แกร็บ
อดีตแม่ค้าขนมไทย ผันตัวเป็นไรเดอร์ ขับจน ปลดหนี้นอกระบบ – ส่งลูกสาวเรียนจนจบ ป.ตรี ปลดหนี้ – สายใยแห่งความรักและความผูกพัน เป็นแรงผลักดันที่ทำให้คนคนหนึ่งยอมลำบากและสามารถเสียสละความสุขของตัวเอง เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับอีกฝ่าย คุณแม่นักสู้ ทำงานปลดหนี้เพื่อ “อนาคตที่ดีของลูก” คุณหมอน–ศรีสมร เจริญสุข คุณแม่ลูกสองวัย 57 ปีจากเชียงราย เล่าให้ฟังถึงชีวิตของการเป็นแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพังตั้งแต่ลูกสาวคนเล็กอายุได้เพียง 3 ขวบ ว่า แต่ก่อนเธอหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการทำขนมไทยขาย แต่ด้วยภาระค่าใช้จ่ายที่มากมายทำให้เธอต้องไปกู้เงินนอกระบบมาเพื่อใช้หมุนเวียนในครอบครัวจนกลายเป็นหนี้ก้อนโต รายได้ในแต่ละวันที่หามาได้กลายเป็นเงินที่พอใช้อยู่รอดไปวันๆ จนเมื่อเกิดวิกฤตโควิด ชีวิตของคุณหมอนต้องถึงจุดพลิกผัน เมื่อรายได้จากขายขนมเริ่มไม่เพียงพอ และลูกสาวคนเล็กกำลังจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก “ในวันที่ลูกสาวบอกว่าสอบติดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในสาขาวิชาแอนนิเมชันและวิชวลเอฟเฟกต์ พี่ทั้งปลื้มใจและภูมิใจในตัวเขามาก” “แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเครียดและกดดัน เพราะรู้ว่าส
แกร็บ หนุน คนละครึ่ง เฟส 5 หั่นค่าคอมฯ เหลือ 9% อัดสิทธิประโยชน์-สินเชื่อร้านอาหาร หวังกระตุ้นกำลังซื้อ วันที่ 11 ส.ค. 2565 นายอเลฮานโดร โอโซริโอ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มกำลังซื้อให้กับคนไทย แกร็บ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี่จึงได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในเฟส 3 และ 4 ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีจากทั้งผู้ใช้บริการและพาร์ตเนอร์ร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายสูงสุดของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในเฟส 4 ผ่านแกร็บฟู้ดเติบโตถึง 13 เท่า และเพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคท่ามกลางสถานการณ์ที่เศรษฐกิจยังคงมีความผันผวนสูง แกร็บจึงได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในเฟส 5 ซึ่งครอบคลุมผู้ได้รับสิทธิจำนวน 26.5 ล้านคน (คนละ 800 บาท ใช้จ่ายไม่เกิน 150 บาทต่อวัน) พร้อมร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารอย่างเต็มที่ด้วยการมอบสิทธิประโยชน์และแคมเปญการตลาดที่จัดเต็มตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ” สำหรับโครงการ “คนละครึ่ง” ในเฟส 5 นี้ แกร็บเตรียมมอบสิทธิพิเศษต่างๆ ให้กับพาร์ตเนอร์ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการฯ แบบจัดเต็ม อาทิ ส่
รวมวิธีสมัคร ไรเดอร์ หรือ พนักงานรับส่งอาหาร เลือกเลยค่ายไหนดี ปฏิเสธไม่ได้ว่า อาชีพไรเดอร์ หรือ พนักงานรับส่งอาหาร กลายเป็นงานยอดนิยมที่ใครๆ ก็ทำกัน เพราะสามารถสร้างรายได้อย่างงาม ไม่มีเวลาตายตัว หากมีเวลาว่าง ก็สามารถกดรับงานจากแอพพลิเคชั่นดีลิเวอรี่ที่สังกัดได้ โดยไม่เบียดเบียนเวลางานประจำ เราจึงได้เห็นพนักงานหลายๆ คนหันมาเป็นไรเดอร์กันพรึ่บพรั่บ ยิ่งในช่วงวิกฤตโควิด-19 เป็นตัวเร่ง ส่งเสริมพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทำให้การมาของฟู้ดเดลิเวอร์รี่เติบโต ผุดเป็นดอกเห็ด อาชีพไรเดอร์จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่สามารถสร้างรายได้ และยังถือว่าเป็นงานอิสระ ที่ใครๆ ก็สามารถกระโดดเข้ามาสร้างอาชีพได้ง่ายๆ อ่านเพิ่มเติม อยู่บ้านไม่มีเบื่อ! แนะ 10 อาชีพเสริม หารายได้ช่วงวิกฤต เริ่มต้นง่ายด้วยออนไลน์ มัดรวม วิธีการสมัคร ฟู้ดดีลิเวอรี่ แต่ละค่ายหัก GP กี่เปอร์เซ็นต์ โดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวม วิธีการสมัครเป็นไรเดอร์ มาฝากกัน ดังนี้ 1. ไลน์แมน – ไม่จำกัดเพศ หรือวุฒิ อายุ 18 ปีขึ้นไป เพียงมีใบขับขี่และมอเตอร์ไซค์ – รายได้กว่า 26,000 บาทต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับความขยัน) การันต
คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว สายสตรอง ขายอาหาร-ขับแกร็บ ส่งลูกถึงฝัน เป็นครูสอนดนตรี เมื่อพูดถึง “ผู้หญิง” เชื่อว่าหลายคนอาจให้คำจำกัดความ หรือมองบทบาทของเพศหญิงในมายาคติแบบเดิมๆ ว่าเป็นเพศที่อ่อนแอ อ่อนไหว เป็นช้างเท้าหลัง และต้องการการปกป้องดูแลจากเพศชาย แต่ด้วยบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนการขับเคลื่อนในประเด็นด้านความเท่าเทียมทางเพศ ทำให้ในปัจจุบัน ผู้หญิงได้รับการยอมรับมากขึ้น ทั้งในเรื่องความสามารถ รวมถึงบทบาทหน้าที่ที่มีความสำคัญไม่แตกต่างจากผู้ชาย เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล (8 มีนาคม) ปีนี้ ขอพามาทำความรู้จัก คุณกัน-อณัญญา วิสุทธิสระ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว สายสตรอง ที่สู้อดทน ขยันทำงานหาเงินเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง คุณกัน เลิกลากับสามีตั้งแต่ลูกยังเล็ก ตัดสินใจแยกทางกันโดยไม่มีทรัพย์สินอะไรติดตัวมาเลย หนำซ้ำยังมีภาระหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบ “ตอนนั้นกลัวมากว่าสังคมจะมองเรายังไง เครียดว่าทำไมชีวิตครอบครัวถึงล้มเหลว แต่มัวนั่งท้อคงไม่ได้ เพราะมีลูกต้องดูแล” คุณกัน เล่า เมื่อตั้งปณิธานแน่วแน่ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว จึงตัดสินใจทำธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งทุกวันต้องตื่นตี 3 เพื่อออกไปซื้อของและเตรีย
ลูกชาวนา สู้ชีวิตในกรุงเทพฯ ขับรถจนเก็บเงินไถ่นา คืนให้พ่อได้สำเร็จ คุณฑูร-วิฑูร นามไพร หนุ่มวัย 36 ปี เติบโตมาในครอบครัวชาวนาในจังหวัดร้อยเอ็ด ปัจจุบันยึดอาชีพขับแกร็บแท็กซี่มานานกว่า 6 ปี มองจากภายนอกคงไม่มีใครรู้ได้เลยว่า ใบหน้าของชายคนนี้เคยผ่านคราบน้ำตามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน คุณฑูร เล่าย้อนให้ฟังถึงชีวิตวัยเด็กว่า “พื้นเพครอบครัวผมเป็นชาวนา ด้วยความที่พ่ออยากให้ผมมีโอกาสเข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ เลยส่งผมมาอยู่กับน้าที่ทำอาชีพขับรถส่งนม ก็ได้น้านี่แหละช่วยสอนขับรถให้ การขับรถจึงเป็นทักษะที่ผมถนัดที่สุด” เมื่อโตมา คุณฑูรจึงตัดสินใจยึดการขับรถแท็กซี่เป็นอาชีพโดยเก็บเงินไปดาวน์รถแท็กซี่มือสองมาขับ ตอนขับแรกๆ แทบจะหาลูกค้าไม่ได้ เพราะเป็นคนพูดไม่เก่งเลยไม่มีสังคมในหมู่คนขับแท็กซี่ด้วยกัน ไม่รู้ว่าต้องไปรอจุดไหนเวลาไหนถึงจะได้ลูกค้า รายได้แต่ละวันจึงหมดไปกับค่าน้ำมัน เพราะต้องตระเวนขับรถหาลูกค้า “ชีวิตตอนนั้นผมแทบหมดตัว เพราะค่าใช้จ่ายมีเข้ามาทุกเดือน แต่รายได้ไม่แน่นอน ไหนจะค่าซ่อมรถมือสองที่พังเกือบทุกเดือน ทำให้ผมชักหน้าไม่ถึงหลังจนต้องโทรไปยืมเงินพ่ออยู่เสมอ” คุณฑูร เล่าถึงความล
แกร็บ ยัน เครือเซ็นทรัล ไม่ได้ครอบครองกิจการ แต่คือหนึ่งในผู้ถือหุ้นหลัก วันที่ 2 ธ.ค. 2564 จากกรณีที่มีรายงานข่าวของสื่อมวลชนบางราย เกี่ยวกับกรณีที่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ได้เข้าซื้อหุ้น Porto Worldwide Limited (Porto WW) ในสัดส่วน 67% ซึ่งลงทุนในแกร็บ แท็กซี่ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในสัดส่วน 40% นั้น ได้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณชนว่า CRC จะเข้าถือครองธุรกิจของแกร็บในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ แกร็บ ประเทศไทย ขอยืนยันว่า การดำเนินธุรกรรมทางการเงินดังกล่าวของ CRC ไม่ได้เป็นการครอบครองกิจการของ แกร็บ ประเทศไทย (Takeover) แต่อย่างใด และ เครือเซ็นทรัล (Central Group) ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นหลักใน แกร็บ ประเทศไทย โดยยังคงสัดส่วนการถือหุ้น 40% นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง โดยท่านสามารถอ่านข่าวฉบับเต็มซึ่ง CRC ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ที่ https://www.set.or.th/set/newsdetails.do?newsId=16384015916861&language=th&country=TH
แกร็บ เอาใจแม่ค้าออนไลน์ ผุดบริการ จัดส่งพัสดุด่วนใน 4 ชม. ราคาเหมา 59 บาท วันที่ 17 ส.ค. 2564 นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาดและพันธมิตรธุรกิจ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปในทุกด้าน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หรือการซื้อขายสินค้าออนไลน์ มีอัตราเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งนี้ จากรายงานเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2563 โดย Google, Temasek และ Bain & Company ระบุว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยมีการเติบโตที่รวดเร็วอย่างมีนัยยะสำคัญและเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุด โดยในปี พ.ศ. 2563 มีมูลค่าสูงถึง 9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโตขึ้น 81% จากปีก่อนหน้า และคาดว่าธุรกิจดังกล่าวจะเติบโตถึง 2.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า ล่าสุด แกร็บ ประเทศไทย จึงได้เปิดตัว ‘GrabExpress 4 Hours’ บริการจัดส่งสินค้า-พัสดุภายในระยะเวลา 4 ชั่วโมง ด้วยแกร็บเอ็กซ์เพรส ในราคาเริ่มต้นเพียง 59 บาท เพื่อตอบโจทย์กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในเขตกรุงเทพฯ และ
แม่เลี้ยงเดี่ยว เกือบคิดสั้นเพราะธุรกิจพัง ได้แรงใจจากลูก ฮึดสู้ ขับรถส่งอาหาร เทศกาลวันแม่ในแต่ละปีมักเป็นช่วงเวลาที่แม่ลูกหลายคนได้ใช้เวลาร่วมกัน แต่สำหรับปีนี้ โควิด-19 อาจทำให้หลายครอบครัวไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันเหมือนที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้บทบาทการดูแลครอบครัวของคุณแม่หลายคนท้าทายขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบทางอาชีพก็จำเป็นต้องลองทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อหาทางรอดเมื่อต้องเผชิญวิกฤต คุณญา-อรัญญา สิงห์ทิพย์ วัย 47 ปี คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของ คุณปิ่น-ภัสวณันท์ สิงห์ทิพย์ วัย 18 ปี เล่าให้ฟังว่า เดิมทีเธอเป็นคนจังหวัดยโสธรและย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ กว่า 9 ปีแล้ว โดยอาชีพหลักที่ใช้เลี้ยงชีพมาตลอดคือการขายอาหารตามสั่ง แถวตลาดศรีดินแดง “แม่ชอบทำอาหารมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะซึมซับมาจากคุณยาย ทำเมนูได้หลากหลายทั้งอาหารไทย ขนมไทยและเบเกอรี่ต่างๆ พอโตมาเลยใช้ความรู้ตรงนี้มายึดเป็นอาชีพหารายได้ดูแลครอบครัว และได้ถ่ายทอดให้น้องปิ่นเผื่อว่าวันข้างหน้าจะได้มีวิชาติดตัว” แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อเจอโควิด-19 ทำให้รายได้ค่อยๆ หายไป “ยอมรับว่าเครียดมาก เพราะเรามีภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลในแต่ละเดือน
แกร็บ ผุดโครงการสู้ไปด้วยกัน ทุ่ม 160 ล้าน หนุนร้านอาหาร คนขับ ผู้ป่วย โรงพยาบาล วันที่ 30 ก.ค. 2564 นายอเลฮานโดร โอโซริโอ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “จากสถานการณ์โควิด-19 ภายในประเทศที่ทวีความรุนแรงขึ้น แกร็บ ประเทศไทย ได้เปิดตัวโครงการ ‘สู้ไปด้วยกัน’ เพื่อมุ่งบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตโควิดระลอกที่ 4 ให้กับคนไทยใน 4 กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ ผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้ป่วยและโรงพยาบาล พาร์ตเนอร์คนขับ รวมถึงผู้ใช้บริการและสังคมโดยรวม โดยได้ผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ ทั้งนี้ 4 กิจกรรมหลักภายใต้โครงการ “สู้ไปด้วยกัน” ประกอบด้วย 1. พร้อมใจสู้คู่ร้านค้า : โดยแกร็บร่วมกับ KBank เตรียมให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารผ่านโครงการ “ร่วมด้วย ช่วยเปย์” เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ควบคู่ไปกับการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายและกระแสเงินสดหมุนเวียนให้กับธุรกิจร้านอาหาร มอบเงินสนับสนุนให้กับพาร์ตเนอร์ร้านค้าที่ใช้บัญชีกสิกรไทยในอัตรา 15% ของยอดขายในเดือนสิงหาคม (จำกัดวงเงินสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อร้าน) โดยติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง grabmerchantth.com/grabfood-kbank เตรีย
แกร็บ ออก 4 มาตรการ ช่วยร้านอาหาร ยกเว้นค่าคอมมิชชั่น ตลอดเดือน ก.ค. 64 วันที่ 30 มิ.ย. 2564 นายอเลฮานโดร โอโซริโอ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “จากสถานการณ์ล่าสุดของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้มีการประกาศงดการบริโภคอาหารในร้าน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจร้านอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย แกร็บ ในฐานะผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นฟู้ดดีลิเวอรี่ ได้ปรับแผนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถตอบสนองและรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการได้ ในขณะเดียวกัน ก็ได้พยายามให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการใช้บริการสั่งอาหารออนไลน์เพื่อสร้างยอดขาย ทั้งนี้ 4 มาตรการล่าสุด ประกอบด้วย 1. กระตุ้นการสร้างยอดขายเพื่อช่วยเหลือร้านอาหารขนาดเล็กผ่านแคมเปญ “อุดหนุนร้านค้าคนไทย” ด้วยการมอบส่วนลดค่าส่ง 15 บาท เมื่อสั่งอาหารขั้นต่ำผ่านแกร็บฟู้ด 150 บาท โดยใช้โค้ดส่วนลด “SUPPORT” รวมทั้งสิ้น 217,000 สิทธิ ตลอดเดือนกรกฎาคม 2564 รวมมูลค่ากว่า 3.2 ล้านบาท พร้อมช่วยโปรโมตร้านอาหารขนาดเล็กทั่วประเทศในรูปแบบต่างๆ ผ่านสื่อและแ
