ท่องเที่ยว
จากฟาร์มไก่ สู่ธุรกิจโรงแรม รับกระแสเที่ยวเมืองรอง จ.ระนอง ชูห้องพักราคาหลักพัน เจาะกลุ่มครอบครัว เพราะมองเห็นโอกาสการเติบโตด้านการท่องเที่ยวของ จ.ระนอง เมืองรองที่ผู้คนนิยมมาใช้เวลาพักผ่อน ทำให้ คุณจุฑาพรรค์ มหพันธุ์ทิพย์ ตัดสินใจเปิดโรงแรมฟาร์มเฮาส์ ระนอง และร้านอาหาร FarmHouse Ranong Hotel & Restaurant ซึ่งเริ่มดำเนินกิจการในปี 2556 โดยมีคุณพ่อช่วยสนับสนุน จากจุดเริ่มต้นเพียง 25 ห้อง ปัจจุบันขยับขยายมากกว่า 71 ห้อง ราคาห้องพักมีตั้งแต่ 1,480-4,000 บาท “แรงผลักดันของคุณพ่อสนับสนุนให้กล้าตัดสินใจ ลงมือทำก่อนคนอื่น ทำให้มีโอกาสก่อนคนอื่น อาจเพราะท่านเป็นนักธุรกิจ เปิดฟาร์มไข่ไก่มาก่อน เป็นคนที่มองการณ์ไกล ทำให้มีมุมมองเรื่องธุรกิจมาโดยตลอด ยกตัวอย่างเรื่องการเรียน ส่วนตัวสนใจเรื่องการโรงแรม เรื่องอาหาร แต่ท่านให้เลือกเรียนสาขาที่ประสบการณ์ข้างนอกให้ไม่ได้ก่อน เลยตัดสินใจเรียนคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พอเรียนจบก็สมัครเข้าเรียนด้านอาหารที่วิทยาลัยดุสิตธานี และสะสมประสบการณ์สมัครเข้าทำงานในโรงแรมต่างๆ เป็นเวลา 2 ปี” คุณจุฑาพรรค์ เล่าถึงการเติบโตของธุรกิจโรงแรม ส่
ยูโอบี ประเมินจีดีพีไทย ปี 67 ขยายตัวได้ 3.6% จากภาคส่งออก และท่องเที่ยวฟื้นตัว ดันเงินบาทแข็งแกร่ง ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อแผ่วลง กรุงเทพฯ, 16 กุมภาพันธ์ 2567 – ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดเผยรายงานวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยในปี 2567 โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวช้าในช่วงครึ่งปีแรก ก่อนที่จะขยายตัวได้แข็งแกร่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นทางการคลังของรัฐบาล ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและส่งออก ธนาคารประเมินว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี (GDP) ของประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตได้ร้อยละ 3.6 ในปีนี้[1] นายเอ็นริโก้ ทานูวิดจายา นักเศรษฐศาสตร์ Global Economics and Market Research ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า “ปัจจัยหลักที่ช่วยส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยคือ ภาคส่งออกสินค้าและภาคท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจ้างงานและสร้างรายได้ให้แก่แรงงาน โดยเฉพาะในภาคบริการ ควบคู่ไปกับการบริโภคภาคครัวเรือนที่จะยังคงแข็งแกร่งและได้รับอานิสงส์เพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ ทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ปรับดีขึ้นพร้อ
วางแผนการเงินอย่างไร ให้ท่องเที่ยวได้สนุกสุดคุ้ม ใกล้ปลายปีแล้ว หลายคนคงเริ่มคิดถึงทริปในฝันเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ชีวิต กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการบัตรเครดิตชั้นนำ มีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้วางแผนการเงินเพื่อการท่องเที่ยวปลายปีได้แบบคุ้มๆ มาฝากกัน 1. เที่ยวอย่างสบายใจต้องจัดสรรเงินไว้ล่วงหน้า ก่อนอื่นควรหาข้อมูลคร่าวๆ ว่าจุดหมายปลายทางของเราต้องใช้งบประมาณเท่าไร และเราต้องการจะเดินทางไปในช่วงไหน มีเวลาออมเงินนานแค่ไหน จากนั้นก็วางแผนออมเงินเพื่อการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทริปในฝันเป็นจริงได้ง่ายขึ้น และป้องกันไม่ให้งบที่จะใช้เพื่อท่องเที่ยวไปกระทบกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือเป้าหมายทางการเงินอื่นๆ ของเรา เช่น ใช้วิธีออมเงินเพื่อใช้ท่องเที่ยวโดยแบ่งส่วนมาจากรายได้ประจำราว 10% และออมเงินเข้าบัญชีที่เปิดไว้เพื่อการท่องเที่ยวไว้โดยเฉพาะไว้เป็นประจำทุกเดือน หรือปันส่วนมาจากรายได้พิเศษ เช่น เงินโบนัส เป็นต้น นอกจากนี้ อาจลองลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวันเพื่อเพิ่มงบท่องเที่ยว เช่น ลดความถี่ในการสังสรรค์ปาร์ตี้กับเพื่อน, งดช้อปปิ้งของฟุ่มเฟือยชั่วคราว เป็นต้น 2. วางแผน
gethergo แพลตฟอร์มแพลนเที่ยวสัญชาติไทย เติมเต็มประสบการณ์ของนักเดินทางทุกคน ในวันที่โลกแห่งการเดินทางกลับมาฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดของโควิด นักท่องเที่ยวทั่วโลกกลับสู่วิถีแห่งการเก็บกระเป๋าออกไปสัมผัสโลกใบใหญ่ สิ่งที่หลายคนน่าจะเห็นตรงกัน คือประสบการณ์การเดินทางนั้นไม่ได้มีแค่รอยยิ้มจากทริปที่ออกไปสัมผัส แต่ยังมาพร้อมประสบการณ์ตั้งแต่ก่อนและหลังการเดินทางที่อาจซับซ้อน ใช้เวลา และไม่ง่ายอย่างที่หวัง อาทิ การหาข้อมูลเพื่อวางแผนเที่ยวที่ต้องใช้ความพยายามและใช้เวลานานหลายชั่วโมง การเลือกเก็บรูปภาพจากทริปที่มีอย่างนับไม่ถ้วน การบันทึกข้อมูลที่อาจกระจัดกระจายเพื่อเอาไว้ใช้ต่อในอนาคต หรือการจัดหาพื้นที่จัดเก็บภาพและวิดีโอซึ่งมีค่าใช้จ่าย ดังที่ผลวิจัย AC Neilson เคยระบุว่า “นักท่องเที่ยวใช้เวลาเฉลี่ยถึง 53 วัน เสิร์จหาข้อมูลจาก 28 เว็บไซต์ เพื่อทำแผนการท่องเที่ยวในแต่ละครั้ง” มากไปกว่านั้นบางคนยังทำรูปถ่ายที่เก็บไว้เป็นความทรงจำจากทริปหายไปอีกด้วย จากความท้าทายเหล่านี้ นำมาสู่การพัฒนา gethergo แพลตฟอร์มแพลนเที่ยวสัญชาติไทย ที่เกิดขึ้นเพื่อทำให้ชีวิตของนักเดินทางง่ายขึ้นในทุกช่วงเวลา ทำให้ “การ
“ปทุมวัน ปริ๊นเซส” ตอบรับนโยบายรัฐบาล หนุนธุรกิจท่องเที่ยว เปิดตัวห้องสวีทโฉมใหม่ รับนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าไทย วันที่ 3 ตุลาคม 2566 นางสาวอาทร วนาสันตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ ทัวร์ริซึ่ม จำกัด ผู้บริหารโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เปิดเผยว่า ตามที่มีการคาดการณ์ว่าในปี 2566 จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งจากในประเทศและต่างประเทศจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมากกว่า 25 ล้านคนและอาจแตะ 30 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้ คิดเป็น 59–70% ของช่วงก่อนโควิด และภายหลังจากที่รัฐบาลได้ออกนโยบายยกเว้นการตรวจลงตราหรือฟรีวีซ่าให้แก่นักท่องเที่ยวจีน และคาซัคสถาน จะเป็นการกระตุ้นให้มีกท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยเป็นอย่างดี เพื่อเป็นการรองรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทย โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เชื่อมต่อกับศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สนามกีฬาแห่งชาติ ได้ประกาศเปิดตัวห้องสวีทท
แนะ รัฐเก็บภาษีน้ำมัน อัตราเหมาะสม ช่วยลดต้นทุนภาคท่องเที่ยว จากเวทีเสวนา “ทิศทางอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พร้อมทะยานเวทีโลก” จัดโดย เคทีซี เมื่อเร็วๆ นี้ มีการฉายภาพการท่องเที่ยวแบบครบวงจร โดยตัวแทน สายการบิน โรงแรม บริษัททัวร์ ประสานเสียง ท่องเที่ยวทั่วโลกเริ่มฟื้นเกือบเท่าก่อนเกิดโควิด-19 แนะ ภาครัฐ ปลดล็อกการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ลดผลกระทบต้นทุนอย่างเป็นรูปธรรม คุณโชติช่วง ศูรางกูร อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) คาดว่า ในปีนี้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางออกต่างประเทศประมาณ 7.5 ล้านคน ขณะที่สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) รายงานจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศทั่วโลก (International Flight) ปีนี้จะขยายตัว 70% เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าจะเติบโตเท่ากับก่อนช่วงโควิด-19 ในปีหน้า พร้อมเสนอแนะเรื่องการคลายข้อจำกัดด้านการเก็บค่าเหยียบแผ่นดินที่จะเก็บจากนักท่องเที่ยวขาเข้าและการเก็บภาษีจากนักท่องเที่ยวขาออกจากประเทศ รวมถึงการจัดเก็บภาษีที่ซ้ำซ้อน (VAT on Outbound) ขณะที่นักท่องเที่ยวมีทางเลือกในการจองสถานที่ท่องเที่ยวได้ด้วยตัวเอง เพราะปัจจุบันแพลตฟอร์มสำหรั
เคทีซี เปิดเวทีเสวนา “ทิศทางอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พร้อมทะยานเวทีโลก” ระดมความเห็นผู้นำวงการ กำหนดอนาคตทิศทางท่องเที่ยว นายโชติช่วง ศูรางกูร อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) คาดว่า ในปีนี้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางออกต่างประเทศประมาณ 7.5 ล้านคน ขณะที่สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) รายงานจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศทั่วโลก (International Flight) ปีนี้จะขยายตัว 70% เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าจะเติบโตเท่ากับก่อนช่วงโควิด-19 ในปีหน้า พร้อมเสนอแนะเรื่องการคลายข้อจำกัดด้านการเก็บค่าเหยียบแผ่นดินที่จะเก็บจากนักท่องเที่ยวขาเข้าและการเก็บภาษีจากนักท่องเที่ยวขาออกจากประเทศ รวมถึงการจัดเก็บภาษีที่ซ้ำซ้อน (VAT on Outbound) ขณะที่นักท่องเที่ยวมีทางเลือกในการจองสถานที่ท่องเที่ยวได้ด้วยตัวเอง เพราะปัจจุบันแพลตฟอร์มสำหรับการท่องเที่ยวมีเพิ่มมากขึ้น ถ้ามองในแง่ดีจะเป็นการช่วยส่งเสริมให้ตลาดท่องเที่ยวใหญ่ขึ้น ขณะที่ผลต่อ Online Travel Agency (OTA) และบริษัททัวร์มองว่าได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย นายศึกษิต สุวรรณดิษฐกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้และอุปนายกสมาคมโร
รถบัสชมเมือง สัญชาติไทย ได้บริษัทเบอร์หนึ่งโลกร่วมทุน ดูดนักเดินทางทั่วโลกด้วยเทรนด์ท่องเที่ยวแนวใหม่ นายกฤษณ์ วิทยสัมฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเลเฟ่นท์ โกโก จำกัด เปิดเผยว่า Elephant Bus Tours ถือเป็นผู้บุกเบิกบริการรถบัสชมเมืองครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยเปิดเส้นทางแรกคือกรุงเทพมหานคร ที่ถือเป็นหนึ่งในเมืองหลวงชั้นนำและเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งเราถือเป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวแนวใหม่แบบ Hop-On Hop-Off ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยรถบัส 2 ชั้นเปิดประทุน มีทั้งโซนติดแอร์และโซนโอเพ่นแอร์เปิดประทุน โดดเด่นด้วยเส้นทางเดินรถที่ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ย่านช้อปปิ้งชื่อดัง และย่านของกินขึ้นชื่อ พร้อมด้วยการบรรยายข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวตลอดเส้นทางที่มีให้เลือกถึง 7 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย, ภาษาจีน, ภาษาเกาหลี, ภาษาอังกฤษ, ภาษาเยอรมัน, ภาษาฝรั่งเศส และภาษาสเปน ที่มาพร้อมเทคโนโลยี GPS ที่ช่วยให้เสียงบรรยา
เปิดไอเดียต่อยอด สร้างโอกาสธุรกิจ มัดใจนักท่องเที่ยว รับเทรนด์เที่ยวบูม ด้วยอานิสงส์จากการท่องเที่ยวฟื้นตัว และกลับมาคึกคักในช่วงเวลานี้ รวมถึงเทรนด์จากสื่อละครของบ้านเรา ที่มีอิทธิพลทำให้ นักท่องเที่ยว ต่างโหยหาการพักผ่อนจากการเดินทางเพื่อเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ และตามรอยอาหารชื่อดังที่มีชื่อเสียง จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ SMEs หรือผู้ประกอบการรายใหม่หลายๆ ท่าน จะหันมาลงเล่นในธุรกิจสินค้าและบริการในกลุ่ม 5F ซึ่งได้แก่ Food, Festival, Film, Fight และ Fashion เว็บไซต์ Bangkok Bank SME เผย 4 ไอเดียธุรกิจ ที่อาจช่วยให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้านำไปต่อยอด พัฒนาสินค้าและบริการให้โดนใจนักท่องเที่ยวรับเทรนด์ท่องเที่ยวบูมในปีนี้ มาแนะนำ ดังนี้ 1. ธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่ม พูดถึง อาหารไทย ใครๆ ก็ยอมรับว่าขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนมีหลายเมนูที่โด่งดัง และเป็นที่รู้จักทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย นับเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการเดินทางมาเยือนไทยของชาวต่างชาติ ไม่เว้นแม้แต่คนไทยด้วยกันเอง ที่ชอบแสวงหาร้านเด็ด ร้านดัง มา Up ภาพอวดกันจนติดเทรนด์บนโซเชียลมีเดียให้เห็นกันอยู่ทุกวัน โดยเฉพาะอาหารประจำถิ่น ที่หารับประทานได้ยาก
ท่องเที่ยว สายมู จากศรัทธาแรงกล้า สู่ การสร้างรายได้ อย่างไม่รู้จบ เมื่อเร็วๆ นี้ ทีมงานด้านเศรษฐกิจของพรรคชาติพัฒนากล้า นำโดย คุณวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค ได้เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวสายมู ณ วัดโบสถ์ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี, วัดไชยวัฒนาราม และอุทยานหลวงปู่ทวด จ.พระนครศรีอยุธยา โดยวัดโบสถ์ นั้น มีการสร้างหลวงพ่อโต องค์ใหญ่ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา มี คุณวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ ที่ปรึกษาพรรค เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ ดำเนินการจัดสร้างเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว ทำให้จากวัดเล็กๆ ขยายเติบโตเป็นวัดขนาดใหญ่ ที่ประชาชนจากทั่วประเทศ เข้ามาสักการะไม่ขาดสาย สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ที่นำของมาจำหน่าย สร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในชุมชน ส่วนที่ วัดไชยวัฒนาราม ก็นับเป็นแลนด์มาร์กสำหรับแหล่งเช็กอินของชาวไทยและต่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับร้านค้า เช่าชุดไทย ที่นักท่องเที่ยวนิยมใส่ถ่ายรูปกันอย่างเนืองแน่นโดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ และที่ อุทยาน หลวงปู่ทวด ซึ่งคุณวัชรพงศ์ได้จัดสร้างขึ้นมาใหม่ จากพื้นที่นาโล่งๆ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ที่สร้างรายได้ให้กับร้านค้าชุมชนในพื้นที่ต่อเดือนตั้ง
