เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เครื่องพิมพ์สามมิติ (3D Printer) ยังถูกมองเป็นแค่ของเล่นสำหรับสายเทคหรืออุปกรณ์ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เท่านั้น แต่วันนี้เครื่องพิมพ์สามมิติราคาย่อมเยาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานในบ้าน กำลังกลายเป็นเครื่องมือสร้างรายได้จริง รายงาน Wohlers Report 2026 ระบุว่ารายได้รวมของอุตสาหกรรมการพิมพ์สามมิติทั่วโลกในปี 2025 แตะระดับ 24,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 812,466 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่บริษัทวิจัยตลาดอย่าง Fortune Business Insights และ Grand View Research ต่างคาดการณ์ตรงกันว่ามูลค่าตลาดจะเติบโตต่อเนื่องด้วยอัตราเฉลี่ยปีละ 20% ขึ้นไป และอาจแตะหลักแสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2033-2034 โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด ด้วยอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ยเกือบ 20% ต่อปีในกลุ่มผู้ประกอบการ สิ่งที่น่าสนใจคือ การเติบโตนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมการบินหรือยานยนต์เท่านั้น แต่ยังกระจายไปถึงผู้ประกอบการรายย่อยที่ทำธุรกิจจากบ้านด้วยเครื่องพิมพ์เพียงหนึ่งหรือสองเครื่อง แพลตฟอร์มอย่าง Shopify ระบุว่าธุ
นึกภาพของคาปิบาร่าที่นอนแช่น้ำร้อนเฉยๆ ท่ามกลางนกที่เกาะหัว ลิงกำลังนั่งบนหลัง หรือจระเข้ที่ลอยอยู่ข้างๆ แบบไม่มีใครสนใจใคร ตอนนี้คาปิบาร่ากลายเป็นสัตว์ที่อินเตอร์เน็ตหลงรัก และคำว่า “Capybara Mode” ก็กำลังกลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่คนวัยทำงานทั่วโลกหยิบมาใช้เตือนสติตัวเอง แล้ว Capybara Mode คืออะไร Capybara Mode ตัวแม่ไม่แคร์เวิร์ล พูดง่ายๆ Capybara Mode คือการใช้ชีวิตแบบชิล ไม่แคร์ดราม่า ตามสไตล์คาปิบาร่า สัตว์ที่ขึ้นชื่อว่าใจเย็นที่สุดในโลกสัตว์ป่า มีคนบนโลกออนไลน์เอาคอนเซ็ปต์นี้มาปรับใช้กับชีวิตจริง โดยเฉพาะในที่ทำงาน มีบล็อกเกอร์คนหนึ่งอธิบายไอเดียนี้ไว้ชัดเจนว่า Capybara Mode เมื่อใช้ในที่ทำงานหมายถึง การใจเย็นและปฏิเสธงานที่ไม่จำเป็น ทำงานของตัวเองให้ดี เป็นมิตรกับทุกคน แต่ส่งต่องานที่ไม่เกี่ยวข้องให้คนที่รับผิดชอบจริงๆ พูดอีกแบบคือ ทำหน้าที่ตัวเองให้เต็มที่ แต่ไม่แบกทุกอย่างที่คนอื่นโยนมาให้ และรู้จักขีดเส้นแบ่งระหว่างเวลางานกับเวลาส่วนตัวให้ชัดเจน ไม่ใช่คนที่ตอบแชทงานตอนเที่ยงคืนเพราะรู้สึกผิดที่จะไม่ตอบ ฟังดูคุ้นๆ กับ “quiet quitting” แต่ Capybara Mode มาในเวอร์ชัน
5 ปีที่อิตาลี หรือจะสู้ 78 ปี ที่ซานฟรานซิสโก นี่ก็สมูทเหมือนกันนะ จากร้านไอศกรีมเล็กๆ ในซานฟรานซิสโก สู่ Swensen’s แบรนด์ที่คนทั้งโลกรัก เรื่องราวกว่า 78 ปีที่ไม่ได้หวานมาตลอด หากพูดถึงร้านไอศกรีมที่อยู่ในความทรงจำของคนไทย หลายคนคงนึกถึง Swensen’s เป็นชื่อแรกๆ ไม่ว่าจะเป็นการฉลองวันเกิด การพาครอบครัวไปทานของหวาน หรือเมนูซันเดย์ที่กลายเป็นภาพจำของหลายเจเนอเรชัน แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้ไม่ได้มาจากนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ หากแต่เกิดจากอดีตทหารเรือคนหนึ่งที่เชื่อว่า “ไอศกรีมที่อร่อย” สามารถสร้างความสุขให้ผู้คนได้ เมื่ออดีตทหารเรือตกหลุมรักการทำไอศกรีม Swensen’s ก่อตั้งขึ้นในปี 1948 โดย Earle Swensen อดีตนักดับเพลิงที่ต้องไปเป็นทหารเรือกองทัพสหรัฐฯ ตอนช่วงรบสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งบนเรือรบที่เขาประจำการอยู่นั้น มีเครื่องทำไอศกรีมไว้แจกจ่ายทหาร เขาจึงได้เรียนรู้การทำไอศกรีมระหว่างปฏิบัติหน้าที่บนเรือนั้น หลังปลดประจำการ เขาจึงนำความชอบและความเชี่ยวชาญนี้มาเปิดร้านไอศกรีมร้านแรกที่ซานฟรานซิสโกในปี 1948 ด้วยเชื่อว่า หากใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุด ทำไอศกรีมด้วยคว
ในอดีตชานมไข่มุกอาจเป็นเครื่องดื่มรางวัลชีวิตหนึ่งเดียวที่คนพอจะนึกออก เมื่ออยากเติมความหวานให้ร่างกาย แต่การดื่มชานมมากเกินไปก็สร้างภาระให้ร่างกายไม่น้อย แต่พอมีเครื่องดื่มอย่างโยเกิร์ตสมูทตี้ที่ทั้งอร่อย และเติมหวานทดแทนกันได้ การมอบรางวัลชีวิตแบบรักสุขภาพก็เป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภค หากจะเจาะลงไปในตลาดโยเกิร์ตสมูทตี้ทั่วโลก มีการประเมินว่ามีมูลค่ากว่า 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อ้างอิงจากตัวเลขของ fortunebusiness) หรือราว 1.7 ล้านบาท การเติบโตของตลาดมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับอาหารที่มีโปรไบโอติกสูง หาอาหารทดแทนมื้ออาหาร และเทรนด์รักสุขภาพ คาดว่าจะเติบโตเกิน 71,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2031 โดยที่อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) จะอยู่ที่ 6-9% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด (มากกว่า 40%) ในขณะที่อเมริกาเหนือยังคงเป็นตลาดหลักสำหรับสมูทตี้โยเกิร์ต เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมสูตรที่มีน้ำตาลต่ำและโปรตีนสูง YoPPa Yogurt แบรนด์โยเกิร์ตเพื่อสุขภาพสไตล์เกาหลี ของนักแสดงชื่อดัง “ญดา” นริลญา กุลมงคลเพชร คืออีกหนึ่งแบรนด์ที่มาปลุกกระแส
“คนซื้อไม่บ่น คนบ่นไม่ซื้อ” “ถ้าแพง แปลว่าเราไม่ใช่ target” การตัดจบด้วยประโยคเหล่านี้กำลังทำให้ร้านที่ราคา overpriced กลายเป็นเรื่องปกติ และคนที่ซื้อไม่ได้ถูกทิ้งให้ตกขบวน? คุณได้สังเกตหรือไม่ว่า มัตจะแก้วหนึ่งในมือตอนนี้ ราคาแก้วละ 3-4 ร้อยบาท กาแฟกับโดนัทที่ไว้ทานคู่มื้อเช้าอีกเกิน 2-3 ร้อย แต่ค่าแรงขั้นต่ำของคนไทยอยู่ที่ราว 350 บาท นั่นแปลว่าทำงานทั้งวันซื้อได้แค่มัตจะแก้วเดียว แล้วคนที่ไม่สามารถเข้าถึงสินค้าในกระแสตามราคานี้ได้ คือคนที่จะถูกมองว่าไม่อินเทรนด์ ล้าหลัง หรือแม้แต่ใครที่กล้าตั้งคำถามกับ ‘ราคา’ ก็จะถูกผลักให้เป็นคนชายขอบ ที่ไม่มีกำลังซื้อสินค้าระดับพรีเมียมเช่นนี้ Overpriced ในเชิงเศรษฐศาสตร์ คืออะไร ในทางเศรษฐศาสตร์ คำว่า “Overpriced” หมายถึง สินค้าที่ตั้งราคาสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงหรือสูงกว่าที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่เต็มใจจะจ่ายเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ (Perceived Value และ Willingness to Pay) ซึ่งอาจเกิดจากอำนาจทางการตลาด การสร้างภาพลักษณ์ หรือการปั่นกระแสมากกว่าคุณค่าที่แท้จริงของสินค้าเอง เศรษฐศาสตร์ไม่ได้มีสูตรตายตัวว่าสินค้าชิ้นไหนแพงเกินจริง เพราะราคาสินค้าขึ้
มาใหม่อีกแล้ว แว้บแรกอาจจะยัง ทุกแว้บใช่เลย ท็อปปิ้งไวรัลใหม่ที่หน้าตาแปลกประหลาดไปสักนิด แต่ฮิตแบบงง ๆ ช่วงนี้ใครไถฟีด TikTok ช่วงนี้คงเจอผ่านตากันบ้างแล้ว กับเค้ก เครื่องดื่ม หรือเบเกอรี่ที่โรยหน้าด้วยเส้นสีดำบางๆ หยิกงอ หน้าตาคล้าย…เส้นผม จนกลายเป็นท็อปปิ้งไวรัลที่คนแห่ลองกันทั้งที่ยังงงอยู่ว่ามันคืออะไรกันแน่ วันนี้จะพาไปเปิดที่มาของ “สาหร่ายเส้นผม” ว่าคืออะไร ทำไมถึงถูกยกให้เป็นอาหารมงคล จริงๆ แล้วคำว่าสาหร่ายเส้นผมเป็นชื่อเรียกรวมๆ ที่ครอบคลุมสิ่งมีชีวิตหน้าตาคล้ายเส้นผมหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็มีที่มาต่างกันสุดขั้ว มีทั้ง 1. ฟ่าไช่ (髮菜) หรือ Nostoc flagelliforme คือพระเอกของบทความนี้ และเป็นตัวที่กำลังฮิตในโซเชียล มันไม่ใช่พืชหรือสาหร่ายทะเลอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่จัดอยู่ในกลุ่มไซยาโนแบคทีเรีย เติบโตอยู่ในทะเลทรายแถบมณฑลกานซู ซินเจียง มองโกเลียใน ของจีน ทนร้อน ทนหนาว ทนแล้ง พอเก็บเกี่ยวมาตากแห้งแล้วจะออกมาเป็นเส้นสีดำเล็กๆ หยิกงอ คล้ายเส้นผมมนุษย์แบบเป๊ะ 2. สาหร่ายผมนาง (Gracilaria fisheri) ของดีฝั่งภาคใต้บ้านเรา เป็นสาหร่ายทะเลสีน้ำตาลอมแดง เส้นฝอยยาวกรุบกรอบ พบมากแถ
วันหนึ่งนั่งเบนซ์ไปโรงเรียน… อีกไม่กี่ปีต่อมา ครอบครัวโดนยึดทรัพย์จนไม่เหลืออะไรปี 2540 วิกฤตต้มยำกุ้งพัดพาธุรกิจของครอบครัวล้มทั้งยืน.จากลูกชายที่เลือกเรียนคณะวิศวกรรมเพราะเท่ กลายเป็นคนที่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทุกอย่างแต่สิ่งที่ไม่มีใครยึดไปได้ คือ “ความซื่อสัตย์ ขยัน และอดทน” ที่พ่อแม่สอนมาตั้งแต่เด็ก.วันนี้ คุณปรีชา กุลไพศาลธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เปี่ยมสุข พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จะมาเล่าให้ฟังว่า…จากจุดที่เจ็บที่สุดในชีวิต เขาพลิกกลับมากอบกู้ธุรกิจครอบครัวได้อย่างไร.ดูคลิปเต็มได้เลย | จุดเริ่มเจ็บ
นี่คือตัวอย่างกรณีศึกษาของธุรกิจที่ ยอดขายปัง แต่สะดุดเพราะระบบหลังบ้าน ความสำคัญของ Cash Flow และระบบบัญชีต้นทุนที่ผู้ประกอบการห้ามมองข้าม เกิดเป็นกระแสข่าวที่คนกำลังให้ความสนใจอย่างมาก จากข่าวการประสบปัญหากระแสเงินสดตึงตัวจนเกิดการจ่ายเงินเดือนล่าช้าของร้านอาหารชื่อดังอย่าง “เนื้อแท้” ที่มีอดีตนักร้องนำวง Silly Fools (วีรชน ศรัทธายิ่ง หรือบังโต) นั่งแท่นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัท คอมพานี บี จำกัด กลายเป็นข่าวที่กำลังสร้างความตกใจให้แก่วงการธุรกิจไม่น้อย เพราะภาพลักษณ์ภายนอกคือแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จและมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากสินค้าไม่ดีหรือไม่มีลูกค้า แต่เกิดจากแผลในบ้าน ที่ผู้ประกอบการทุกคนสามารถนำมาถอดบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับธุรกิจของตนเองได้ ผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี ของบริษัท คอมพานี บี จำกัด ปี 2565 รายได้รวม 333 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2.3 ล้านบาท ปี 2566 รายได้รวม 504 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13 ล้านบาท ปี 2567 รายได้รวม 635 ล้านบาท กำไรสุทธิ 16 ล้านบาท 1. ยอดขายโต ≠ กำไร กับดักของการคำนวณต้นทุนผิดพลาด ผู้บริหารเนื้อแท้ได้ออ
ท่ามกลางความวุ่นวายในกรุงเทพฯ ลึกเข้าไปในซอยจรัญ 13 แถวๆ นั้นจะมีร้านอาหารใต้สไตล์ชุมพรอยู่ร้านหนึ่ง ถ้าไม่ได้ตั้งใจมาจริงๆ ยังไงก็หาไม่เจอ ในบริบทที่บอกนี้ ผู้เขียนไม่ได้หมายความว่า “เป็นร้านลับ” แต่อย่างใด แต่ร้านนี้เขามีซิกเนเจอร์ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง ปิดตา หรือ Pidta.Bkk ร้านอาหารใต้สไตล์ชุมพรของสองแม่ลูกคู่ซี้ ที่เปิดขายอยู่ในซอยพาณิชยการธนบุรี 11 เดินเข้าไปในซอยเจอกับบ้านปูนผสมไม้ 2 ชั้น รั้วหน้าบ้านสีเขียว มีต้นไม้ใหญ่ดูร่มรื่นอยู่หน้าบ้าน เมื่อเปิดประตูรั้วเข้าไป สิ่งแรกที่จะออกมาทักทายก่อนใคร ยกให้กับเจ้าตูบสีขาว ชื่อว่า “ความสุข” รีบวิ่งออกมารับรองแขกที่มาเยี่ยมทันที พอเดินเข้าไปก็ได้เจอกับ คุณต่วย-ธีฆา พุ่มภักดี อายุ 39 ปี และ แม่ตุ๊-ชเนตตา พุ่มภักดี อายุ 78 ปี เจ้าของร้านตัวจริงเดินออกมาต้อนรับอย่างอบอุ่น ระหว่างนั้นก็ได้ทักทายพูดคุยถึงการเดินทางต่างๆ จนมาถึงคำถามเกี่ยวกับการเริ่มต้นของร้านนี้ คุณต่วยและแม่ตุ๊หันมองหน้ากันแล้วเล่าให้เราฟังว่า แม่ตุ๊จบวิทยาศาสตร์การพิมพ์แล้วเกษียณงานมาตอนอายุ 73 ปี อยู่บ้านเพียงลำพังกับน้องความสุข เขาเลยคิดว่า อยากจะหาอะไรให้แม่ทำ ไม่อยากให้อย
หากใครบินไปอิตาลี ต้องรู้เป็นอย่างแน่นอนว่ามีคาเฟ่และร้านขนมระดับตำนานเมืองมิลานที่ห้ามพลาดอยู่ นั่นก็คือ COVA ตั้งอยู่บนถนนแฟชั่นสาย ถนนมอนเตนาโปเลโอเน เลขที่ 8 และในวันนี้ได้ยกทัพมาเปิดถึงกรุงเทพมหานครแล้ว สรุป 5 อินไซต์สำคัญ ที่จะทำให้คุณรู้จักแบรนด์ระดับตำนานนี้ 1. แบรนด์อายุ 200 กว่าปี COVA (หรือชื่อเต็มๆ คือ Caffè-Pasticceria Cova) คาเฟ่และร้านขนมหวานระดับตำนานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี ของประเทศอิตาลี มีต้นกำเนิดในปี 1817 ใกล้กับโรงอุปรากร Teatro alla Scala ก่อนย้ายมาตั้งอยู่บนถนน Via Montenapoleone ย่านแฟชั่นชื่อดังในปี 1950 2. เกร็ดความ (ไม่) รู้ แบรนด์นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของเครือ LVMH กลุ่มบริษัทสินค้าหรูระดับโลก พูดง่ายๆ คือเป็นญาติห่างๆ กับ Louis Vuitton, Celine, Moët & Chandon นั่นเอง ซึ่งใครจะคิดว่าร้านขนมเล็กๆ ข้างโรงโอเปร่าเมื่อ 200 ปีก่อน จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรลักชัวรีระดับโลกได้ และปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 35 สาขาทั่วโลก 3. การนำเข้ามาเปิดในประเทศไทย เบื้องหลังการมาไทยครั้งนี้คือ บริษัท บุญลาโภ จำกัด ที่ใช้เวลาหารือกับพาร์ตเนอร์ราว 6 เดือน จนได้ข
