ทำไรรวย
ธุรกิจท่องเที่ยว-โรงแรม-ร้านอาหาร-บริการ เร่งหา “ไม้เด็ด” จับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น คุณจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ต กล่าวถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของไทยในช่วงครึ่งปีหลังว่า น่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากภาพรวมของการท่องเที่ยวที่ยังสามารถขยายตัวได้ โดยข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศไทยในเดือน ก.ค. 2562 ขยายตัว 4.7% ต่อปี คิดเป็น 3.33 ล้านคน สอดคล้องกับข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่ระบุว่า ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2562 คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ประมาณ 90.5 ล้านคน-ครั้ง เติบโต 2.6% มีการใช้จ่ายระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมูลค่าประมาณ 6.3 แสนล้านบาท เติบโต 4.9% นอกจากนั้นยังได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศของรัฐบาลอีกด้วย จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้งานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2019 มีผู้ประกอบการและผู้สนใจในการประกอบธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และบริการ เข้าร่วมชมงานตั้งแต่วันแรกอย่างคึกคัก ซึ่งจากการสำรวจความสนใจขอ
ดวงประจำวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2562 ราศีใดได้ลาภทางการเงิน ราศีใดมีโชคดีเกือบทั้งวัน ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค. ท่านจะพบว่ามีกิจการบางอย่างชะงักชักช้า คนอ่อนกว่าหรือบริวารของศัตรูเก่า เข้ามารับใช้ท่านอย่างใกล้ชิด จะมีการตรวจโรคเล็กๆ น้อยๆ บริวารบุตรหลานช่วยเหลือการงานอย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย. ท่านมีตำแหน่งหน้าที่ทางการงานสูงขึ้น บริวารอยู่ในโอวาทและทำตามหน้าที่อย่างแข็งแรง ได้ลาภทางการเงินเป็นอันมาก และทางการงานได้ลาภเป็นหนังสือหรือลายลักษณ์อักษร ราศีมิถุน เกิดตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. ท่านมีร่างกายแข็งแรงดีอยู่แล้ว พลานามัยจะดียิ่งๆ ขึ้นไป อีกสองวันจะเป็นการเริ่มต้นศักราชการเจริญรุ่งเรืองของท่าน ท่านไม่ควรกู้หนี้ยืมสินใครใดๆ ทั้งสิ้น จะมีผู้มาอาศัยอยู่กับท่าน ราศีกรกฎ เกิดตั้งแต่ 16 ก.ค.-16 ส.ค. ท่านจะได้รับสิ่งของมีค่าและสวยงามเป็นอันมาก จะได้รับประโยชน์จากคณะศิษย์และบริวาร ถ้ามีอาการเกี่ยวกับดวงตาจะหายได้โดยรวดเร็ว การงานบางอย่างควรระงับยับยั้งไว้ชั่วคราว ราศีสิงห์ เกิดตั้งแต่ 17 ส.ค.-16 ก.ย. ท่านจะนำบุตรหลานหรือครูอาจารย์จะได้ผลด
5 รหัสลับ สร้างแบรนด์ให้ปัง ตอบโจทย์ให้ผู้ประกอบการไทย-ท้องถิ่น ในปัจจุบัน สินค้าแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์ไทยหลายๆ แบรนด์เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก สร้างยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร ผู้ช่วยคณบดีด้านการสื่อสารองค์กรและหัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) เปิดเผยข้อมูลวิจัยในงานสัมมนาการตลาด “ถอดรหัสสูตรลับฉบับแบรนด์ไทย” ที่จัดขึ้น ณ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่า จากข้อมูลกรมพัฒนาชุมชนพบว่า สินค้าในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) ในปี 2561 มียอดจำหน่ายสูงถึง 1.9 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อดูข้อมูลเชิงลึกจะพบว่า สินค้าโอท็อปที่มีกว่า 20,000 กว่าราย กลับมีสินค้ามากกว่า 40% ของโครงการโอท็อปทั้งหมดที่ยังไม่สามารถก้าวสู่ความเป็นมาตรฐานสากลหรือแข่งขันในตลาดโลกได้ หรือหากเปรียบเทียบยอดจำหน่ายสินค้าโอท็อปกับผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ในปี 2561 ก็จะคิดเป็นเพียง 1.2% เท่านั้น ซึ่งถือว่ายังน้อยมาก หากผลักดันสินค้าแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์ไทยให้ถูกช่องทางก็จะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับประเทศไทยได้อีกหลายเท่าตัว จากงานวิจั
มูลค่าตลาดโลกพุ่ง 3.55 ล้านล้านบาท ดันไทยเป็นผู้นำ “เกษตรอินทรีย์”ในอาเซียน คุณวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงการเติบโตของสินค้าอินทรีย์และยุทธศาสตร์การพัฒนาตลาดสินค้าอินทรีย์ว่า แนวโน้มการบริโภคสินค้าอินทรีย์กำลังเป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั่วโลก ทุกคนให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพและตระหนักถึงอันตรายจากสารเคมีตกค้างที่เป็นสาเหตุของโรคต่างๆ มากขึ้น ทำให้สินค้าอินทรีย์ หรือ Organic เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ปัจจุบันตลาดเกษตรอินทรีย์ของโลกมีมูลค่าสูงถึง 104,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.55 ล้านล้านบาท ขยายตัวปีละประมาณ 20% โดยตลาดสินค้าอินทรีย์สำคัญของโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เยอรมนี ฝรั่งเศส และจีน ส่วนตลาดในอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ซึ่งมีมูลค่าตลาดประมาณ 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบริโภคในประเทศ 900 ล้านบาท และตลาดต่างประเทศ 2,100 ล้านบาท ประเทศไทย ได้รับการยอมรับว่ามีศักยภาพในการผลิตอาหารที่มีคุณภาพและมาตรฐาน มีความพร้อมทางภูมิศาสตร์และการขนส่งที่ดี มีความได้เปรียบที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์ของภูมิภาคได้ ดังนั้น
ใช้เสร็จกินได้เลย! “หลอดกินได้” นวัตกรรมจากข้าวและพืช ช่วยลดการใช้พลาสติก ขยะพลาสติก ถือเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก ที่หลายๆ ประเทศยกให้เป็นปัญหาระดับชาติ ที่ต้องจัดการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ประเทศไทยเอง ก็มีการประกาศยกเลิกการใช้พลาสติกทั้งหมด 7 ชนิด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “หลอดพลาสติก” ที่จะถูกยกเลิกการใช้ในปี 2568 ในปัจจุบัน มีผู้ประกอบการหลายเจ้าได้มีการทำหลอดที่ย่อยสลายได้ขึ้นมาทดแทนหลากหลายชนิด ซึ่งหลอดที่พบเห็นได้ตามท้องตลาดทั่วไป จะเป็นหลอด PLA ที่ต้องใช้กระบวนการย่อยสลายในห้องหมัก ที่อุณหภูมิสูงถึง 120 องศาเซลเซียส หรือ หลอดกระดาษ ที่ยังประสบปัญหาในเรื่องของกลิ่นในการย่อยสลายและสภาวะการอ่อนตัวหลังการใช้งานที่เร็วเกินไป คุณปุ๊ก-สุรพร กัญจนานภานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท กัญจนาพร (สยาม) จำกัด เจ้าของผลงาน “หลอดกินได้ จากข้าวและพืช” ได้ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ในงาน ตลาดต่อยอดงานวิจัยสู่อุตสาหกรรม ที่จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ว่า ไอเดียนี้มาจากปัญหาเรื่องขยะในปัจจุบัน จึงคิดอยากจะหาวัสดุทดแทนที่ใช้แทนหลอดพลาสติก อีกทั้งวัสดุนั้นต้องสามารถย่อยสลายได้ โ
หนุนขยายผลใช้ “กัญชง” ชี้ประโยชน์กว้างกว่า “กัญชา” พัฒนาถึงอุตสาหกรรมได้ ภญ.ดร.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมภูมิปัญญาอาเซียน ที่เพิ่งจบลงไปเมื่อเร็วๆ นี้ว่า กัญชงและกัญชา คือพืชชนิดเดียวกัน แต่คนละสายพันธุ์ ในพืชชนิดนี้มีการผสมข้ามสายพันธุ์กันมาก ทำให้กัญชงและกัญชาแยกออกจากกันยาก ในสหรัฐอเมริกา ที่ให้ปลูกกันจะเป็นกัญชง เนื่องจากมีสารเมาปริมาณต่ำ ไม่ก่อให้เกิดการนำไปใช้ในทางที่ผิด ทั้งนี้ ในส่วนของมูลค่าตลาดของกัญชานั้น ในแต่ละฐานข้อมูลมีมูลค่าแตกต่างกัน อาจเนื่องด้วยคำจำกัดความของกัญชา บางฐานข้อมูลการตลาด ก็รวมกัญชง หรือ Hemp เข้าไปด้วย และยังมีประเด็นช่องทางการจำหน่ายที่ส่งผลให้มีการรายงานตัวเลขแตกต่างกัน แต่ที่แน่นอนตลาดโดยรวมมีมูลค่าสูงขึ้น เนื่องจากมีข้อมูลหลักฐานเพิ่มมากขึ้นว่า กัญชาสามารถนำมาใช้ในการรักษาโรคได้ โดยเฉพาะโรคที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน ข่าวเกี่ยวข้อง: ราชกิจจาฯ ประกาศ ปลดล็อกสาร “กัญชง-กัญชา” พ้นยาเสพติด ผสมอาหารได้! ภญ.ดร.ผกากรอง กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อบ่งใช้ของกัญชา ที่นำมาใช้กันมากคือ บรร
เกษตรกรทำนาปทุมธานี เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย เสริมรายได้ สร้างตลาดหลากหลาย จำหน่ายได้ราคางาม จากสภาวะเศรษฐกิจไม่กี่ปีมานี้ ส่งผลให้สินค้าเกษตรหลายชนิดราคาตกต่ำ จึงทำให้เกษตรกรมีการปรับตัวมากขึ้น โดยทำเกษตรแบบผสมผสานที่ไม่เน้นทำเป็นเกษตรเชิงเดี่ยวมากเกินไป เพราะนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของราคาที่ผันผวนแล้ว ยังสามารถมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรบางชนิดทดแทน จึงช่วยเสริมรายได้สลับไปมาในแต่ละช่วงการผลิต จึงเกิดรายได้หลากหลายส่งผลให้ไม่มีหนี้สิน คุณขาว เสมอหัต คุณขาว เสมอหัต อยู่บ้านเลขที่ 58/3 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองควาย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี มีอาชีพหลักทำนาด้วยราคาข้าวที่ผลิตได้ไม่แน่นอน จึงได้หาอาชีพเสริมเข้ามาช่วย คือการเลี้ยงปลาดุก โดยใช้บ่อน้ำที่มีอยู่เดิมจากการขุดไว้ใช้ภายในสวน มาเลี้ยงปลาให้เกิดประโยชน์มากขึ้น พร้อมทั้งใช้เหยื่อสดต้นทุนต่ำมาเป็นอาหารให้ปลากิน ทำให้ปลาเติบโตดีตลาดต้องการ จำหน่ายได้ราคา อาชีพหลักทำนา เลี้ยงปลาดุกเสริมรายได้ อาหารที่ได้จากโครงไก่นำมาบด คุณขาว เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ประกอบสัมมาอาชีพมาถึงปัจจุบัน รายได้หลักของครอบครัวคือเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียว
“แชมพูฟ้าทะลายโจร-น้ำยาล้างจานสูตรชาจีน” ผลิตภัณฑ์ทำเงิน ต่อยอดจากสมุนไพรครัวเรือน คุณศรีอุไร สุขสวัสดิ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสตรีและครอบครัวชุมชนศิริโชติ สวัสดิ์กิจ วัย 65 ปี เล่าว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสตรีและครอบครัวชุมชนศิริโชติ สวัสดิ์กิจ ก่อตั้งมาได้ 3 ปีแล้ว เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ที่ตั้งขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนการรวมกลุ่มจาก ศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เพื่อหางานหาอาชีพให้กับแม่บ้านและคนสูงอายุในชุมชน อีกทั้งบริเวณหมู่บ้าน มีสมุนไพรที่ชาวบ้านนิยมปลูกกันในบ้านค่อนข้างเยอะ จึงนั่งคิดกันว่า จะสามารถทำอะไรกับของที่มีเหล่านี้ได้บ้าง จึงเกิดเป็นไอเดียนำสมุนไพรเหล่านี้ มาแปรรูปเป็นของใช้ในครัวเรือน ซึ่งเป็นของที่ใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้วนั่นเอง “ทางกลุ่มเราเล็งเห็นช่องทางในการหารายได้จากสมุนไพรรอบตัวที่เรามี จึงช่วยกันนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน โดยผลิตภัณฑ์แรกเริ่มที่เราผลิตออกมา คือ แชมพูฟ้าทะลายโจร ซึ่งสามารถช่วยลดเชื้อราบนหนังศีรษะได้ ตอนทำออกมาก็เริ่มจากใช้กันเองภายในกลุ่ม จากนั้นก็นำไปแจกคนรอบข้าง
ศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก เปิดรับสมัคร พนักงานราชการศักยภาพสูง กลุ่มงานเชี่ยวชาญเฉพาะ เงินเดือนกว่าครึ่งแสน!! วันที่ 30 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก ศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก ประกาศรับสมัครงาน พนักงานราชการศักยภาพสูง กลุ่มงานเชี่ยวชาญเฉพาะ จำนวน 3 อัตรา ดังนี้ 1. ตำแหน่ง นักตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ชั้นสูง จำนวน 1 อัตรา อัตราตอบแทน 68,350 บาท/เดือน 2. ตำแหน่ง นักวิเคราะห์หลักฐานดิจิทัลเชิงลึก จำนวน 1 อัตรา อัตราตอบแทน 68,350 บาท/เดือน 3. ตำแหน่ง นักสร้างรหัสคอมพิวเตอร์ชั้นสูง จำนวน 1 อัตรา อัตราตอบแทน 68,350 บาท/เดือน ทั้งนี้ สามารถยื่นใบสมัครด้วยตนเอง พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนด ในระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน 2562 ณ กองธุรการ ศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก อาคาร 2 ชั้น 1 ในกองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กทม. โทร.02-297-7018 ในวันและเวลาราชการ รายละเอียดเพิ่มเติม: https://cyber.rta.mi.th/download/28-8.pdf https://www.facebook.com/ArmyCyberCenter/photos/a.1859911304295417/2506050899681451/?type=3&theater
บิ๊กตู่ สั่งแก้ปัญหาลดความเหลื่อมล้ำ วิเคราะห์ความยากจนรายจังหวัด บิ๊กตู่ – เมื่อวันที่ 29 ส.ค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้สั่งให้แก้ปัญหาความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำด้านการพัฒนาคน นางนฤมล กล่าวว่า ท่านนายกฯ ได้สั่งการให้มีการวิเคราะห์ข้อมูลความยากจนรายจังหวัด เพื่อนำมาพิจารณาออกแบบนโยบายแก้ปัญหาความยากจนให้ได้ตรงจุดทั้ง 4 มิติ คือ เข้าถึงความจำเป็นขั้นพื้นฐาน พัฒนาคุณภาพชีวิตและทักษะอาชีพ การหางานให้ทำ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ จำเป็นต้องได้รับการออกแบบให้ “ถูกฝา ถูกตัว” และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ จากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้มีรายได้น้อยเบื้องต้น สามารถจัดออกเป็น 4 กลุ่มเป้าหมายได้แก่ จังหวัดเศรษฐกิจแข็งแกร่ง และมีความพร้อมสูง (สีเขียว) 29 จังหวัด เน้นการช่วยเหลือด้านค่าครองชีพ กลุ่มจังหวัดเศรษฐกิจค่อนข้างแข็งแกร่ง (สีฟ้า) 8 จังหวัด เน้นการพัฒนาอาชีพ และหางานให้ทำ กลุ่มจังหวัดที่ขาดเครื่องยนต์ขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ 7 จังหวัด (สีน้ำเงิน) ต้องเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต 12 จังหวัดที่ติดกับดักควา
