สงครามตะวันออกกลาง
คุณสุรนาม พานิชการ เจ้าของแบรนด์น้ำเต้าหู้ Tofusan (โทฟุซัง) ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า “ช่วงนี้ผมอยากเล่าอะไรบางอย่างให้ฟังครับ ผมคิดว่าหลายคนอาจจะยังไม่ได้รู้สึกถึงผลกระทบของสงครามแบบเต็มๆ นอกจากเรื่องราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ซึ่งก็ทำให้หลายคนเริ่มกังวล แต่ในภาพรวมหลายคนอาจจะยังรู้สึกว่า สถานการณ์คงยังพอประคองได้ แต่ความจริงคือ ผลกระทบที่หนักกว่านั้นอาจกำลังจะตามมาอีกระลอกครับ อีกไม่นาน เราจะเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ Safety Stock ของวัตถุดิบในหลายอุตสาหกรรมเริ่มหมดลง และเมื่อถึงจุดนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจะเริ่มชัดขึ้นมาก ทั้งวัตถุดิบหลัก บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในระบบทั้งหมดของเราเองเริ่มเจอแล้วครับ โดยเฉพาะฝั่ง Packaging บางรายการเราเปิด PO ล่วงหน้าไว้ตั้งแต่ 3–4 เดือนก่อนสงครามจะเกิดขึ้น พูดง่ายๆ คือวางแผนและยืนยันความต้องการกันไปเรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้ายซัพพลายเออร์บางเจ้ากลับโทรมาบอกว่าตอนนี้ไม่มีเม็ดพลาสติกพอจะผลิตให้ ทั้งที่ตามปกติแล้ว เขาควรจะต้องจัดซื้อวัตถุดิบเตรียมไว้ล่วงหน้าตาม PO ที่รับไปแล้ว แต่สิ่งที่ได้ยินก็คือ ก่อนสงคราม หลายคนคาดว่าราคาเม็ดพลาสติกน่าจะลงอีก เลยไม่ได้ตุนของไว้ พอ
ท่ามกลางวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลางที่ดันให้ต้นทุนต่างๆ ดีดตัวสูงขึ้น ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงตามไปด้วยเช่นกัน แต่ในวิกฤตเรายังได้เห็นแบรนด์ต่างๆ ออกมาประกาศ “ตรึงราคาสินค้า” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้บริโภค แม้จะต้องแบกต้นทุนไว้เอง จะมีแบรนด์ไหนบ้างนั้น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รวบรวมมาให้แล้ว ศรีจันทร์ คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายศรีจันทร์ (SRICHAND) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามสัญชาติไทยที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 76 ปี และ ศศิ (sasi) ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ขอใช้พื้นที่ตรงนี้นิดหนึ่งครับ ช่วงนี้ต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ค่าขนส่ง ขึ้นกันแทบทุกตัว ผมเข้าใจดีว่าทุกคนรู้สึกกังวลถึงเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่ศรีจันทร์ตัดสินใจคือ เราจะตรึงราคาสินค้าทุกตัวไว้ก่อนครับ ไม่ใช่เพราะต้นทุนเราไม่ขึ้นนะครับ ขึ้นเหมือนกัน แต่เรากำลังทำงานหนักร่วมกับผู้ผลิต Supplier และ Partner ทุกราย เพื่อหาทางบริหารจัดการต้นทุนให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับ Efficiency ภายใน การเจรจาเงื่อนไขใหม่ หรือหาวิธีที่สร้างสรรค์กว่าเดิม ในเวลานี้เราขอเลือกรับ
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร้านสะดวกซื้อที่อยู่คู่ชุมชนและสังคม ขอเคียงข้างคนไทยในทุก ๆ สถานการณ์ ด้วยการส่งมอบรายการ “ร่วมด้วยช่วยค่าครองชีพ” เพื่อแบ่งเบาภาระลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ผ่านการผนึกกำลังคู่ค้า สินค้าของกิน ของใช้ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันมาลดราคามากกว่า 3,000 รายการ อาทิ สินค้าของใช้คู่บ้าน คู่ครัว เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ เครื่องปรุงต่างๆ ผงซักฟอก แชมพู ที่ต้องหาชื้อเข้าบ้านในทุก ๆ เดือน ให้ผู้บริโภคสามารถมาเลือกซื้อได้สะดวก ปัจจุบันเซเว่น อีเลฟเว่น ได้เปิดโซนใหม่พิเศษสำหรับสินค้าของใช้ในบ้านอย่างโซน ALL GROCER’S ไว้รองรับความต้องการที่หลากหลายโดยเฉพาะสินค้าไชส์ใหญ่ หรือยกแพ็ค ในราคาที่คุ้มค่ามาก ๆ เพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อของเข้าบ้านได้สะดวกง่ายๆ ใกล้ๆบ้าน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ผ่านรายการ “ฝากท้องที่เซเว่น” ที่ลดราคาสูงสุดถึง 50% และรายการ Meal Deal มื้อสนุกเลือกจับคู่ได้ตามใจ มามอบความคุ้มค่าในทุกมื้อไม่ว่าจะเป็นมื้อหลัก หรือทานเล่นระหว่างมื้อ พร้อมกันนี้ มีรายการโปรโมชั่นลดอย่างแรง ซื้อครบรับฟรีของ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ร่วมกันแถลงข่าว แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ครม.ให้ความเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ 7 เรื่อง คือ 1. เห็นชอบให้กระทรวงการคลัง กลับไปพิจารณาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต ว่าจะลดอย่างไรในระยะเวลาแค่ไหนตามความเหมาะสม 2. การดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยใช้กลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งครม.เห็นชอบว่าจะมึการเติมเงิน ที่ปกติการใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจะมีวงเงิน 300 บาทต่อเดือนต่อคน โดยจะเพิ่มให้อีก 100 บาทเท่ากับ 400 บาทต่อเดือนต่อคน โดยระหว่างที่เป็นรัฐบาลรักษาการจะใช้เพียง 1 เดือนก่อน เมื่อเป็นรัฐบาลทางการจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง 3. กลุ่มขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันทั้งกลุ่มรถบรรทุก และรถโดยสาร รวมถึงกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 4. การช่วยเหลือภาคเกษตรกร เบื้องต้นคิดว่าสิ่งที่จะกระทบเกษตรกรเร็วที่สุดคือเรื
จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ระดับราคาน้ำมันมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันทั้งดีเซลและกลุ่มเบนซินลิตรละ 6 บาท ซึ่งมีผลตั้งแต่เช้าวันนี้ (26 มี.ค.) การขึ้นราคาน้ำมันไม่ได้กระทบแค่ภาคพลังงาน แต่ยังลามไปถึงหลายธุรกิจที่ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น โดย “ศูนย์วิจัยกสิรไทย” ได้โพสต์ข้อมูลน่าสนใจ หากสงครามยังยืดเยื้อ ธุรกิจส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาพลังงาน การขนส่ง-ปุ๋ย และพลาสติกเป็นหลัก ต้นทุนสูงขึ้นกำลังกดดันผลประกอบการธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ในอุตสาหกรรมเหล่านี้กว่า 2 ล้านราย หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 61% ของจำนวน SMEs ทั้งหมด และเสี่ยงกระทบต่อเนื่องไปยังการจ้างงานแรงงานกว่า 7.1 ล้านราย กลุ่มที่น่าเป็นห่วงคือ SMEs ที่มี Gross Profit Margin ต่ำ เช่น เกษตร ประมง ค้าส่ง/ปลีก สิ่งทอ และพลาสติก ขณะเดียวกันหากย้อนไปดูข้อมูลของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่ามีสินค้า 6 กลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันและการขนส่ง ได้แก่ สินค้าเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยพื้นฐานต่อการใช้ชีวิตและระบบเศรษฐกิจ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได
จาก“สงครามตะวันออกกลาง” ที่ผลกระทบไปทั่วโลก ทำให้ “วิกฤตพลังงาน” กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกคนต้องหาทางรับมือ เพราะไทยเสี่ยงเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในเอเชีย จากสัดส่วนการนำเข้าพลังงานสุทธิสูงที่สุดเมื่อเทียบกับ GDP แม้ภาครัฐจะออกมาตรการประหยัดพลังงาน Work From Home แต่ประชนและผู้ประกอบการยังจำเป็นต้องดำเนินชีวิตและธุรกิจต่อไป การมองหา “พลังงานทางเลือก” จึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะการติดตั้ง Solar Rooftop (โซลาร์รูฟท็อป) หรือ โซลาร์เซลล์บนหลังคา ยิ่งเมื่อภาครัฐออกมาตรการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท ทำให้หลายครอบครัวเริ่มมองการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในมุมใหม่ ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีพลังงานทางเลือก แต่เป็นการลงทุนระยะยาวที่ช่วยลดค่าไฟได้จริง โดยหนึ่งในบริษัทที่กำลังถูกจับตามองท่ามกลางการแข่งขันของตลาดโซลาร์เซลล์ คือ “GEE Solar” ของผู้บริหารรุ่นใหม่ คุณพัณณ์ภัสร์ อายุวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท โกลบอล เอนเนอร์จี เอ็มไพร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถึงการขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ต้องการยกระดับธุรก
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานเพื่อรองรับสถานการณ์ความตึงเครียดจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า กรมการค้าภายในได้ติดตามเฝ้าระวังและกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มีโครงสร้างต้นทุนเชื่อมโยงกับราคาน้ำมันและวัตถุดิบนำเข้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน นายวิทยากร กล่าวต่อว่า “ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ (กกร.) ปี 2568 ปัจจุบันมีสินค้าควบคุมจำนวน 59 รายการ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยมาตรการที่ใช้กำกับดูแลราคาสินค้าจำเป็นที่มีผลกระทบต่อประชาชน โดยผู้ผลิตและผู้จำหน่ายต้องขออนุญาตมายังกรม และกรมจะพิจารณาโครงสร้างต้นทุนอย่างรอบด้านก่อนอนุญาตปรับราคาจำหน่ายได้ ทั้งนี้ในสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขออนุญาตปรับขึ้นราคาสินค้าเลยแต่อย่างใด และกรมยังได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าให้ตรึงราคา โดยจำหน่ายในราคาเดิม เพื่อลดภาระให้แก่พี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์คับขัน นายวิทยากร ยังกล่าวต่อว่า “ขณะเดียวกันกรมได้มีการประเมิน
พิษสงครามตะวันออกกลางพ่นพิษไปทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือวิกฤตขาดแคลนเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในหลายอุตสาหกรรม เช่น อาหารและเครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ และยานยนต์ เป็นต้น นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) กล่าวว่า “ตอนนี้สัญญาณการขาดแคลนเม็ดพลาสติกเริ่มชัดเจน จะเห็นได้จากบริษัทผลิตเม็ดพลาสติกในประเทศบางบริษัทได้ประกาศ Force Majeuer ไม่รับคำสั่งซื้อใหม่ เพราะพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ส่วนซัพพลายเออร์ต่างประเทศที่ผลิตเม็ดพลาสติกบางชนิดก็ชะลอรับคำสั่งซื้อใหม่ ส่วนในการที่จะหาแหล่งวัตถุดิบเม็ดพลาสติกจากประเทศอื่นใกล้เคียงน่าจะไม่สามารถทำได้ในระยะใกล้นี้ เพราะแทบทุกประเทศได้รับผลกระทบหมด โดยเฉพาะประเทศแถบตะวันออกกลางซึ่งเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติกใหญ่ที่สุดของโลก แต่ในส่วนของ เอกา โกลบอล บริษัทยังมีสินค้าในสต็อกถึงเดือนพฤษภาคม ยังถือว่าไม่วิกฤตมากในขณะนี้ ถือว่ามีสินค้าคงคลังพอสมควร สามารถรับมือได้ไปอีกระยะหนึ่ง และยังมั่นใจในการหา Source of Supply ได้
จากสถานการณ์ความขัดแย้งใน “ตะวันออกกลาง” ที่ทวีความรุนแรง กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก และเอเชียคือภูมิภาคที่จะได้รับผลกระทบในเรื่องของ “วิกฤตพลังงาน” ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (LNG) พุ่งสูงขึ้น และไทยถือเป็นประเทศที่เจ็บหนักสุด เพราะมีการนำเข้าพลังงานสุทธิสูงที่สุดในเอเชีย อยู่ที่ 6% ของ GDP เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนในหลายอุตสาหกรรมก็ได้รับผลกระทบตามมา หนึ่งในภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนคือ “อุตสาหกรรมการบิน” ล่าสุดมีรายงานว่า การบินไทย ปรับราคาตั๋วโดยสารเพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% เพื่อรองรับต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป นอกจากภาคการบินแล้ว อุตสาหกรรมปิโตรเคมีก็ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเช่นกัน เนื่องจากน้ำมันเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตพลาสติก ทำให้ “ราคาพลาสติก” มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าในหลายภาคส่วน ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีผู้ค้าส่งหลายเจ้าได้ทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าหลายรายการ อาทิ ราคาถุงพลาสติกบรรจุอาหาร จ
