อาหารแห่งอนาคต
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เดินหน้าพัฒนาหลักสูตร การออกแบบอาหารที่อุดมด้วยพืช เพื่อสุขภาพและความยั่งยืน หรือ Plant-Rich Diet รองรับกระแสการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ออกแบบเมนูอาหารเฉพาะบุคคล มุ่งสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้านอาหารสุขภาพ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน รศ.ดร.ฐิตา ฟูเผ่า ประธานหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาโภชนาการและการประกอบอาหารเพื่อสุขภาพและการชะลอวัย โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประกอบกับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอาหาร ส่งผลให้แนวคิด Plant-Rich Diet ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว ซึ่ง Plant-Rich Diet ไม่ได้หมายถึงการงดเนื้อสัตว์ทั้งหมด แต่คือการเพิ่มสัดส่วนพืช ผัก ผลไม้ ถั่ว เห็ด สาหร่าย และวัตถุดิบทางเลือกจากพืช ขณะเดียวกันยังสามารถบริโภคเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพได้ใน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ท่ามกลางกระแสความต้องการอาหารแห่งอนาคตที่ใส่ใจทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อม กลุ่มนักศึกษาไทยจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้สร้างนวัตกรรมโปรตีนทางเลือกใหม่ที่น่าจับตามองอย่าง “สไปรูลักซ์ คาเวียร์ (Spirulux Caviar)” หรือ ไข่ปลาคาเวียร์จากพืช ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลิตจากกากสาหร่ายวัสดุผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมการสกัดสารสำคัญจากสาหร่ายสไปรูลินา (Spirulina) ที่มีโปรตีนสูง ความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของเยาวชนไทยชุดนี้ได้รับการยอมรับในเวทีระดับประเทศ โดยคว้ารางวัลเหรียญทองจากการประกวด Thailand New Gen Inventors Award 2025 (I-New Gen Award 2025) ที่จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2568 ซึ่งตอกย้ำถึงโอกาสในการนำพานวัตกรรมก้าวไปสู่ตลาดโลก เบื้องหลังของผลิตภัณฑ์เลียนแบบไข่ปลาคาเวียร์จากโปรตีนสกัดของสไปรูลินา หรือ สไปรูลักซ์ คาเวียร์ คือความร่วมมือของนักศึกษา 3 คน ได้แก่ นางสาวกุลวดี หิรัญ (ก้อย) นักศึกษาปริญญาโท ภาควิชาวิศวกรรมอาหาร ร่วมกับ นางสาวปภัสรา ดาวัลย์ (สตางค
FUTURE FOOD รับวิกฤตอาหารโลก ทางเลือก-ทางรอดมนุษยชาติ ระบบอาหารของโลก มีความเปราะบางและไม่เพียงพอต่อความต้องการของมวลมนุษยชาติ และเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลก ไม่ได้รับอาหารเพื่อสุขภาพ โดยปัญหาเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งสงคราม ความขัดแย้ง ภาวะโลกระบาด ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ตลอดจนภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น อาหารแห่งอนาคต (Future Food) ถูกหยิบยกมาพูดในวงกว้าง ด้วยมองว่าเป็นทางเลือกและทางรอดของมวลมนุษยชาติ ในยุคที่โลกมีความผันผวนในหลากหลายมิติจากเหตุปัจจัยดังกล่าวข้างต้น เพราะอาหารแห่งอนาคต ผลิตจากแหล่งโปรตีนที่มีกระบวนการผลิตที่มีความปลอดภัย สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มา และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยภาครัฐหลายหน่วยงาน ได้มีการวางแผนสนับสนุนอาหารแห่งอนาคตตามเทรนด์อาหารและกระแสความยั่งยืนของโลก สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้ทำการรวบรวมข้อมูลและพบว่า ในปี 2566 ไทยส่งออกอาหารอนาคต (Future Food) มูลค่ากว่า 144,000 ล้านบาท สัดส่วนส่งออกมากที่สุดคือ อาหารสุขภาพ และสารประกอบเชิงฟังก์ชัน 89% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด
ได้เวลา ‘อุตสาหกรรมอาหาร’ Transformation ชูนวัตกรรมรองรับเทรนด์ ‘อาหารแห่งอนาคต’ ปัจจัยต่างๆ ทั้งข้อมูลฝ่ายเศรษฐกิจและกิจการสังคมสหประชาชาติ ได้ออกรายงาน The World Population Prospects 2019 คาดว่าจำนวนประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 9,700 ล้านคนในปี 2050 ทำให้เกิดความกังวลต่อผู้คนทั่วโลกว่า ปริมาณอาหารจะไม่เพียงพอกับจำนวนคนที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำมากๆ ที่เข้ามาช่วยหนุนในการพัฒนานวัตกรรมด้านอาหารรูปแบบใหม่ กลายเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเอสเอ็มอีถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง การเกิดภาวะสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 เป็นหนึ่งในตัวเร่งปฏิกิริยาในการพัฒนาอาหารอนาคตให้เร็วขึ้น เพราะภาวะสงครามฯ ในทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งถือเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกวัตถุดิบทางการเกษตรเพื่อนำไปประกอบอาหารรายใหญ่ของโลก ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบ และราคาพลังงานปรับสูงขึ้น ทำให้พืชผลทางการเกษตร อาทิ ราคาข้าวสาลีในเดือนมีนาคม 2565 ที่ปรับตัวขึ้นกว่า 31% เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2564 ราคาข้าวโพดที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 32% ในช่วงเวลาเดียวกัน และจากผลพวงของราคาก๊าซธรรมชาติที่พุ่
เจาะ Insight ‘Future Food’ ไต้หวัน ชี้ช่องผู้ประกอบการไทยชิงส่วนแบ่งตลาด 1 ล้านล้าน จากแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรโลก สภาพอากาศที่มีความเปลี่ยนแปลง (Climate Change) รวมถึงมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนอาหารในอนาคต ส่งผลให้ Future Food หรืออาหารแห่งอนาคต กลายเป็นอีกหนึ่ง Mega Trend ที่เติบโตต่อเนื่องได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงในไต้หวัน ซึ่งมีการประเมินว่าในปี 2050 ไต้หวันจะมีมูลค่าตลาดโดยรวมของ ‘ฟิวเจอร์ ฟู้ด’ สูงถึง 32,200 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้สำหรับผู้ประกอบการและ SMEs ไทย ได้ศึกษาแล้ว Business Transformation องค์กร ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคไต้หวัน อาหารแห่งอนาคต (Future Food) ประกอบด้วยอาหาร 4 กลุ่มหลักคือ 1. อาหารฟังก์ชั่น (Functional Food) ผลิตภัณฑ์อาหารที่เมื่อบริโภคเข้าสู่ร่างกาย แล้วจะสามารถทำหน้าที่อื่นๆ ให้กับร่างกาย นอกเหนือจากความอิ่มและรสสัมผัส (ความอร่อย) ให้คุณค่าทางอาหารที่จำเป็น เพื่อประโยชน์ทั้งในด้านการปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระบบการทำงานของร่างกาย ชะลอการเสื่อมโทรมของอวัยวะต่างๆ บำบัดหรือลดอาการของโรคที่เกิ
