ผัดไทย
วันที่ 24 ต.ค. เพจกลุ่มปิดซึ่งมีสมาชิก 2.3 แสนแอคเคาต์ อย่าง INTO THE BORDERLAND โพสต์ภาพของ Rosé หนึ่งในสมาชิกวงแบล็กพิงค์ ขณะกำลังถือจานผัดไทยและแก้วชาเย็นตราชาตรามือ ในบรรยากาศที่ดูเหมือนเบื้องหลังเวทีคอนเสิร์ต พร้อมระบุ “เมนูคอนฯ ที่ไทยวันแรก โรเซ่ขอเสนอเมนูผัดไทย + ชาตรามือเมนูชาเย็นจ้า” อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบ ไม่พบว่าภาพดังกล่าวมาจากโพสต์อย่างเป็นทางการของ Rosé หรือ YG Entertainment แต่เป็นภาพที่แฟนคลับถ่ายจากจอระหว่างคอนเสิร์ตวันแรก BORN PINK World Tour in Bangkok แล้วแชร์ต่อในเพจแฟนคลับหลายแห่ง โดยแฟนบรรดาแฟนเพจตีความว่าเป็น “เมนูที่เธอเลือกหรือเสนอ” จนกลายเป็นไวรัลในหมู่แฟนคลับ ถามว่า เหตุใดศิลปินระดับโลก จึงเลือกชิมและโชว์ “ผัดไทย” และ “ชาตรามือ” หลายคนคงเห็นพ้องกันว่า “ผัดไทย” นั้น เป็นอาหารที่โดดเด่นในรสชาติแบบไทยแท้ เปรี้ยว หวาน เค็ม กลมกล่อมในจานเดียว เป็นเมนูที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติรู้จักกันดี ส่วน “ชาตรามือ” ก็ถือเป็นสัญลักษณ์ของความหอมหวานแบบไทย ที่เวลานี้ใครได้ลองก็ต้องหลงรัก ต่อคิวกันยาวเหยียดแทบทุกสาขา นอกจากนี้ หลายคนอาจตีความว่า การเลือกทั้ง 2
เมื่อเวลา 16.00–17.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม ที่ มิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ภายในงาน Food Carnival “อร่อยเอาเรื่อง” เทศกาลอาหารแห่งปี ซึ่งจัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และสื่อเครือมติชน ได้มีการสาธิตการปรุงเมนู “ผัดไทยในยุคหลัง 2475” โดย เชฟแมน–สราวุธ เนียรวิฑูรย์ เชฟผู้คร่ำหวอดในเวทีแข่งขันระดับประเทศ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์สาขาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต เชฟแมน กล่าวว่า “ผัดไทย” ถือเป็นเมนูคู่บ้านคู่เมืองที่สะท้อนบริบทสังคมไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ในยุคนั้น รัฐสนับสนุนให้คนไทยประกอบอาชีพด้วยการขายก๋วยเตี๋ยว ใช้วัตถุดิบง่ายๆ เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว เต้าหู้ กุ้งแห้ง ซีอิ๊ว และซอสมะขาม ซึ่งหาได้ไม่ยาก ราคาย่อมเยา และสอดแทรกโปรตีนจากทั้งสัตว์และพืช เมื่อกาลเวลาผ่านไป รสชาติผัดไทยปรับเปลี่ยนไปตามภูมิภาค บ้างหวานนำ บ้างเปรี้ยวหรือเค็ม แต่แก่นสำคัญยังคงอยู่ ขณะเดียวกันแนวคิด “การเพิ่มมูลค่า” ก็เข้ามามีบทบาท ไม่ว่าจะเปลี่ยนจากกุ้งแห้งตัวเล็กเป็นกุ้งแม่น้ำเผา หรือแม้แต่ยกระดับถึงล็อบสเตอร์ รวมถึงการเลือกใช้เต้าหู้ออร์แกนิก ถั่วงอกเด็ดหัวเด็ดหาง แล
“ผัดไทย” อาหารจานเดียวที่เป็นภาพจำของไทยในสายตาชาวโลก แท้จริงแล้วไม่ได้มีรากเหง้าเก่าแก่ตั้งแต่โบราณ แต่ถือกำเนิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 โดยรัฐบาลในยุคนั้น ต้องการส่งเสริมการบริโภคก๋วยเตี๋ยว และมีการต่อยอดให้เป็นอาหารที่มีความเป็นไทย สอดคล้องกับแนวคิดการสร้างชาติในช่วงเวลานั้น แต่กว่าผัดไทยจะมาอยู่ในจุดที่เป็น “เมนูแห่งชาติ” อย่างทุกวันนี้ ก็ผ่านการปรับเปลี่ยน ดัดแปลง และเพิ่มมูลค่ามาโดยตลอด โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร อย่าง เชฟแมน-สราวุธ เนียนวิฑูรย์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร วิทยาลัยท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้มุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า “การตีความผัดไทย ไม่เคยหยุดนิ่ง ตั้งแต่การผัดแบบจีนที่ดัดแปลงด้วยรสเปรี้ยว หวาน เค็ม จนได้อาหารที่ลงตัว และถูกเรียกชื่อว่า ผัดไทย อันกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผสมผสานที่เรียบง่าย แต่โดนใจผู้คน” เชฟแมน เริ่มต้นกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนบอกต่อว่า สำหรับ “การเพิ่มมูลค่า” ผัดไทย สามารถทำได้หลายทาง หนึ่ง การเลือกสรรวัตถุดิบ เช่น ทั่วไปอาจใช้กุ้งแห้งเป็นพื้นฐาน แต่ถ้าอยากยกระดับ สามารถเปลี
บอกละเอียด “ซอสผัดไทยสร้างอาชีพ” ทำง่าย ใช้ได้จริง ทำขายรับรองปัง เป็นอีกหนึ่งเมนูที่คนเถียงกันเยอะว่า ชื่อนี้มี ย.ยักษ์ ตามท้ายด้วยหรือไม่ เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่า มานี่ค้าาา เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาบอกให้ เมนูที่ว่านี้คือ ผัดไทย วิธีการจำง่ายๆ ผัดไทย เป็นของไทย ฉะนั้น คำว่า ไทย ใช้คำเดียวกัน แต่ๆๆๆ วันนี้ไม่ได้มาบอกแค่วิธีการจำชื่อเมนูเท่านั้น แต่จะมาบอกสูตรน้ำซอสผัดไทย ที่บอกได้เลยว่า จะทำไว้กินเอง หรือจะเอาไปทำขาย ได้ทั้งนั้น วัตถุดิบหาง่าย วิธีทำก็ไม่ยุ่งยาก มีขั้นตอนอะไรบ้าง ไปดูกันเลย ส่วนผสม ซอสผัดไทย หอมแดงซอย 100 กรัม น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง (สำหรับเจียวหอม) พริกชี้ฟ้าแห้งแกะเมล็ดออก 6-7 เม็ด น้ำเปล่า 240 กรัม (สำหรับแช่และปั่นพริก) น้ำตาลมะพร้าว 450 กรัม น้ำมะขามเปียกคั้นข้น 240 กรัม น้ำปลา 80 กรัม ผงชูรส 1/2 ช้อนชา (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) วิธีทำ ซอสผัดไทย ตั้งกระทะใส่น้ำมัน เปิดไฟกลางไปทางอ่อน จากนั้นใส่หอมแดงลงไป เจียวจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นกรองน้ำมันออก แล้วพักไว้ นำพริกชี้ฟ้ามาปั่นให้ละเอียด โดยเทลงไปทั้งน้ำและพริก นำพริกที่ปั่นเทใส่กระทะที่จะใช้เคี่ยวซอส เปิดแก๊สใช้ไฟกลางค่อนอ
“เราอยากสร้างเมนูที่มีชื่อประเทศห้อยท้าย ให้กลับมาอยู่ในใจคนไทยอีกครั้ง” คือหัวใจสำคัญของการเปิดร้าน ‘เทพผัดไทย’ ธุรกิจน้องใหม่ในเครือ Aroi Mark ผู้ปลุกปั้นร้านกะเพรา ‘เผ็ดมาร์ค’ จนกลายเป็นร้านชื่อดัง ที่ใครหลายคนอยากลิ้มรสชาติดูสักครั้ง และคราวนี้ ‘เทพ-พงศ์เทพ อนุรัตน์’ หนึ่งในผู้ก่อตั้งเครือ Aroi Mark ได้ร่วมกับร้าน ‘คั่วกลิ้ง ผักสด’ ปั้นเมนูผัดไทยด้วยความตั้งใจพัฒนาสูตรมานานเกือบ 1 ปี ตั้งแต่การตระเวนชิม การคัดสรรวัตถุดิบ ตลอดจนการสร้างแบรนดิ้ง ที่ใช้โทนสีแดง สีน้ำเงินของธงชาติไทย พร้อมเทวดาถือผัดไทย โดดเด่นอยู่หน้าร้าน ทำให้รับรู้ได้ทันทีว่านี่คือ ‘เทพผัดไทย’ จุดเริ่มต้นของร้านเทพผัดไทย กว่าจะเป็นเทพผัดไทย ร้านในซอยสุขุมวิท 28 คุณเทพ เล่าให้ฟังตั้งแต่การเลือกเมนู ว่าทำไมต้องเป็น ‘ผัดไทย’ “เราอยากทำร้านเมนูเดียวให้มันอร่อย และผัดไทยเป็นอาหารที่คนต่างชาติรู้จักทุกคน รู้จักเยอะที่สุด แต่ถามว่า มาเมืองไทย ต้องกินร้านไหน ในใจเราก็ยังรู้สึกว่า มันยังไปได้อีก ยังไม่ได้เป็นแบบที่เราชอบ เลยขอทำร้านเล็กๆ ในแบบที่เราชอบ รสชาติที่เราชอบให้คนได้กิน เราคือ Aroi Mark บริษัทที่ตั้งใจท
จากร้านกะเพราเผ็ดมาร์ค สู่ ร้าน ‘เทพผัดไทย’ ร้านน้องใหม่ในเครือ Aroi Mark ที่ร่วมทำกับ ‘ร้านคั่วกลิ้ง ผักสด’ ไม่ใช่ผัดไทยสูตรโบราณ ไม่ใช่ผัดไทยออริจินอล แต่เป็น ‘ผัดไทยไฮบริด’ โดย ‘คุณเทพ-พงศ์เทพ อนุรัตน์’ หนึ่งในหุ้นส่วนร้าน บอกว่า พวกเขาใช้เวลาพัฒนาสูตรนานเกือบปี ตั้งแต่การตระเวนชิม การคัดสรรวัตถุดิบ อย่าง เส้น เต้าหู้ กุ้งแห้ง หรือ พริก ที่เป็นกิมมิกของเมนูนี้ เพราะมีความเผ็ดให้เลือกถึง 4 ระดับ หอมกลิ่นสโมก โปะไข่ไก่ดาวเยิ้มๆ แบบไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน ซึ่งทั้งหมดนี้ เกิดจากความตั้งใจ อยากทำเมนูที่ถูกลืม เมนูที่คนไม่ค่อยนึกถึง ให้กลับมาอยู่ในใจคนไทยอีกครั้ง
อุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียส และ 35 องศาเซลเซียส คืออุณหภูมิของเมืองฮาร์บินและกรุงเทพฯ ในเดือนพฤษภาคม และกว่า 4,000 กิโลเมตร คือระยะห่างของการบินระหว่าง 2 เมืองดังกล่าว ทว่าความแตกต่างทางอุณหภูมิและความห่างไกลนับพันกิโลเมตรนี้ไม่ได้หยุดยั้งความนิยมชมชอบ “อาหารไทย” ในเมืองแห่งน้ำแข็งอย่างฮาร์บินในมณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน บูธแสดงสินค้าไทย ณ งานแสดงสินค้าทางเศรษฐกิจและการค้านานาชาติฮาร์บิน ครั้งที่ 34 ได้ต้อนรับผู้คนมากหน้าหลายตาเข้าเยี่ยมชมตั้งแต่เปิดต้อนรับสาธารณชนเมื่อวันอาทิตย์ (18 พ.ค.) โดยมีกลิ่นหอมอบอวลของข้าวหอมมะลิ กอปรกับเมนูผัดไทยและข้าวเหนียวมะม่วงจากฝีมือเชฟ “จิ้งตง” คอยดึงดูดความสนใจ ซึ่งอาหารไทยนั้นถือเป็นดาวเด่นอีกดวงหนึ่งนับตั้งแต่ไทยเข้าร่วมงานนี้ครั้งแรกในปี 2009 จิ้งตง วัย 30 ปีกว่า ซึ่งเป็นเชฟอาหารไทยมานาน 16 ปีแล้ว ปัจจุบันประจำอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่มีลูกค้าในช่วงสุดสัปดาห์เฉลี่ย 200-300 โต๊ะต่อวัน เผยว่า สิ่งสำคัญคือการสร้างสมดุลของรสชาติอาหารจากเมืองร้อนกับคนกินที่อยู่เมืองหนาว ส่วนสิ่งที่ยากที่สุดในการเอาชนะใจคนฮาร์บินคื
“Phenix” ฉลองกรุงเทพฯ ทำผัดไทยมากที่สุดในโลก 242 กระทะ ดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยไกลก้องโลก วันที่ 26 มิถุนายน 2567 บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดตัวโครงการ Phenix (ฟีนิกซ์) แหล่งรวมอาหารและสุดยอดความอร่อยใจกลางเมือง บนพื้นที่ยุทธศาสตร์ย่านประตูน้ำ กระตุ้นการท่องเที่ยวให้กับกรุงเทพฯ กับ การรังสรรค์เมนูผัดไทยมากที่สุดในโลก 242 กระทะ ในโอกาสสมโภชกรุงเทพฯ 242 ปี ตอกย้ำเมนูซอฟต์พาวเวอร์ของไทยที่ดังไกลระดับโลก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพฯ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญที่นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวเลือกเดินทางเข้ามาลงทุนหรือเดินทางท่องเที่ยว โดยแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเยือนกรุงเทพมหานครกว่าปีละ 25 ล้านคน ด้วยความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยว รวมไปถึงอาหารไทยที่มีให้เลือกสรรจำนวนมาก โดยเฉพาะที่โครงการ Phenix ซึ่งถือเป็นแหล่งรวมสุดยอดความอร่อยและศูนย์กลางด้านอาหารครบวงจรระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ ถือเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของนักชิม ที่ได้รวบรวมความสนุก ความอร่อย จากร้านอาหารสตรีตฟู้ดชื่อดังในกรุงเทพฯ รวมถึงวัตถุดิบด้านอาหารหลากหลา
ผัดไทย เมนูแสนเกลียดแต่สร้างชื่อ! ผัดไทยไฟทะลุ ร้านดังเชฟมิชลินสตาร์ 6 ปี ขยาย 7 สาขา จากมหานครนิวยอร์กสู่ไทยแลนด์ เส้นทางชีวิตของ เชฟแอนดี้-รัชภาส ยังเอกกุล คนไทยคนแรกที่คว้าดาวมิชลิน 1 ดาว มาครองจาก ร้านโรงเตี๊ยม เชฟมิชลินสตาร์ผู้ผ่านการทำงานในครัว ตั้งแต่เด็กกวาดพื้น ล้างจาน หั่นผัก ก่อนนำประสบการณ์ทั้งหมดมาต่อยอดเปิดร้านอาหาร มีเจ๊งบ้างและสำเร็จตามความตั้งใจ จากนั้นเดินทางกลับเมืองไทยมาเปิดร้านผัดไทย เมนูแสนเกลียดแต่สร้างชื่อให้ร้าน “ผัดไทยไฟทะลุ” ในเวลา 6 ปี สามารถเปิดให้บริการได้มากถึง 7 สาขา งานครัวจุดเริ่มต้นของ เชฟแอนดี้ เชฟแอนดี้ เล่าให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ฟังว่า เพราะไม่มีเงิน เป็นเหตุผลให้เขาต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยในร้านอาหารที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ กวาดพื้น เด็กเสิร์ฟ หั่นผัก ล้างจาน ทำครัวเย็นครัวร้อน จนซึมซับความชอบในการปรุงอาหารมาเรื่อยๆ “งานครัวเป็นอาชีพเดียวที่ไม่สนใจว่าคุณจะทำอะไรมาก่อน ไม่ต้องรวย ไม่ต้องหน้าตาดี ไม่ต้องมีเส้น แต่สามารถเริ่มจากศูนย์ไปถึงดาวได้ด้วยความใส่ใจ ความขยัน และเมื่อทำไปเรื่อยๆ จะเกิดความเคยชินและความชำนาญ
ยุค จอมพล ป. ผัดไทย ไม่ใช่อาหารสร้างชาติ แต่เป็นวิวัฒนาการของสังคม ผัดไทย เป็นเมนูที่ง่ายเพียงแค่น้ำซอสสามรส จาก มะขามเปียก น้ำตาล น้ำปลา เคี่ยวให้ข้นเป็นเนื้อเดียวกัน ผัดใส่เส้นจันท์ ตามด้วยไข่ กุ้ง หรือเนื้อสัตว์อื่นๆ ตามใจชอบ ถึงกระนั้นหลายคนก็มองว่า ผัดไทย เป็นเมนูสร้างชาติไทยในช่วงสมัยของ จอมพล ป. เอาเข้าจริงมีหลายข้อสันนิษฐานเล่าไปต่างๆ นานาว่า อาจมีส่วนในช่วงรณรงค์บริโภคก๋วยเตี๋ยว แต่ไม่มีหลักฐานไหนเลยที่ปรากฏว่าผัดไทยเป็นเมนูสร้างชาติ แม้แต่ตัวทายาทจริงๆ ของจอมพล ป. ก็ปฏิเสธว่าเห็นมานาน ในเรื่อง “ผัดไทย” ไม่ใช่นวัตกรรม จอมพล ป. ที่ กฤช เหลือลมัย ได้เขียนไว้อย่างละเอียดใน ศิลปวัฒนธรรม ได้บอกที่มาที่ไปของเมนูผัดไทยนี้ไว้หลายมุมมอง สิ่งที่น่าสนใจเด่นๆ นั่นคือผัดไทยไม่ใช่ไทยแท้ ทั้งในมุมมองจากเรื่องท้องถิ่น ประวัติศาสตร์เส้นก๋วยเตี๋ยวที่มาจากจีน และจากปากของทายาทจอมพล ป. “เมื่อได้ไถ่ถาม อาจารย์ณัฐพล ใจจริง ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่ อาจารย์กรุณาเล่าว่า เคยคุยเรื่องนี้กับทายาท จอมพล ป. และได้รับคำตอบปฏิเสธ ว่าผัดไทยไม่เกี่ยวอะไรกับท่านจอมพลเลย แถมยังบอกว่าพวก
