ทำไรรวย
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีร้านอาหารอร่อยๆ เปิดขายอยู่มากมาย โดยเฉพาะร้านรถเข็นเล็กๆ ตามข้างทาง จนมีคนเปรียบเปรยกันเอาไว้ว่า “ถ้าอยากรู้ว่า ร้านอาหารร้านไหนอร่อย ราคาไม่แพง ให้สังเกตดูว่ามีรถแท็กซี่กับพวกแมสเซนเจอร์จอดเยอะๆ” ร้าน “ขาหมูโบราณ ริมคลองประปา” ก็เป็นร้านรถเข็นริมทางเจ้าหนึ่ง ที่มีคนแวะกินกันเยอะมาก จนนอกจากคนขับแท็กซี่-แมสเซนเจอร์แล้ว ก็มีลูกค้าคนอื่นๆ มาเข้าแถวรอซื้อกินเช่นกัน คุณน้อย สรรศนี อายุ 51 ปี และ คุณทวีศักดิ์ ป้านสว่าง อายุ 55 ปี เจ้าของร้านข้าวขาหมูโบราณ เล่าที่มาที่ไปในการมาขายข้าวขาหมูให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เมื่อก่อนเธอเป็นลูกจ้างร้านค้าขายของทั่วไป พอสามีออกจากงาน ก็มาถามว่า จะทำมาหากินอะไรดี เธอเลยบอกกับสามีไปว่า ขายข้าวขาหมู ก็เลยมาช่วยกันทำ “เริ่มแรกนั้นทำเอง ขายเอง คิดสูตรเอง ไม่ได้เอาสูตรขาหมูของคนอื่นมาทำ ลูกค้าจะเป็นพวกแท็กซี่ แมสเซนเจอร์ เสียส่วนใหญ่ แล้วก็พนักงานบริษัท ลูกค้าทั่วไปและขาจรที่มากิน เราอาศัยคำแนะนำพวกแท็กซี่นี่แหละมาปรับปรุงสูตรขาหมูของตัวเอง เพราะบางคนเขากินเขาก็จะบอกว่ามันเป็นยังไง ลองผิดลองถูกอยู่ 3 เดือน กว่าสูตรจะเข้าที่เข้าทา
แชร์ไอเดีย “Snack Box” สายกรีน ธุรกิจของสองเพื่อนซี้ อร่อยแถมยังช่วยโลก เห็น Snack Box หรือชุดอาหารว่างมาก็หลายแบบ ยังไม่สะดุดตาเท่าอาหารว่างของสองเพื่อนซี้ วัย 50 ต้นๆ ที่ใช้ใบตองเป็นแพ็กเกจจิ้งห่อข้าว และใช้เป็นถ้วยเล็กๆ ใส่ของหวาน ยังประทับใจกับการใช้กล่องกระดาษ แทนพลาสติก จนมาทราบทีหลังว่าฝาเป็นพลาสติกสามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้ อร่อยแถมยังช่วยโลกลดขยะอีกด้วย ไอเดียที่ว่า มาจากธุรกิจของสองเพื่อนซี้ คุณโอ่ง-มนัญญา จิตธีระพันธุ์ อายุ 52 ปี และ คุณมด-มนต์ธิดา รัตนแสงศรี วัย 51 ปี เจ้าของแบรนด์ “เนื้อและหมูแดดเดียว Sun Dried Beef & Pork Let’s MEAT” ธุรกิจที่เกิดจากความตั้งใจอยากอยู่บ้านดูแลลูก และความชอบของทั้งคู่ “พี่อยากอยู่บ้านดูแลลูก แต่งานที่ทำมันต้องเดินทางไกล เลยมองหาธุรกิจใหม่ที่ได้ทำอยู่บ้าน เป็นนายตัวเอง ไม่เสียค่าเช่า ขายออนไลน์ได้ พอดีพี่กับเพื่อนรักที่รู้จักกันมาเกือบ 10 ปี ชอบทานเนื้อแดดเดียว และชอบทำครัว เลยชวนกันมาสร้างแบรนด์” คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เล่าถึงที่มาของแบรนด์ให้ฟัง อาศัยเรียนรู้สูตรจากยูทูบ กูเกิ้ล ที่คุณโอ่งบอกว่าเป็นอาจารย์ชั้นดี “คุณแม่ข
แพทย์เตือน! อากาศหนาวสุขภาพเปลี่ยน ทั้งหัวใจ/ความดัน ทั้ง “เฉื่อยและอ้วน” นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ชะลอวัย กล่าวว่า เมื่อความเย็นเริ่มมากระทบผิวกายไม่ว่าจะเป็นหนาวลม, เย็นแบบแห้งๆ หรือหนาวสะท้านแบบชื้นฝน ย่อมทำให้คนเราเจ็บป่วยได้ ซึ่งเรื่องของสุขภาพที่เปลี่ยนไปตอนหน้าหนาวนั้น มีสิ่งที่ถูกเตือนกันบ่อยครั้งทุกปีคือ โรคหวัด,ไข้หวัดใหญ่, ปอดติดเชื้อ, มือเท้าปาก, เริม, ผิวแห้งฯลฯ อย่างไรก็ดี อากาศที่หนาวเย็นลงขณะเราออกไปทำงานนอกบ้านหรือไปเที่ยวรับไอหนาวนั้นมีผลต่อสุขภาพมากกว่าแค่ “เป็นหวัด” คัดจมูกฟุดฟิดไอจาม แต่มันอาจส่งผลได้ถึงอวัยวะภายในของเราที่มองไม่เห็น ไปจนถึงอารมณ์และจิตใจได้ด้วย นพ.กฤษดา กล่าวถึง ผลกระทบต่อสุขภาพของความหนาวที่อาจถูกมองข้าม มาเล่าเพื่อจะได้เอาไว้ช่วยดูแลป้องกันเพิ่มได้เอง ดังต่อไปนี้ คือ 1. สุขภาพดวงตา เมืองหนาวที่เย็นจัดจนหิมะลงขาวโพลนนั้น มีคำหนึ่งใช้เรียกอาการผลกระทบจากแสงอาทิตย์ที่สะท้อนหิมะมาสู่ดวงตาว่า “Snow blindness” หรือตาพังเพราะแสงสะท้อนจากหิมะ จากรายงานของ University of Pittsburgh Medical Center ที่ระบุว่า ผืนหิมะสามารถสะท้อ
หนุ่มป.โท เมินชีวิต “มนุษย์เงินเดือน” ขอเปิดร้านอาหาร มีปากท้องเป็นเดิมพัน คุณยรรยง ชุมสังข์ เจ้าของร้านอาหาร “กุ้งกระทะเหล็ก” พิกัดหลังมหาวิทยาลัยรังสิต ให้สัมภาษณ์ว่า หลังเรียนจบปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ และปริญญาโทในหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า ตลอดระยะเวลาในช่วงชีวิตนักศึกษาซึ่งทำกิจกรรมคณะและกิจกรรมเพื่อสังคมมาโดยตลอด ชอบติดตามข่าวสารบ้านเมือง ยังเคยคิดว่า จบไปอาจจะไปทำงานอยู่ในพรรคการเมือง หรือรับราชการ แต่เมื่อชีวิตโตขึ้น ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น มุมมองความคิดก็เปลี่ยนไป จึงมีแผนอยากจะทำธุรกิจส่วนตัวมากกว่า คุณยรรยง เล่าต่อ การทำธุรกิจในแบบของเขานั้น ทำควบคู่ไปกับการเรียนในระดับปริญญาโท หากถามว่าสิ่งที่เรียนมาได้นำมาใช้มั้ย ก็ตอบได้ว่าเรานำเรื่องแนวคิด การวางแผนและการจัดการอย่างเป็นระบบมาปรับใช้กับธุรกิจ โดยตัดสินใจเปิดร้านอาหาร ซึ่งก็เริ่มต้นมาจากการได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ และผมเองเป็นคนชอบทำอาหารอยู่แล้ว ซึ่งการตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจของเขา เดิมพันด้วยความพยายามและใจสู้ล้วนๆ เพราะต้องดูแลเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่เรื่องของอาหารที่จะขาย ซื้อวัตถุดิบจา
ตกงาน ตอนอายุ 35! อย่าตกใจ ทุกปัญหามีทางแก้ ขอแค่ตั้งสติ คิดให้รอบคอบ “ผมตกงาน แบบกะทันหัน พร้อมหนังสือ เลิกจ้าง 31 ตุลาคมนี้ ตอนนี้ เครียดมากครับ คิดไม่ออก จะไปทำอะไรกินต่อไป เหตุผลที่เลิกจ้าง เนื่องจาก บริษัทขาดทุนสะสม จนไม่สามารถจ้างต่อ ผมมีหนี้สิน คือรถยนต์ 1 คัน หนี้บัตรเครดิต ประมาณ 5 หมื่นบาท ช่วยคิดหน่อยครับ ว่าอายุ 35 แล้ว สายงานเกี่ยวกับธุรกิจท่องเที่ยว ก็แย่มากๆ ครับ เงินเก็บมีอยู่แสนกว่าบาท ไม่กล้าบอกทางบ้าน กลัวจะคิดมาก ตอนนี้สภาพจิตใจแย่มากๆครับ” คือกระทู้หัวข้อน่าเห็นใจ จากสมาชิกเว็บไซต์ พันทิป ที่มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นการให้กำลังใจ และยังมีข้อเสนอแนะที่น่ารับฟัง ไว้เป็นแนวทาง สำหรับใครหลายคนที่อาจกำลังประสบกับปัญหาเดียวกันกับเจ้าของกระทู้นี้ก็เป็นได้ โดยสมาชิกท่านหนึ่ง มีคำแนะนำว่า ตกงานแล้วอย่าตกใจ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ ทำบัญชีวางแผนการเงิน ว่าเงินที่มี หนี้ที่มี หักลบกลบหนี้แล้วอยู่ได้กี่เดือน บอกที่บ้านตรงๆ แทนที่จะจิตตกคนเดียว มีคนคุยด้วย หรือเข้าใจ จะดีกว่า หางานทำโดยด่วน อย่าเพิ่งเลือกงาน เพราะเศรษฐกิจมันแย่จริงๆ จะ KFC McDonal
“โดชีรัก” กล่องข้าวน้อยเกาหลี จะกินให้สนุก ต้องปิดฝาแล้วเชก เชก เชก ตอนเด็กๆ ใครเอาข้าวกล่องไปกินที่โรงเรียนกันบ้าง ฉันจำได้ว่าตอนเรียนชั้นประถมศึกษาก็หิ้วข้าวใส่กระติกที่ชั้นล่างใส่ข้าว ชั้นบนมีถาดใส่กับข้าว ที่ฉันจำได้แม่นก็เพราะว่าตอนตักข้าวใส่กระติกนั้นใส่เอาตอนร้อนๆ แล้วปิดฝาหิ้วไปโรงเรียน พอถึงเวลาพักเที่ยงจะเปิดฝากล่องมากินก็เปิดไม่ได้เพราะฝามันดูดแน่นกลายเป็นสุญญากาศไปเสียแล้ว กว่าจะได้กินก็ต้องไปเรียกให้ใครต่อใครมาช่วยกันเปิดวุ่นวายไปหมด ถ้าเปิดไม่ออกก็อดกิน จึงทำให้ฉันจำได้ไม่ลืมแม้เวลาผ่านมาหลายสิบปีแล้ว แต่จะให้เก๋ากว่านั้น ต้องเป็นกล่องข้าวสี่เหลี่ยมทำด้วยอะลูมิเนียม บางแบบมีตัวล็อกเล็กๆ ด้วย เคยเห็นกล่องข้าวอะลูมิเนียมแบบนี้หลายประเทศในเอเชีย ที่แน่ๆ คือ จีน และเกาหลี ซึ่งแต่ก่อนเด็กนักเรียนเกาหลีเขาจะเอาข้าวกล่องไปกินที่โรงเรียนด้วย เพราะที่โรงเรียนไม่มีอาหารขาย แต่สมัยนี้จะมีหรือไม่นั้น ไม่แน่ใจ ข้าวกล่องเกาหลี เรียกว่า “โดชีรัก” 도시락 โดยมีข้าวสวย และกับข้าวต่างๆ ที่เป็นเครื่องเคียง ซึ่งแม่บ้านเกาหลีมักทำติดตู้เย็นไว้ เรียกว่า “พันชัน” 반찬 จะใส่อะไรก็แล้วแต่ว่ามีกับข้าวอะ
สาวเมียนมา วัย 13 พูดได้ 5 ภาษา ใช้เวลาวันหยุด ปั่นจักรยานขายของ หารายได้เลี้ยงตัว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสไปเยือน เมืองอังวะ เมืองหลวงเก่าของประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองมัณฑะเลย์เท่าไหร่นัก นั่งรถบัสประมาณสี่สิบนาที ก็ถึงท่าเรือข้ามฟาก ซึ่งยังถูกใช้งานเป็นประจำสำหรับนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น เมื่อรถบัสแล่นเข้าที่จอด บรรยากาศบริเวณท่าเรือมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที บรรดาพ่อค้าแม่ขายของที่ระลึก สังเกตเห็นส่วนใหญ่เป็นเด็กสาววัยรุ่น ปะแป้ง “ทานาคา” หน้าแฉล้ม มายืนออกันหลายสิบชีวิต ที่แขนข้างหนึ่งของพวกเธอจะคล้องตะกร้าพลาสติกใบเล็กๆ ภายในบรรจุของที่ระลึก อย่าง สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ที่พวกเธอบอกทำมาจากหยก กระดิ่งทองเหลือง หมวก พัด ฯลฯ เมื่อคณะนักท่องเที่ยว ทยอยลงจากรถบัส พวกเธอจะเข้าประกบแบบค่อนข้างประชิดตัว ร้องขายของเป็นภาษาเมียนมาบ้าง ภาษาอังกฤษบ้าง ภาษาไทย แบบกระท่อนกระแท่นบ้าง แต่ทัวร์ลิสต์ไทยหลายคน ยังไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก อาจเป็นเพราะเพิ่งเดินทางมาถึงจึงอยากชมวิวรอบๆ ก่อน ของที่ระะลึก วางขายแถวท่าเรือข้ามฟากไปเมืองอังวะ นั่งเรือข้ามฟากลำละสิบกว่าคน ใช้เวล
“หนุ่มพิการ” พลิกชีวิต จากขอทานเป็นพ่อค้า เดินขายแซนด์วิชเลี้ยงครอบครัว แม้ชีวิตคนเราจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ บางคนเกิดมาครบถ้วนสมบูรณ์ กินอิ่มนอนหลับในบ้านหลังใหญ่ แต่บางคนเกิดมาปากกัดตีนถีบ ไม่เคยได้กินอิ่ม หลับสบาย ดิ้นรนให้มีชีวิตอยู่รอดในแต่ละวันราวกับโชคชะตากลั่นแกล้ง เฉกเช่น ชายวัย 33 ปีคนนี้ “ต้น-ทิน บุญมี” หนุ่มพิการเป็นโปลิโอตั้งแต่อายุ 3 ขวบผู้ไม่เคยยอมแพ้ให้กับโชคชะตา แม้ชีวิตจะลำบากมาตั้งแต่เด็ก ก็ไม่เคยท้อแท้ วันนี้เขากลายเป็นเจ้าของ “ต้นบัว” แซนด์วิชแสนอร่อยที่ทุกคนอยากอุดหนุน “กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้เจอมาทุกปัญหา ชีวิตผมลำบากมาตั้งแต่เด็ก 4 ขวบ เป็นขอทานมาจนถึงอายุ 20 กว่าปี เพราะชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำดีได้ ใช้ชีวิตตามท้องถนน นอนใต้สะพาน ทำทุกทางเพื่อเอาชีวิตรอด ภาพเหล่านั้นยังจำได้แม่น” คุณต้น เล่าถึงความลำบากของชีวิตที่ไม่เคยลืม จนวันหนึ่งคุณต้นย้ายมาแถวเกษตร-นวมินทร์ มีผู้ใหญ่ใจดีเข้ามาช่วยเหลือให้อาชีพ แรกๆ รับจ้างขายน้ำส้ม ต่อมาจึงรับจ้างขายแซนด์วิช “ผมรับจ้างขายแซนด์วิชมาปีกว่า ก็พอมีความรู้อยู่บ้าง คิดทำแบรนด์มานานมากแล้ว แต่ย
อย่าหยอกแรง “อาชีพมาสคอต” กว่าจะได้เงินไม่ง่าย ร้อนจนเป็นลม แถมโดนแกล้งประจำ เห็นโพสต์จากพีอาร์สาวท่านหนึ่ง เล่าถึงเหตุการณ์ที่เห็นเป็นประจำ “ชอบมีคนแกล้งมาสคอต” รู้มั้ยว่าเบื้องหลังชุดคลุมน่ารัก และท่าทีทะเล้นๆ ที่เห็น ไม่ใช่ตัวการ์ตูนจริงๆ แต่คือคนที่ต้องใช้ความอดทนแบกชุดที่มีน้ำหนักมากถึง 5 กิโลกรัม แถมยังต้องทนกับอากาศร้อน ไหนจะมีคนแกล้ง และสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้อีกด้วย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงติดต่อขอพูดคุยกับ เก็ตเตอร์-นภดล ผุสดีไชย คือ เด็กหนุ่มวัย 21 ปี ที่หลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เลือกที่จะเดินตามแนวทางของตัวเองชัดเจน โดยมีครอบครัวคอยเคียงข้าง หยุดเรื่องเรียนเพื่อหาประสบการณ์ชีวิต ใช้ความสามารถทางการแสดงหาเงินด้วยตัวเอง “ยึดอาชีพมาสคอต” ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้มากกว่าวันละพันบาท “ผมเคยทำงานประจำมาก่อน เป็นพนักงานเซเว่นฯ แต่เพราะชอบการแสดง เลยหันมาทำอาชีพมาสคอตได้ประมาณ 3 ปี ทำแล้วสนุก ทุกการทำงานผมจะได้แสดงเป็นคาแร็กเตอร์ต่างๆ ดีใจทุกครั้งที่ได้ทำให้คนอื่นมีความสุข” น้องเก็ต บอกถึงที่มาของการทำอาชีพมาสคอต แต่การทำอาชีพนี้ มีกฎเหล็ก คือห้ามให
“พยาบาล” อาชีพในฝันของสาวๆหลายคน ต้องเตรียมตัวอย่างไร เชื่อว่าสาวๆ หลายคนนั้น มีความฝันอยากใส่ “เครื่องแบบสีขาว” เป็นพยาบาล เพื่อที่จะให้การดูแลรักษา ให้ความช่วยเหลือพ่อแม่ญาติพี่น้องและคนรอบตัว อีกทั้งวิชาชีพพยาบาล ยังเป็นงานที่มีเกียรติได้รับการยอมรับนับถือจากคนทั่วไปอีกด้วย แต่กว่าจะก้าวสู่อาชีพนี้ นางฟ้าชุดขาวต้องผ่านอะไรมาบ้าง วันนี้เราจะพาไปตามติดชีวิตนักเรียนพยาบาลคนนี้กัน น้องฟาร์-ฟาศิรินทร์ ลาภจิตร นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ฟาร์ เลือกเรียนพยาบาลที่ม.รังสิต หลังจบมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ โดยเหตุผลแรกเลยคือ ชอบวิชาชีพนี้ตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว และคิดถึงเรื่องใกล้ตัวว่าทุกคนจะต้องเจ็บป่วยรวมถึงพ่อแม่คนในครอบครัว หรือคนที่เรารักเช่นกัน ก็เลยคิดว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่จะดูแลพ่อแม่คนในครอบครัวและคนที่เรารักได้ดีที่สุดจึงเลือกเรียนพยาบาล สำหรับจุดเด่นของคณะพยาบาล ที่ม.รังสิต นี้ คือ อุปกรณ์การเรียนการสอน สื่อต่างๆ เทคโนโลยีมีความครบครันและทันสมัยมา รวมทั้งอาจารย์มีความใส่ใจกับการเรียนของนักศึกษา หากเรามีข้อสงสัยในบทเรียน มีคำถาม เมื่อเราส
