PR News

เจาะ Insight ‘Future Food’ ไต้หวัน ชี้ช่องผู้ประกอบการไทยชิงส่วนแบ่งตลาด 1 ล้านล้าน

เจาะ Insight ‘Future Food’ ไต้หวัน ชี้ช่องผู้ประกอบการไทยชิงส่วนแบ่งตลาด 1 ล้านล้าน

จากแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรโลก สภาพอากาศที่มีความเปลี่ยนแปลง (Climate Change) รวมถึงมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนอาหารในอนาคต ส่งผลให้ Future Food หรืออาหารแห่งอนาคต กลายเป็นอีกหนึ่ง Mega Trend ที่เติบโตต่อเนื่องได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงในไต้หวัน ซึ่งมีการประเมินว่าในปี 2050 ไต้หวันจะมีมูลค่าตลาดโดยรวมของ ‘ฟิวเจอร์ ฟู้ด’ สูงถึง 32,200 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้สำหรับผู้ประกอบการและ SMEs ไทย ได้ศึกษาแล้ว Business Transformation องค์กร ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคไต้หวัน

อาหารแห่งอนาคต (Future Food) ประกอบด้วยอาหาร 4 กลุ่มหลักคือ

1. อาหารฟังก์ชั่น (Functional Food)

ผลิตภัณฑ์อาหารที่เมื่อบริโภคเข้าสู่ร่างกาย แล้วจะสามารถทำหน้าที่อื่นๆ ให้กับร่างกาย นอกเหนือจากความอิ่มและรสสัมผัส (ความอร่อย) ให้คุณค่าทางอาหารที่จำเป็น เพื่อประโยชน์ทั้งในด้านการปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระบบการทำงานของร่างกาย ชะลอการเสื่อมโทรมของอวัยวะต่างๆ บำบัดหรือลดอาการของโรคที่เกิดจากความผิดปกติของร่างกาย โดยสามารถแบ่งเป็น

1) กลุ่มอาหารที่มีการแต่งเติมสารอาหาร หรือลดสารอาหารที่เป็นประโยชน์น้อย เพื่อให้มีผลต่อการสร้างเสริมสุขภาพ สามารถบริโภคเป็นอาหารประจำวันโดยไม่มีข้อจำกัดเหมือนยา (ไม่อยู่ในรูปแคปซูลหรือผง) เช่น อาหารและเครื่องดื่มที่เสริมด้วยวิตามิน หรือแร่ธาตุต่างๆ ไข่ไก่เสริมโอเมก้า 3 นมผงผสมสารอาหารที่จำเป็นสำหรับทารก รวมถึงอาหารที่มีส่วนผสมของสมุนไพร จำพวกโสม เห็ดต่างๆ เป็นต้น

2) กลุ่มอาหารที่แปรรูปจากวัตถุดิบธรรมชาติ ที่มีคุณสมบัติเฉพาะที่ส่งผลดีต่อร่างกาย เช่น ถั่วเหลือง กระเทียม มะเขือเทศ โยเกิร์ต โดยไม่ได้เพิ่มหรือลดสารอาหารอื่น

2. อาหารใหม่ (Novel Food) 

การผลิตรูปแบบใหม่ที่ได้จากพืชหรือสัตว์ที่ไม่ได้ใช้เทคนิคการผลิตโดยทั่วไปของอาหารนั้นๆ มีการปรับแต่งกระบวนการผลิตแบบใหม่ (โครงสร้างหรือรูปแบบอาหาร) การใช้นาโนเทคโนโลยีโดยวัตถุที่ใช้เป็นอาหารหรือเป็นส่วนประกอบของอาหาร ที่ปรากฏหลักฐานทางวิชาการว่ามีประวัติการบริโภคเป็นอาหารน้อยกว่า 15 ปี เช่น โปรตีนจากพืช เนื้อจากพืช นมจากพืช

ตัวอย่างวัตถุที่ใช้เป็นอาหารเข้าข่ายอาหารใหม่ (Novel Food) เช่น ใบโสม (Ginseng Leave) ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในอาหาร มีประวัติการบริโภคใบโสมน้อยกว่า 15 ปี หรือสารสำคัญซึ่งก็คือ ‘Substance B’ ได้มาจากการสกัดใบผักบุ้งด้วย 90% Ethanol ต้องการนำมาบริโภคโดยเติมลงในผลิตภัณฑ์อาหาร (ข้อมูลจาก สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล)

3. อาหารทางการแพทย์ (Medical Food)

ผลิตภัณฑ์อาหารที่ใช้ทดแทนยาหรืออาหารเสริมภายใต้การควบคุมของแพทย์ เพื่อช่วยรักษาผู้ป่วยให้ได้รับสารอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อโรค ทั้งรูปแบบรับประทาน หรือดื่มแทนอาหารหลักบางมื้อ หรือให้ทางสายยาง เช่น อาหารเหลว เจลลี่ โดยเป็นสูตรอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน เหมาะสำหรับผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ทารก หรือผู้ที่มีระบบเผาผลาญผิดปกติ

4. อาหารอินทรีย์ (Organic Food)

ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ผลิตหรือแปรรูป โดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลงที่สังเคราะห์ทางเคมี ไม่มีการใช้สารเคมีในการผลิต ไม่ใช้สายพันธุ์ที่ตัดต่อพันธุกรรม (GMO) และไม่เกิดมลพิษในกระบวนการผลิต การปศุสัตว์แบบเกษตรอินทรีย์ ต้องเลี้ยงด้วยอาหารอินทรีย์ ห้ามเจือปนอาหารเคมี ฮอร์โมน และยาปฏิชีวนะ ตอบสนองผู้บริโภคยุคใหม่ที่ตระหนักถึงคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร ตลอดจนวัตถุดิบและส่วนผสม

ทำไม? ตลาด ‘Future Food’ ไต้หวันจึงน่าสนใจ

เนื่องจากประชากรไต้หวันมีประมาณ 23 ล้านคน มี GDP ต่อหัวอยู่ที่ 32,747 ดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูลปี 2021) ถือเป็นตลาดที่น่าสนใจเพราะผู้บริโภคมีกำลังซื้อสินค้า Future Food และด้วยความที่คนไต้หวันมีความตื่นตัวต่อการผลิตอาหารแห่งอนาคต ส่งผลให้มูลค่าตลาดโดยรวมฟิวเจอร์ฟู้ดไต้หวัน คาดว่ามีมูลค่ารวม 32,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2050 โดยการบริโภคฟิวเจอร์ฟู้ด แบ่งตามประเภท ได้แก่

1. อาหารเสริมสุขภาพและอาหารทางการแพทย์ มีมูลค่าตลาด 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากไต้หวันมีผู้สูงอายุมากขึ้น รวมถึงผู้คนห่วงใยสุขภาพเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายมากขึ้น

2. อาหารจากพืช มูลค่าตลาด 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสถาบันวิจัยอาหารของไต้หวัน ประเมินว่า ผู้นิยมรับประทานอาหารมังสวิรัติในไต้หวันมีประมาณเกือบ 3 ล้านคนเลยทีเดียว

3. อาหารอินทรีย์ มูลค่าตลาด 200 ล้านเหรียญสหรัฐ ชาวไต้หวันมีความตื่นตัวด้านความปลอดภัยของอาหารและการรับประทานอาหารปลอดสารพิษเพื่อการมีสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น ประกอบกับกระทรวงเกษตรของไต้หวันพยายามส่งเสริมการเพาะปลูกเกษตรอินทรีย์

4. อาหารใหม่ (Novel Food) เป็นการนำวัตถุที่ไม่เคยบริโภคมาใช้เป็นอาหาร รวมถึงการพัฒนากระบวนการผลิตอาหารโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ที่แตกต่างจากอดีต อาหารใหม่ที่เป็นกระแสโลกนิยมในปัจจุบันคือ การผลิตโปรตีนสังเคราะห์ หรือการแสวงหาแหล่งโปรตีนใหม่ ซึ่งโปรตีนจากแมลงกำลังได้รับความนิยมมาก เนื่องจากมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าเนื้อสัตว์ อีกทั้งการทำฟาร์มแมลงยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าฟาร์มปศุสัตว์

ช่องทางจำหน่ายสินค้า ‘Future Food’ ในไต้หวัน

เริ่มจากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจะจำหน่ายสินค้าให้ผู้ค้าส่งหรือตัวแทนจำหน่าย ซึ่งจะกระจายสินค้าต่อไปยังผู้ค้าปลีก อาทิ ร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์หรือสินค้าเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะร้านค้าทั่วไป ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ รวมถึงการจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ในแพลตฟอร์มที่สำคัญ เช่น Shopee, PChome, MOMO, Ettoday

สำหรับแพลตฟอร์ม PChome นั้น เนื่องจากผู้บริโภคไต้หวันมีความชื่นชอบและให้การยอมรับสินค้าแบรนด์ไทยทำให้ PChome ซึ่งเป็น 1 ใน 3 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของไต้หวัน เล็งเห็นโอกาสที่จะขยายตลาดสินค้าไทย จึงก่อตั้ง PChome Thai ขึ้น โดยนำเสนอบริการที่จะช่วยแก้ปัญหาด้านค่าใช้จ่ายในการจัดส่งสินค้าจากประเทศไทยมายังไต้หวัน และใช้วิธีการจัดซื้อจากเจ้าของสินค้าโดยตรง ทำให้ยอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดดและสามารถสร้างความคุ้นเคยในการสั่งซื้อสินค้าไทยให้แก่ ผู้บริโภคไต้หวัน จึงถือเป็นช่องทางการตลาดที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการและ SMEs ไทยเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ จากการสำรวจของ Market Intelligence Center (MIC), Institute for Information Industry ชี้ว่า ร้อยละ 52.9 ของผู้บริโภคกลุ่มตัวอย่างในไต้หวัน มีการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์อย่างละครึ่ง โดยผู้บริโภคในกลุ่มอายุ 18-25 ปี จะมีการซื้อสินค้าออนไลน์มากกว่า คิดเป็นสัดส่วนเกือบร้อยละ 60 ในส่วนของช่องทางออนไลน์ที่นิยมสั่งซื้อนั้น ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงเคยชินกับการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เป็นที่รู้จักทั่วไป

แนวโน้มสินค้าอาหารหลังยุคโควิด-19 ที่กำลังได้รับความนิยมในไต้หวัน

1. ขนมขบเคี้ยวที่ช่วยในการย่อยอาหาร มีเส้นใยสูง มีสารอาหารที่ช่วยในการดูแลระบบลำไส้มีส่วนผสมของธัญพืชที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อาทิ ถั่วเหลือง ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ผักสดและผลไม้สด ให้พลังงานสูง มีน้ำตาลน้อย เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ มีการบริโภคผักและผลไม้น้อย แต่ไม่ลืมที่จะดูแลความงามด้านผิวพรรณ

2. อาหารเนื้อสัตว์ทดแทน (Alternative Meats) ผลิตภัณฑ์อาหารทางเลือกจากพืช (Plant Based Foods) โดยเฉพาะถั่ว เห็ด สาหร่าย ซึ่งให้โปรตีนสูง โดยสัดส่วนผู้บริโภคอาหารแนวมังสวิรัติในไต้หวันมีจำนวนประมาณ 3 ล้านคน หรือมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรไต้หวัน ในขณะที่ตลาดของผู้นิยมเนื้อจากใยพืชมีประมาณ 6.64 ล้านคน หรือมากกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรไต้หวัน

3. ขนมขบเคี้ยวที่มีส่วนผสมที่เพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกาย เช่น วิตามินซี สารอาหาร DHA แคลเซียม แลคโตบาซิลลัส

4. เครื่องดื่มที่ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น ช่วยลดความเครียดและความกังวล โดยเน้นสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ และช่วยรักษาสมดุลของระบบทางเดินอาหาร เพื่อป้องกันโรคภูมิแพ้ ช่วยบำรุงรักษาผิวพรรณ

5. อาหารและเครื่องดื่มไม่มีน้ำตาล เช่น ช็อกโกแลตน้ำตาลน้อย น้ำอัดลมที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ชา น้ำผลไม้ น้ำสมุนไพร ที่จำหน่ายในไต้หวัน ล้วนมีไลน์สินค้าที่ไม่มีน้ำตาลตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพ

6. อาหารและเครื่องดื่มที่ผสมโปรตีนสูงและคาร์โบไฮเดรตต่ำ ผู้บริโภคชาวไต้หวันโดยเฉพาะผู้หญิงระมัดระวังในเรื่องการรักษารูปร่างให้ดูดีเป็นอย่างมาก ขณะที่ผู้บริโภคบางกลุ่มที่ไม่เพียงแต่บริโภคอาหารเพื่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังใช้อาหารเสริมร่วมด้วย

ชี้ช่องส่องโอกาสผู้ประกอบการและ SMEs ไทย รุกตลาด ‘Future Food’ ไต้หวัน 

เนื่องจากอาหารไทยเป็นหนึ่งในอาหารต่างชาติที่ได้รับความนิยมสูงจากชาวไต้หวัน จึงควรผลิตอาหารรสชาติไทยคว้าใจผู้บริโภค อย่างเช่น ต้มยำกุ้ง เป็นต้น นอกจากนี้ ควรมีการผลิตสินค้าสำเร็จรูปที่มีขนาดเล็กลงเนื่องจากไต้หวัน คนนิยมใช้ชีวิตโสดและมีครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับความต้องการผู้บริโภคได้ตรงจุด ขณะที่โปรดักต์ควรมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะกับคนกลุ่มนี้ในวัยทำงานซึ่งมีชีวิตเร่งรีบ เช่น การเพิ่มเส้นใยในอาหาร เป็นต้น เครื่องดื่มที่มีสรรพคุณช่วยในการนอนหลับและพักผ่อนที่ดีขึ้น ลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพส่วนมากมักมาในบรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กและสามารถดื่มหมดได้ภายในครั้งเดียว

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรมองหาลู่ทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เช่น ศูนย์วิจัยอาหารแห่งอนาคต, ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รายชื่อผู้นำเข้าจากตลาดต่างประเทศ และผลิตสินค้าตามความต้องการของผู้บริโภค เช่น การเพิ่มปริมาณโปรตีน การยืดอายุ Shelf Life และการผลิตอาหารที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย เป็นต้น

สนใจขยายตลาดไต้หวัน สามารถค้นหารายชื่อผู้นำเข้าได้จากแหล่งต่างๆ เช่น

– Taiwan Vegetarian Association http://www.twva.org.tw/?Module=member&&Parameter=map

– Taiwan External Trade and Development Council: http://www.taiwantrade.com.tw/MAIN/

– Bureau of Foreign Trade, Taiwan: https://fbfh.trade.gov.tw/fb/web/queryBasicf.do

ที่สำคัญ ต้องมีการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ Future Food ผ่านสื่อท้องถิ่นทั้งในรูปแบบออนไลน์ ออฟไลน์ รวมถึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับซูเปอร์มาร์เก็ต โมเดิร์นเทรด และแพลตฟอร์ม B2C หรือการจัดทำเมนูพิเศษโดยใช้ Plant based Meat (PbM) เสิร์ฟในร้านอาหาร โรงแรม หรือศูนย์กีฬา เพื่อขยายมูลค่าการส่งออก ทำให้สินค้าอาหารแห่งอนาคตของไทยเป็นที่รู้จักในไต้หวันมากขึ้น ปูเส้นทางการประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ให้กับผู้ประกอบการและ SMEs ไทยในระยะยาว

สนใจอ่านบทความ ‘Future Food’ เพิ่มเติม :

https://www.bangkokbanksme.com/en/future-food

แหล่งอ้างอิง : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา

http://fic.nfi.or.th/futurefood/upload/food_info/file4.jpg

https://www.bbc.com/news/science-environment-61505548

https://www.ditp.go.th/ditp_web61/article_sub_view.php?filename=contents_attach/755629/755629.pdf&title=755629&cate=413&d=0

http://www.smartbomb.co.th/program/details/119615

https://www.nia.go.th/media/almanac/2022/01/%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%99.pdf

http://www.firn.or.th/wp-content/uploads/2019/11/Roadmap-2.-Risk-assessment-for-novel-food-in-Thailand-Presentation_-Chaniphun-13.9.2019.pdf

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ
คลิก หรือ สายด่วน 1333

Related Posts

“ยาดมโป๊ยเซียน” รุกกิจกรรม CSR เต็มสูบ ปีที่ 90 จัดเต็ม! ตอบแทนสังคมทุกมิติ
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!