเซีย ได้คิดค้นวัสดุหนังเทียมชื่อว่า “Mylea” ขึ้นมา โดยทำจากเส้นใยเห็ดชนิด mycelium แบบเดียวกับที่ใช้ทำเทมเป้ (อาหารโปรตีนสูงชนิดหนึ่ง เป็นที่นิยมในกลุ่มมังสวิรัติ) คุณสมบัติของ mycelium คือ เหนียว ทนทาน ย้อมสีธรรมชาติติดง่าย ผิวสัมผัสใกล้เคียงหนังจริง และสามารถเพาะได้ไวมากในเวลาเพียง 1-2 สัปดาห์เท่านั้น ซึ่งนั่นหมายความว่าทำให้วัสดุหนังเห็ดของ Mycotech ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมในทุกทาง ใช้ทรัพยากรน้อยกว่า ทั้งในการเพาะเลี้ยงและการฟอกสี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หนังที่ออกมา ไม่ต้องย้อมสีจากสารเคมี ปลอดภัยกับผู้บริโภค ย้อมสีธรรมชาติได้หลายเฉด สามารถเอามาทำเครื่องหนังได้สารพัด ทั้งกระเป๋า สายนาฬิกา รองเท้า ซองบัตร ฯลฯ เพจ ศูนย์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี บอกด้วยว่า ที่ผ่านมา เครื่องหนังสวยๆ อาจแลกมาด้วยสิ่งแวดล้อมราคาแพง เพราะสัตว์ใหญ่หนึ่งตัวกว่าจะโตข
