เทศกาลเจนนี่
หากย้อนไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คงไม่มีกระแสไหนจะร้อนแรงไปกว่า “เทศกาลเจนนี่” อีกแล้ว เป็นการพลิกวิกฤตดราม่าครอบครัวให้กลายเป็นโอกาสทอง เรื่องราวนี้ของ เจนนี่-รัชนก สุวรรณเกตุ (เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น) นักร้อง อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ผู้ติดตามกว่า 20 ล้านคน ที่เธอได้สร้างปรากฏการณ์ไลฟ์ขายของบน TikTok ยอดขายทะลุ 500 กว่าล้าน พร้อมสถิติผู้ชมรวมกว่า 1.2 ล้านวิว และปักตะกร้าไปกว่า 270 แบรนด์ #SMEsSurvivor วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปรีแคปย้อนรอยกับปรากฏการณ์ไวรัลระดับประเทศนี้ ส่งท้ายปี 2568 มหากาพย์ไลฟ์มาราธอน จุดเริ่มต้นของการไลฟ์ “เทศกาลเจนนี่” เกิดจากประเด็นดราม่าเรื่องหนี้สินของเจนนี่และคุณแม่ ที่ทำให้โลกโซเชียลจับตามอง ถึงขั้นสร้างความร้อนระอุไปหลายวัน เพราะปัญหานี้ดูเหมือนจะไม่จบง่ายๆ หลังจากที่เจนนี่ใช้พื้นที่โซเชียลของตัวเองในการชี้แจง ทางด้านคุณแม่ก็ออกมาไลฟ์เช่นกัน ทำให้กระแสนี้ยังเดือดไม่มีพัก ส่งผลให้คนเข้ามาดูไลฟ์เป็นจำนวนมาก หลังจากนั้น เจนนี่ไม่รอช้า พลิกวิกฤตให้กลายเป็นโอกาส ด้วยการนำสินค้ามาไลฟ์ขาย ภายในคืนเดียวสามารถทำยอดขายได้กว่า 24 ล้านบาท พร้อมทั้งแ
จากปรากฏการณ์ไลฟ์ของ เจนนี่-รัชนก สุวรรณเกตุ ที่ทำสถิติผู้เข้าชมไลฟ์ในเวลาเดียวกันสูงสุด 1.2 ล้านวิว ย้ำให้เห็นว่า แพลตฟอร์ม TikTok Shop สามารถส่งเสริมแบรนด์ไทยให้เกิดและเติบโตได้อย่างเห็นผล เจนนี่ กล่าวถึงแรงจูงใจในการทำไลฟ์สตรีมขายของครั้งนี้ว่า “มองเห็นโอกาสที่จะช่วยสนับสนุนสินค้าไทยและช่วยธุรกิจรายย่อยไทยให้ได้รับการมองเห็น มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่กว้างขึ้น โดยใช้แพลตฟอร์มของตัวเองเชื่อมโยงผู้ติดตามเข้ากับแบรนด์ไทยดีๆ ส่วนเคล็ดลับสำหรับครีเอเตอร์นายหน้าที่อยากประสบความสำเร็จคือ ต้องจริงใจ เป็นตัวของตัวเอง รู้จักสินค้าตัวเองอย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญ ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ความเชื่อใจจากคอมมูนิตี้จะมาจากจุดนี้” โดยไลฟ์ของเจนนี่ สามารถสร้างยอดขายให้ธุรกิจกว่า 270 แบรนด์ อาทิ Kathy Cosmetics, BioActive+, Madame Fin, LYO, Cho Cosmetics, CHAME’ Thailand, Whitelab Essentials, Sureeporn Cosmetics, Taokaenoi, บีลีฟ เนเชอรัล, Yerpall Thailand, RAD Cosmetics, KACHA BRAND, PROMTHONG, Manyrarebkk และ Cicelle แสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศที่แข็งแกร่งของครีเอเตอร์และคนดังสามารถส่งเสริม
