อะโวคาโด
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 วิทยาลัยดุสิตธานี ได้ร่วมกับ Avocados Australia จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา การพัฒนาบุคลากร และนวัตกรรมอาหาร โดยมี ดร.อรรถเวทย์ พฤกษ์สถาพร อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี และ คุณพิชยา นรนิติผดุงการ ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภาคอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนวิทยาลัยร่วมลงนามกับผู้แทนจาก Avocados Australia ได้แก่ Mr. Brad Rodgers, Director for Western Australia และ Mr. KC Liew, General Manager Southeast Asia ในโอกาสนี้ยังได้รับเกียรติจาก นายพาโบล คัง เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย มาร่วมเป็นสักขีพยาน โดยเนื้อหาในบันทึกความเข้าใจระหว่างวิทยาลัยดุสิตธานีและ Avocados Australia นั้น มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านอาหาร การพัฒนาเทคโนโลยีอาหาร และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในระดับนานาชาติ อันจะช่วยเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาและบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต ภายในวันเดียวกันนั้นเอง วิทยาลัยดุสิตธานียังได้รับการสนับสนุนจาก Avocados Australia ให้จัดการแข่งขัน Aus
จากเดิมที่ขายสตรอว์เบอร์รีและแอปเปิลแพ็กเป็นหลัก แต่เมื่อผลไม้ตามฤดูกาลหมด ร้านก็แทบไม่มีสินค้าให้ขาย ทำให้ “เจ้จินดา แซ่หลู่” วัย 57 ปี ต้องมองหาทางรอดใหม่ให้ธุรกิจ จนตัดสินใจหันมาลองขาย “อะโวคาโด” ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อกระแสรักสุขภาพเริ่มเติบโต ผู้บริโภครู้จักอะโวคาโดมากขึ้น และความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้จินดาเล่าให้ฟังว่า ปัญหาคือสตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ตามฤดูกาล มีขายเพียงช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมเท่านั้น เมื่อหมดฤดูร้านก็แทบไม่มีอะไรจะขาย “พอหมดสตรอว์เบอร์รีก็ไม่รู้จะขายอะไร เลยลองหาอะโวคาโดมาขาย เพราะช่วงโควิดคนเริ่มหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพ” ซึ่งอะโวคาโดล็อตแรกที่นำมาขาย ขายดีอย่างเห็นได้ชัด จากการที่ลูกค้าเข้ามาเดินตลาดสี่มุมเมือง จากวันแรกจนถึงวันนี้ ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดที่สุดคือ คนรู้จักอะโวคาโดมากขึ้น กลุ่มลูกค้าขยายจากคนซื้อไปทานเองไปสู่ร้านค้าหลากหลายประเภท “ทุกวันนี้คนหันมาดูแลสุขภาพกันเยอะ ร้านน้ำปั่น ร้านสลัดก็ใช้กันเยอะ ร้านไอศกรีมบางเจ้าก็เอาไปทำไอศกรีมเพื่อสุขภาพ” ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าหลักของร้านจึงเป็นร้านน้ำปั่น ร้านสลัด แล
