เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
เมื่อเอ่ยถึง “ปลาส้ม” เรานึกถึงอะไรกันบ้างครับ? ถ้าเป็นคนชอบกินกับข้าวอีสาน ภาพจำที่วาบขึ้นมาคงเป็นปลาตะเพียนทั้งตัว บั้งข้าง ควักไส้ออก ยัดข้าวสวยหรือข้าวนึ่งเข้าไปแทน หมักกับกระเทียม เกลือ จน “ส้ม” คือมีรสเปรี้ยว กลิ่นหอม จากปฏิกิริยาการบ่มตัวของแป้งข้าวกับเนื้อปลาสด เวลากินก็ทอดน้ำมัน หรือห่อใบตองกล้วยย่างเตาถ่าน ไม่ก็นึ่งในลังถึง แนมด้วยกระเทียมสด หอมเจียว ตะไคร้ซอย พริกขี้หนูสดหรือพริกแห้งเจียว ใบมะกรูดทอด ขิงอ่อนหั่นชิ้นลูกเต๋า ใบผักชีต้นหอม ฯลฯ บางคนชอบเอาไปหลนกะทิสด จะใส่หมูสับหรือไม่ใส่ก็ได้ ก้างปลานั้นก็กรองทิ้งไป ได้อารมณ์ของสำรับหลน ซึ่งแต่เดิมคือเครื่องจิ้มที่มีข้าวหมากเป็นส่วนประกอบอย่างสำคัญ เดี๋ยวนี้ดูเหมือนจะลืมๆ กันไปแล้วกระมังครับ ว่าหลนนั้นส่วนใหญ่ต้องมีข้าวหมากเป็นเครื่องปรุงอยู่ด้วย นอกจากปลาส้มสายอีสาน ยังมีสำรับมุสลิมภาคใต้ ที่เรียกเนื้อปลาชิ้นใหญ่ทอดเคล้าน้ำปรุงพริกตำเคี่ยวในน้ำตาล เกลือ น้ำส้มสายชูว่า “ปลาส้ม” ด้วย คือเป็นปลาทอดที่ปรุงรสเปรี้ยวนำนั่นเอง ทีนี้มีอยู่วันหนึ่ง ผมไปได้ปลาอินทรีสดชิ้นย่อมๆ จากร้านปลาที่ตลาดเช้ามาสองสามชิ้น ปกติปลาอินทรีสดเขามักทอดจิ
แอนนี่ ภูมิใจ ได้เป็นแม่ น้องฑีฆายุ ซึ้งลูกหิ้วน้ำพริกปลาร้า ไปขายทุกวัน ไม่อายทำกิน(คลิป) แอนนี่ ภูมิใจ ได้เป็นแม่ น้องฑีฆายุ ซึ้งลูกหิ้วน้ำพริกปลาร้า ไปขายทุกวัน ไม่อายทำกิน ลูกคือสิ่งดีงามในชีวิตคนเป็นแม่ – นอกจากอยู่บ้านจะช่วยแม่ทำน้ำพริกปลาร้าสับแล้ว น้องฑีฆายุลูกชาย แม่แอนนี่ บรู๊ค ล่าสุด แม่แอนโพสต์ความในใจ ภูมิใจลูกชายว่า “เด็กที่ไม่อายทำกิน เอาของไปขายให้แม่ที่โรงเรียนทุกวัน แม่ภูมิใจที่ได้เป็นแม่ฑีฆายุ” โดยเป็นคลิปน้องฑีฆายุ หิ้วถุงปลาร้าไปขายที่โรงเรียน ท่ามกลาง คนเข้ามาชื่นชมเด็กน้อยว่า เป็นลูกที่ประเสริฐ แอนนี่ แม้เจอมรสุมในชีวิต ยังมีสิ่งที่ดีงามมากๆ คือ ลูกชาย ทั้งนี้ แม่ลูกลุยขายปลาร้าหาเงิน แอนนี่ บรู๊ค เร่งทำขายลูกค้าผ่านไลน์ ล่าสุดโพสต์แจ้งลูกค้าด้วยว่า “ไลน์แอด สั่งได้ @nongtee พร้อมขายวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นี้นะคะ ท่านใดอยากลองชิม สั่งทิ้งไว้ก่อนได้ยังไม่ต้องโอนเงินจอง แม่ค้ากลัวลืม ^^ เราตั้งใจทำกัน2คนแม่ลูก ช้าแต่อร่อย รสชาติบ้านๆ หากโทรมา เราอาจจะไม่ได้รับ เพราะต้องดูแลยายด้วย สั่งทางไลแอด ได้รับของแน่นอนค่า” ขณะที่ แฟนๆ เข้ามาให้กำลังใจจำนวนมาก
เกษตรกรนครราชสีมาปลูกเลี้ยงเฟื่องฟ้า ส่งขายทั้งในและต่างประเทศ สร้างรายได้ดี คุณชวน คูทำนา อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เป็นเกษตรกรผู้ปลูกเฟื่องฟ้ามาอย่างชำนาญ โดยได้นำเทคนิคต่างๆ เข้ามาช่วยในการผลิต เพื่อให้ไม้ที่ปลูกตอบโจทย์กับความต้องการของตลาดมามากกว่า 20 ปีกันเลยทีเดียว เรียกง่ายๆ ว่าเป็นอาชีพที่สร้างเงินให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณชวน ชายผู้มากด้วยอัธยาศัย ยิ้มน้อย ขี้อาย เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพทำไร่ทำนาอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ ต่อมาได้ย้ายจากถิ่นฐานบ้านเกิดมายังอำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เพื่อมายึดอาชีพทางการเกษตรเกี่ยวกับไม้ดอกไม้ประดับจำพวกต้นเฟื่องฟ้า “ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 30 ปีแล้ว ช่วงที่มาทำใหม่ๆ ก็คิดแค่จะทำเป็นอาชีพเสริมหลังจากว่างทำนา โดยเริ่มจากทีละเล็กทีละน้อยก่อน พอเริ่มมีความชำนาญจำหน่ายได้มากขึ้น ก็คิดว่าน่าจะประสบผลสำเร็จจากการทำไม้ชนิดนี้ ก็ค่อยๆ ขยับขยายเรื่อยๆ โดยตอนนี้ก็ทำเฟื่องฟ้าอย่างเดียวบนเนื้อที่ประมาณ 10 กว่าไร่ เรียกว่าทำมานานยืนหยัดสู้มาจนถึงทุกวันนี้” คุณชวน เล่าถึงที่มา โครงลวดดัดทำเป
ทั่วไทยยังฉ่ำฝน แต่หลายพื้นที่เริ่มร้อน อุณหภูมิสูงขึ้น อุตุฯเตือนเกษตรกร ผลผลิตเสียหาย วันที่ 19 ก.พ. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในระยะนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และเกษตรกรควรเตรียมป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนลดลง ส่วนภาคใต้จะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดกำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 16-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-36 องศาเซลเซียส ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
อร่อยลืมโลก! “บุ๊นรีลกัว” ขนมจีนปูนา เมนูเด็ดเพื่อนบ้าน ในบรรดากลวิธีในการกินขนมจีนของประเทศเพื่อนบ้านเราแล้ว ฉันขอยกนิ้วให้ชาวเวียด แต่ก่อนแต่ไรมาก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าชาวเวียดจะกินขนมจีนกันมากมายและหลากหลายเช่นนี้ เข้าใจเอาเองว่าชาวไทยเราน่าจะเป็นแชมป์กินขนมจีนในอาเซียน เรามีทั้งน้ำพริก น้ำยา และแกงสารพัด แต่แล้วฉันก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ชาวเวียดนามจะกินขนมจีนทั้งแห้งและน้ำ กินกับหม้อไฟ และยังนำมาห่อผักกินกับอาหารต่างๆ ถูกใจคนรักขนมจีนอย่างฉันมาก ขนมจีนชนิดหนึ่งที่เป็นของโปรดของฉันคือ ขนมจีนปูนา ที่ชาวเวียดเรียกว่า “บุ๊นรีลกัว” (Bún riêu cua) ถ้าใส่หอยโข่งด้วยก็เรียกว่า “บุ๊นรีลกัวอ๊ก” (Bún riêu cua ốc) ขนมจีนปูนา เป็นขนมจีนที่ทำมาจากปูนา โดยนำปูนาไปโขลก เอาน้ำปูมาผสมไข่แล้ว นำไปต้มก็จะเป็นก้อนลอยเหมือนฟองน้ำ ความสำคัญของบุ๊นรีลกัวอยู่ที่น้ำซุป โดยเริ่มจากการต้มกระดูกหมูไว้เป็นน้ำสต๊อก ระหว่างนั้นก็นำหม้ออีกใบ ใส่น้ำมันลงไปผัดกับหอมแดงและกระเทียมสับ ตามด้วยมะเขือเทศเยอะๆ ผัดจนหอม ใส่เกลือ และน้ำตาลทรายนิดหน่อย เมื่อมะเขือนุ่มดีก็นำน้ำสต๊อกมาเทใส่ ใส่เต้าหู้ทอด
ตลาดสิงคโปร์ โดดเด่นมากเรื่องศูนย์อาหารหาบเร่ และไม่ได้มีแต่ข้าวมันไก่ สิงคโปร์ มีประชากร 5 ล้านกว่า เป็นประชากรดั้งเดิมของตัวเองจริงๆ แค่ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งเป็นคนต่างชาติที่เข้าไปทำงานและได้รับสัญชาติ หรือได้รับสิทธิพำนักถาวร สิงคโปร์ เป็นเกาะ เป็นเมืองหลวง และเป็นประเทศในคราวเดียวกัน มีพื้นที่ 722.5 ตารางกิโลเมตร คนไทยชอบทึกทักว่าสิงคโปร์เล็กกว่าภูเก็ต อันนี้ไม่ถูกนะ ภูเก็ตมีพื้นที่แค่ 576 ตารางกิโลเมตร ถ้าเอาให้ใกล้เคียง คือ สิงคโปร์มีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ใหญ่กว่าเมืองนนท์หน่อยหนึ่ง หรือราว 3 ใน 4 ของจังหวัดสมุทรสาคร แต่ประเทศเล็กๆ ทั้งที่ดินและประชากรนี้ มีรายได้สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประเทศโลกที่หนึ่งสมบูรณ์แบบ คือคนมีรายได้สูง ประเทศพัฒนาเต็มที่ การศึกษามีคุณภาพ และเห็นเล็กๆ อย่างนี้ สิงคโปร์มีคนไปเยี่ยมเยียนปีละเกือบ 20 ล้านคน เกือบเท่าที่มาประเทศไทย เป็นประเทศที่มีผู้เยี่ยมเยียนสูงอันดับ 4 ของโลก ที่จริงสิงคโปร์ไม่ใช่ประเทศเดียวที่เป็นแบบนี้ ฮ่องกง ซึ่งมีประชากร 7 ล้านคน และเป็นเกาะขนาด 1,104 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าอยุธยาหน่อยหนึ่ง ก็มีคนเยี่ยมเยียนปีละเกื
พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์สืบทอดนับพันปี ล้างพระพักตร์ “พระมหามัยมุนี-พระพุทธรูปมีชีวิต” หากใครมีโอกาสไปท่องเที่ยวที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เชื่อว่าต้องไม่พลาดที่จะเข้าร่วมพิธีล้างพระพักตร์ “พระมหามัยมุนี” 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของชาวเมียนมา จากบันทึกประวัติศาสตร์ที่ปรากฏ ระบุไว้ “พระมหามัยมุนี” เป็นพระพุทธรูปหล่อทองสำริด ปางมารวิชัยทรงเครื่อง หน้าตักกว้าง 9 ฟุต สูง 12 ฟุต สร้างขึ้นในราว พ.ศ. 688 โดยพระเจ้าจันทสุริยะ กษัตริย์แห่งเมืองธรรมวดี แคว้นยะไข่ ซึ่งทรงศรัทธาในองค์พระพุทธเจ้าอย่างมาก จึงได้สร้างพระพุทธรูปเพื่อเป็นตัวแทนของพระองค์ขึ้น เมื่อกาลเวลาล่วงมาถึง พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุง ซึ่งเป็นกษัตริย์พม่าได้ไปตีเมืองยะไข่ และอัญเชิญพระพุทธมหามัยมุนี ข้ามแม่น้ำอิรวดีมาประทับที่มัณฑะเลย์ได้สำเร็จ ปัจจุบันองค์พระประดิษฐานอยู่ที่ “วัดมหามัยมุนี” ในเมืองมัณฑะเลย์ กล่าวสำหรับความเชื่อของชาวเมียนมานั้น เชื่อกันว่าพระมหามัยมุนี เป็นพระพุทธรูปมีชีวิต เพราะพระพุทธเจ้าได้ประทาน “ลมหายใจศักดิ์สิทธิ์”เข้าไปในพระวรกายของพระพุทธรูปองค์นี้ ซึ่งความเชื่อนี้เอง ที่เป็นต้นกำเนิดของ “พิธีล้างพระพั
ระยองได้ 2 เศรษฐีใหม่ โคตรเฮงแพ็กคู่ ถูกรางวัลที่ 1 รวยรวมกันถึง 18 ล้าน ระยองได้ 2 เศรษฐีใหม่ เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 16 ก.พ. ร.ต.อ.ปริชญา เอียดแก้ว ร้อยเวร สภ.เมือง ระยอง ได้รับแจ้งจากผู้ที่ถูกรางวัลที่1 สลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 ก.พ.62 ถึง 2 ราย เศรษฐีใหม่คนแรก ชื่อนายอ๊อด รุ่งโรจน์ อายุ 49 ปี นำสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 074824 งวดประจำวันที่16 ก.พ.62 มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ว่าได้ถูกรางวัลที่ 1 หลังตรวจสอบว่าหมายเลขตรงกับผลการออกรางวัลที่1 จึงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน นายอ๊อด ผู้โชคดี ได้เปิดเผยเพียงสั้นๆว่า ดีใจมากเตรียมนำเงินไว้ใช้จ่ายภายในครอบครัว ก่อนจะรีบเดินทางกลับไปทันที ผ่านไป10นาที ปรากฎว่า เศรษฐีใหม่รายที่ 2 ก็ตามมาติดๆ คือ นายวิฑูรย์ ลีดี อายุ 52 ปี เดินเข้ามาแล้วนำสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 074824 ชุดที่ 7 งวดวันที่ 16 ก.พ.62 จำนวน 1 ใบ มาแจ้งความ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังตรวจสอบว่าตรงกับรางวัลที่ 1 จึงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน นายวิฑูรย์ ลีดี อายุ 52 ปี ผู้โชคดี เปิดเผยว่าซื้อเลขในจ.ระยอง โดยที่ไม่คาดคิดว่าจะถูกรางวัลใหญ่ เพ
หลายคนมีร้านโปรดเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางร้านโปรด ร้านของหวานเจ้าประจำในห้าง ร้านอาหารที่มักไปผูกปิ่นโตด้วย หรือ ร้านขายเครื่องดื่ม ที่เป็นร้านขวัญใจในรั้วมหาวิทยาลัย “ร้านมุมอร่อย” ร้านคีออสเล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณตึก 8 ภายในมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จำหน่ายน้ำ ขนม และอาหารราคาถูกให้บรรดานักศึกษา อาจารย์และบุคคลทั่วไป โดยมีเหล่าคุณลุง คุณป้า ท่าทางคุยเก่ง เป็นมิตรกับลูกค้า และ ลูกมืออีกหนึ่งคน อยู่ประจำร้าน ลุงจี๊ด – กิตติพัฒน์ แสงอุทัย วัย 60 ปี กับ ลุงเล็ก – นันทพงศ์ สิงหราไช วัย 59 ปี มือชงเครื่องดื่มประจำร้าน ป้าเล็ก – สุรัมภา ปิยวชิรานนท์ วัย 59 ปี กับ พี่นิ่ม – มณี สุวรรณวงศ์ วัย 53 ปี รับผิดชอบในการจำหน่ายอาหารและขนมต่างๆ และ ป้าจ๋อม – ภารดี ทองสง่า วัย 58 ปี ทำหน้าที่รับออร์เดอร์และคิดเงิน ป้าจ๋อม ให้สัมภาษณ์สั้นๆกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ก่อนที่จะมารวมตัวกันทำร้านคีออสเล็กๆ ภายในมหาวทิยาลัยแห่งนี้ แต่ละคนทำอืชีพอื่นกันมาก่อน ส่วนตนเอง เคยทำธุรกิจเกี่ยวกับตกแต่งภายใน ขายผ้าม่าน พอมีคนรู้จักเขาประมูลพื้นที่ขายของในมหาวิทยาลัยได้ ก็มาไถ่ถาม ตนเลยชักชวนคนอื
บรรดาพืชที่ให้ประโยชน์ใช้งานทุกส่วน นอกจากกล้วย ต้นจาก และมะพร้าวแล้ว อีกอย่างหนึ่งเห็นจะเป็น ต้นตาล (Toddy palm) นะครับ แม้เดี๋ยวนี้พอพูดถึงต้นตาลก็มักคิดถึงแต่เพชรบุรี ทว่า สมัยก่อน ตาลปลูกกันทั่วไป แถบอีสานก็ปรากฏชื่อ “บ้านโตนด” มากมายหลายแห่ง มันเป็นคำเขมรที่ใช้เรียกต้นตาลนั่นเอง ผลผลิตสำคัญของต้นตาลก็คือน้ำตาล ซึ่งอาจคิดเล่นๆ ได้ว่ามันคงเป็นของหวานชนิดแรกๆ ที่ผู้คนแถบภาคกลางขึ้นไปเอามาใช้กระมัง ถึงได้เรียกติดปากว่าน้ำ “ตาล” ไงล่ะครับ นอกจากน้ำตาลจากงวงตาล ยังมีลูกตาล ที่กินได้ตั้งแต่ลอนตาลอ่อน จาวตาล น้ำเนื้อจากเนื้อใต้เปลือกตาลเอามาทำขนมตาล หัวตาลอ่อนฝานหรือขูดฝอยทำแกงคั่วหรือยำใส่ใบอ่อนมะสังแบบปักษ์ใต้ ยังไม่ต้องนึกถึงลำต้นตาลทำครกทำสาก หรือใบตาลทำพัด และตาลปัตรของพระภิกษุสงฆ์ ทางตาลแห้งเอาทำเก้าอี้ ฯลฯ นะครับ ในบรรดาเหล่านี้ ผมชอบเอาหัวตาลอ่อนมาแกงคั่วกินที่สุดเลย ถ้าใครไปเที่ยวเมืองเพชร แล้วแวะกินข้าวแกงข้างทาง ก็มักจะเปิดเจอหม้อหนึ่งเสมอที่เป็นแกงคั่วกะทิสีส้มอ่อนๆ ไม่มันมาก อาจแกงหมูย่าง ปลาย่าง กับหัวตาลอ่อน ที่แม่ค้าจะต้มจนเหลือรสขมฝาดบางๆ เจือหวานมัน เป็นสำรับขึ้นชื่อของข
