ผ้าไทย
ถ้าพูดถึง “ผ้าไทย” ภาพจำของใครหลายคนอาจจะนึกถึงความโบราณ ความเป็นผู้ใหญ่ หรือเสื้อผ้าที่ต้องใส่เฉพาะงานพิธีการเท่านั้น แต่ในยุคนี้ กระแสผ้าไทยกำลังถูกเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเมื่อศิลปิน T-Pop และกลุ่ม Gen Z เริ่มหยิบผ้าไทยมามิกซ์แอนด์แมตช์จนกลายเป็นแฟชั่นสุดยูนีค หนึ่งในแบรนด์ที่อยู่เบื้องหลังความปังและขับเคลื่อนกระแสนี้มาตลอด 7-8 ปีคือ “Kotcher” (คชเชอร์) แบรนด์ผ้าไทยร่วมสมัยฝีมือ คุณอาย-กชกร สาระกุมาร สาวสารคาม ที่ตัดสินใจสืบสาน “รากเหง้าวัฒนธรรม” ของตัวเอง นำผ้าทอมือมาประยุกต์ จนสร้างแบรนด์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และช่วยชุมชนไปพร้อมๆ กัน จุดเริ่มต้นจากบ้านเกิด คุณอายเล่าว่า ตอนเด็กๆ เธอมีความฝันอยากเป็นดีไซเนอร์ บวกกับตอนเรียนด้านออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีโอกาสทำเกี่ยวกับแฟชั่น งานผ้า จึงคิดว่าจะทำธุรกิจที่เกี่ยวกับ รากวัฒนธรรม รอบตัวเธอเต็มไปด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรม ทั้งคุณแม่ที่เป็นครูนาฏศิลป์ที่รู้เกี่ยวกับการแต่งตัวแบบไทย และคุณยายที่เป็นช่างทอผ้าไหม “เราคิดว่าจะทำแบรนด์เสื้อผ้าแบบไหนดี ชั่งน้ำหนักดูระหว่างแฟชั่นทั่วไปกับสิ่งที่เรามีคือเรื่องข
บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดโครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” ครั้งที่ 55 ภายใต้ธีม “ผู้นำซอฟต์พาวเวอร์ไทย ร้อยใจเพื่อแผ่นดิน” นำคณะผู้เข้าร่วม “นุ่งซิ่น กินทุเรียน” พร้อมเรียนรู้คุณค่าแห่งผ้าซิ่นตีนจก ไท-ยวน ลับแล และวิถีชีวิตชุมชน พร้อมทั้งสืบสานแนวทางศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เนื่องในโอกาสมหามงคลเดือนสิงหาคม อันเป็นเดือนแห่งวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงในการฟื้นฟูและส่งเสริม “ผ้าไทย” ให้เป็นเอกลักษณ์ที่ทั่วโลกยอมรับในฐานะ Soft Power ของชาติ การจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นการเชื่อมโยงศาสตร์พระราชาเข้ากับการสืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และสร้างความตระหนักถึงพลังของภูมิปัญญาไทยที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ไฮไลต์หลักของการจัดโครงการในครั้งนี้ อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจก ไท-ยวน ลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาการทอผ้าพื้นเมืองที่สืบทอดมากว่าร้อยปี รวบรวมผ้าซิ่นโบราณล้ำค่าและเรื่องราวการสร้างสรรค์ลวดลายอันประณีต สะท้อนเอก
ผู้ประกอบการ สุดเสียดาย วงการผ้าไทย ผู้รู้มากมาย ไม่ได้โอกาสแสดงออก จากกรณีเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีชุดผ้าไหมของทัพนักกีฬาไทย ที่ถูกออกแบบมาไม่เหมาะสมที่จะนำไปใช้ในพิธีเปิดโอลิมปิกเกมส์ จนทำให้ล่าสุดได้เปลี่ยนมาสวมแจ๊กเก็ตสีน้ำเงินของแบรนด์ Grand Sport ในพิธีเปิดที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้แทน ดร.ชญณา ศิริภิรมย์ เจ้าของแบรนด์ผ้าไหมชื่อดัง Chayanna กล่าวว่า ในฐานะคนทำผ้าไหม มองว่าวิกฤตนี้ ในอีกมุมเราเห็นสัญญาณที่ดี ที่คนไทยตื่นตัวรักความเป็นไทย สนใจและมีภาพความหวังว่า ชุดผ้าไหมจะต้องสวยมีสไตล์ อวดชาวโลกในงานสำคัญ นี่คือจุดเปลี่ยนภาพจำผ้าไหมแบบเดิม ที่ใช้เพียงงานทางการ เป็นการใช้ในวงการธุรกิจ ในชีวิตประจำที่มีสไตล์มากขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางของแบรนด์ Chayanna ที่ศิลปินชั้นครูย้ำกับเราเสมอว่า ให้เราคำนึงถึงความสุขของผู้สวมใส่เป็นอันดับแรก สอดรับกับภาครัฐ ที่กระตุ้นเรื่อง Soft Power ประกอบกับกระแสของประชาชนที่มีความหวังและเฝ้ามองการทำงานของรัฐบาล ดังนั้น จึงควรใส่ใจและเข้าใจความรู้สึก ความคาดหวังของประชาชนคนไทย เมื่อเป้าหมายของการทำชุดไทยให้กีฬาไทยชัดเจนว่าคุณทำเพื่ออะไร วิธีการก็จะต
เปิดเวทีเสวนา มุมมองนักออกแบบ ดีไซเนอร์ กับการพัฒนาผ้าไทย-งานหัตถศิลป์ จากภูมิปัญญาไทย สู่ การสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน กว่า 3 ปีที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ขับเคลื่อนโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนอย่างยั่งยืน ก่อเกิดการพัฒนาผ้าไทยอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในมิติของ การพัฒนาลายผ้าให้ทันสมัย การประกวดผ้าลายพระราชทาน การพัฒนากระบวนการผลิตที่เน้น Sustainable Fashion ย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ การพัฒนาและควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานโลก รวมไปถึงการผนึกกำลังกับนักออกแบบ ดีไซเนอร์ ผู้เชี่ยวชาญผ้าไทย และบุคคลในวงการแฟชั่น ร่วมลงพื้นที่ เพื่อโค้ชชิ่งช่างทอและช่างหัตถศิลป์ให้สามารถก้าวทันเทรนด์ และพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด โดยล่าสุดจัดงาน Silk Festival 2023 Silk Success Sustainability ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 3 ธันวาคม 2566 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6-7 เมืองทองธานี โดยภายในงานนอกจากจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 36 พรรษา
สวมวิญญาณนักขาย! พิธา เปิดโพสต์รับฝากร้าน หลังจุดกระแสผ้าพื้นเมืองจนฮิต กลายเป็นปรากฏการณ์ พิธา ซอฟต์พาวเวอร์ เมื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล สวมใส่เสื้อผ้าพื้นเมืองของแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยที่ได้ไปหาเสียงก่อนช่วงวันเลือกตั้ง โดยเมื่อ 2 วันก่อน นายพิธา ได้โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Pita Limjaroenrat-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซึ่งเป็นโพสต์ที่รวบรวมภาพของตัวเองเมื่อครั้งสวมใส่เสื้อผ้าพื้นเมือง พร้อมระบุแคปชั่นว่า “มาครับ ผ้าพื้นเมืองของดีของเด็ดจากแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทย ใครตอบได้บ้างว่าผ้าอะไรมาจากที่ไหนบ้าง?!? ส่วนใครมีร้านฝากร้านได้เลยใต้โพสต์ ขอให้ขายดิบขายดีกันทุกคนน้า” จากโพสต์ดังกล่าว มีผู้คนเข้ามากดไลก์จำนวนมาก อีกทั้งยังคอมเมนต์ด้วยความชื่นชม และตามด้วยอิโมจิรูปหัวใจส้ม รูปส้ม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สะท้อนถึงพรรคก้าวไกล
ผ้าไทย ใส่ดีไซน์คนรุ่นใหม่ เข้าถึงคนเมืองมากขึ้น แบรนด์ “ทอตะวัน” ดร.เริงศักดิ์ แก้วเพ็ชร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาสังคมศิลปวัฒนธรรมและสิทธิประโยชน์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า แบรนด์ทอตะวัน เกิดขึ้นจากพันธกิจหลักของมหาวิทยาลัยรังสิต คือ มหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน เพื่อสังคม สร้างสังคมแห่งการให้และการแบ่งปัน โดยสถาบันศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาสังคม ได้ดำเนินการจัดโครงการซึ่งเป็นความร่วมมือทางด้านวิชาการ กิจกรรม และศิลปวัฒนธรรม กับภาคีเครือข่ายชุมชน ในจังหวัดทั้ง 4 ภาคของประเทศไทยมาโดยตลอด ได้แก่ ภาคกลาง คือ จังหวัดปทุมธานี ภาคอีสาน คือ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ภาคเหนือ คือ เทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน ภาคใต้ คือ ตำบลเขาเต่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเทศบาลตำบลลำสินธุ์ จังหวัดพัทลุง ทั้งหมดนี้เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนชุมชนให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านศิลปวัฒนธรรม จึงได้เกิดการร่วมสนับสนุน ส่งเสริมกลุ่มทอผ้าทั่วประเทศไทย ผ่านการนำมาแปรรูปเป็นผ้าขาวม้า ผ้าฝ้าย ผ้าไหมทอมือ ที่มาจากชุมชน ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จากผ้าผ่านรูปแบบต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าและเพิ่มโอกาสด้านการจัดจำหน่ายให้
ท่านผู้หญิงสิริกิติยา สืบสานพระราชปณิธาน “พระพันปีหลวง” ท่านผู้หญิงสิริกิติยาสืบสาน – ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์กามหาชน) หรือ SACICT จัดนิทรรศการ “หัตถกรรมแห่งบรรพชนไทย ใต้ร่มพระบารมี” แสดงผลงานหัตถศิลป์ชั้นสูงหลากหลายแขนง นับตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยามาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ กว่า 500 ชิ้น ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชิงสะพานผ่านฟ้าฯ โดยมีท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ร่วมเปิดงาน ท่านผู้หญิงสิริกิติยา สง่างามในชุดผ้าไหมมัดหมี่สีฟ้าของมูลนิธิ ส่งเสริมศิลปาชีพฯ และส่งยิ้มให้ผู้ร่วมงานอย่างเป็นกันเอง โดยสนใจงานหัตถศิลป์ล้ำค่าหายาก ผลงานเชิงช่างชั้นสูงในหลายยุคสมัยของไทย มีทั้งประเภทงานที่สูญหายไปแล้วหรือใกล้สูญหาย พร้อมซักถามอย่างลึกซึ้ง อีกทั้งได้พบปะกับครู และทายาทผู้ทำงานศิลปหัตถกรรม โดยให้กำลังใจที่จะร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในงานด้านศิลปาชีพ นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (
“MUTTA” ห้องเสื้อแพรวาไทย สวย-แพง โดนใจ เตรียมดังไกลต่างแดน แพรวา หรือ ผ้าไหมแพรวา เป็นผ้าทอมืออันเป็นเอกลักษณ์ของชาวผู้ไทยหรือภูไท ซึ่งเป็นชนกลุ่มหนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดในบริเวณแคว้นสิบสองจุไทย ภูมิปัญญาในการทอผ้าของชาวภูไท เป็นมรดกทางความคิดที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ และมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเก็บลายจากการเก็บขิด และการจกที่มีลวดลายโดดเด่น ทอด้วยไหมทั้งผืน มีสีสัน ลวดลายที่หลากหลาย นับเป็นผ้าไทยอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมสูงในหมู่ผู้นิยมผ้าไทย ทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะผ้าจาก บ้านโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการทอผ้าไหมแพรวาที่งดงามและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ คุณเล็ก – กุลทรัพย์ เมธีไตรพัฒน์ เจ้าของห้องเสื้อแบรนด์ “MUTTA” (มุตตา) วัย 55 ปี ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับผ้าไหมแพรวาเช่นกัน โดยเธอเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า เดิมก่อนจะหันมาจับธุรกิจผ้าไทย เธอเคยทำงานเกี่ยวกับการออกแบบและผลิตมือถือในบริษัทฮ่องกงแห่งหนึ่ง ที่มีฐานการผลิตอยู่ที่ประเทศจีน จนเมื่อ 3 ปีก่อน เธอ
ปัจจุบันผ้าไหมไทย และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อย่างการเลี้ยงไหม ปลูกหม่อม หรือใยไหม สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล สร้างมูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท ซึ่งคนทั่วโลกให้การยอมรับผ้าไหมไทย โดยตลาดผ้าไหมได้ขยายไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกา แคนาดา รวมถึงแอฟริกาใต้ด้วย ที่ให้ความสนใจในความงดงาม ประณีตของผ้าไหมไทย โดยนำเอาผ้าไหมไทย ไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า กระทั่งนำไปแปรรูปเป็นของตกแต่ง และทำผ้าม่าน ตกแต่งภายในบ้านอีกด้วย คุณสุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า “กรมหม่อมไหม จัดงาน “มหัศจรรย์แห่งไหมไทย” เพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงพระราชทานตรานกยูงให้กรมหม่อนไหมใช้เป็นเครื่องรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทยให้เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ อีกทั้งสืบสานอาชีพด้านหม่อนไหมให้คงอยู่ในสังคมไทยตลอดไป ตามพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ งานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคมนี้ ณ ลานไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ส
