แฟรนไชส์
YoPPa Yogurt แบรนด์โยเกิร์ตเพื่อสุขภาพสไตล์เกาหลี ของนักแสดงชื่อดัง “ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร” การันตีความปังตั้งแต่สาขาแรกที่ สยามสแควร์ ซอย 3 และขยายแรงต่อเนื่องถึง 50 สาขา ภายในเวลาเพียง 3 เดือน จุดขายที่โดดเด่น เน้นเสิร์ฟโยเกิร์ตที่มี “ซิน ไบโอติก” อุดมไปด้วยจุลินทรีย์ดี “โพรไบโอติก” กับ “พรีไบโอติก” อาหารของจุลินทรีย์ ราคาเริ่มต้นเพียง 49 บาท ทำให้ลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่คือกลุ่มวัยเรียน นักศึกษา First Jobber และวัยทำงาน ตัดสินใจซื้อได้ง่าย และกลับมาซื้อซ้ำได้บ่อยครั้ง ร่วมเป็นพาร์ตเนอร์แฟรนไชส์ YoPPa Yogurt ความสำเร็จของ YoPPa Yogurt ทำให้บริษัทตัดสินใจเปิดขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ที่สนใจในราคาเริ่มต้น 280,000 บาท เพื่อหาคู่ค้าในการกระจายสาขาของ YoPPa Yogurt ให้เข้าถึงลูกค้าทั่วกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สิ่งที่จะได้รับ 1. ระบบ Operation : วางระบบการทำงานหน้าร้านและหลังบ้านให้พร้อมเปิดได้ทันที 2. ทีมงานมืออาชีพ คอย Support ให้คำปรึกษาและดูแลตลอดการทำธุรกิจ 3. Training สูตรลับเฉพาะ อบรมการทำเครื่องดื่มทุกเมนูของ YOPPA อย่างเข้มข้น 4. การตลาดจัดเต็ม : ทีม Marketing ช่วยโปรโมต พร้อม คุณ
ในอดีตชานมไข่มุกอาจเป็นเครื่องดื่มรางวัลชีวิตหนึ่งเดียวที่คนพอจะนึกออก เมื่ออยากเติมความหวานให้ร่างกาย แต่การดื่มชานมมากเกินไปก็สร้างภาระให้ร่างกายไม่น้อย แต่พอมีเครื่องดื่มอย่างโยเกิร์ตสมูทตี้ที่ทั้งอร่อย และเติมหวานทดแทนกันได้ การมอบรางวัลชีวิตแบบรักสุขภาพก็เป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภค หากจะเจาะลงไปในตลาดโยเกิร์ตสมูทตี้ทั่วโลก มีการประเมินว่ามีมูลค่ากว่า 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อ้างอิงจากตัวเลขของ fortunebusiness) หรือราว 1.7 ล้านบาท การเติบโตของตลาดมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับอาหารที่มีโปรไบโอติกสูง หาอาหารทดแทนมื้ออาหาร และเทรนด์รักสุขภาพ คาดว่าจะเติบโตเกิน 71,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2031 โดยที่อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) จะอยู่ที่ 6-9% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด (มากกว่า 40%) ในขณะที่อเมริกาเหนือยังคงเป็นตลาดหลักสำหรับสมูทตี้โยเกิร์ต เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมสูตรที่มีน้ำตาลต่ำและโปรตีนสูง YoPPa Yogurt แบรนด์โยเกิร์ตเพื่อสุขภาพสไตล์เกาหลี ของนักแสดงชื่อดัง “ญดา” นริลญา กุลมงคลเพชร คืออีกหนึ่งแบรนด์ที่มาปลุกกระแส
“Blendies” (เบลนดีส์) แบรนด์ไอศกรีมพรีเมียมเจลาโต้สัญชาติไทย เตรียมขยายแฟรนไชส์บุกตลาดฮ่องกง ร่วมกับ MasterBeef Group กลุ่มธุรกิจอาหารจากฮ่องกงที่จดทะเบียนใน Nasdaq Capital Market ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา สะท้อนศักยภาพแบรนด์ไทยที่สามารถก้าวสู่การแข่งขันในตลาดพรีเมียมระดับสากลได้อย่างแข็งแกร่ง เชฟแบม ธนโชติ ธรรมพีร เชฟและผู้ก่อตั้ง Blendies กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ MasterBeef Group ในครั้งนี้ เป็นการขยายแฟรนไซส์ไปต่างประเทศครั้งแรกของ Blendies ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของแบรนด์ภายใต้แนวคิด “Modern Gelato, More Than Gelato” ที่ต้องการให้เจลาโต้เป็นมากกว่าของหวาน ต้องเป็นเจลาโต้คุณภาพสูงที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพ รสชาติเข้มข้นไม่เหมือนใคร และมีความสร้างสรรค์ อีกทั้งยังมีการพัฒนาเทคนิคการผลิตที่เหมาะสมกับสภาพอากาศของเอเชีย ทำให้เจลาโต้ละลายช้าสามารถคงความอร่อยไว้ได้จนคำสุดท้าย ด้วยจุดแข็งทั้งหมดนี้ MasterBeef Group เล็งเห็นถึงศักยภาพจนเลือกให้เราเป็นแบรนด์เจลาโต้ฝีมือคนไทยไปเปิดที่ฮ่องกงในครั้งนี้” เบื้องหลังแนวคิดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Blendies มาจากประสบการณ์อาหา
บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “KEX” ผู้นำด้านการจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย เดินหน้าขยายเครือข่ายพาร์ตเนอร์ทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ เปิดโอกาสให้นักลงทุนและเจ้าของธุรกิจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “ลงทุนน้อย คืนทุนไว ได้แบรนด์แกร่ง” สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างโอกาสทางธุรกิจควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายการให้บริการทั่วประเทศ ปัจจุบัน ตลาด Social Commerce ของไทยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง โดยมีแนวโน้มขยายตัวแตะระดับ 5.3–5.5 แสนล้านบาทในปี 2026 จากการเติบโตของรูปแบบธุรกิจใหม่ อาทิ Live Commerce และ Creator Economy ขณะเดียวกัน Social Commerce ยังมีสัดส่วนราว 25–30% ของตลาดอีคอมเมิร์ซไทยทั้งหมด สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่การค้นหาและตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียโดยตรง อีกทั้งยังคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในอัตรา 7–10% ต่อปี โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากคอนเทนต์วิดีโอ การไลฟ์ขายสินค้า และบทบาทของครีเอเตอร์ที่กลาย
ตลอดระยะเวลา 15 ปี เราได้เห็นการเติบโตของแบรนด์ชานมสไตล์ญี่ปุ่น “KAMU KAMU” (คามุ คามุ) มาอย่างต่อเนื่องจนสามารถขยายสาขาได้มากกว่า 200 แห่ง อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่สร้างความแปลกใหม่ให้กับผู้บริโภคอยู่เสมอ ผ่านเมนูและท็อปปิ้งสุดครีเอต เช่น ชาอู่หลงพีช ท็อปปิ้งครีมชีสและวาราบิโมจิ ที่ฮิตติดตลาดเป็นที่เรียบร้อย แต่รู้หรือไม่ KAMU KAMU เริ่มต้นแบรนด์ในพื้นที่เพียง 4 ตร.ม. โดยเจ้าของที่เรียนจบด้านวิศวะและไม่ชอบดื่มชานมไข่มุก ถึงขนาดที่ว่า “ชีวิตนี้จะไม่กินชานมอีกต่อไป” แต่สุดท้ายเขาก็ได้เริ่มสร้างแบรนด์นี้จนเติบโตมาอย่างยาวนาน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ชวนไปพูดคุยกับ “คุณแทน-ทินกฤต สินทัตตโสภณ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท คามุคามุ จำกัด ถึงเรื่องราวการเริ่มต้น แผนการขยายสาขาสู่ 300 แห่ง ยอดขาย 1 ล้านแก้วต่อเดือน และเป้าหมายสร้างรายได้ 1,000 ล้านบาทภายใน 3 ปี จากร้านเล็ก สู่แบรนด์ที่เติบโต 15 ปี คุณแทนเรียนจบวิศวะและอยากเริ่มต้นหาอะไรทำเป็นของตัวเอง ในตอนแรกเขาทำแบรนด์กาแฟ แต่ “ตลาดชา” เริ่มคึกคักจากหลายแบรนด์ที่เข้ามาเปิดบริการ ประกอบกับมีเพื่อนอยู่ญี่ปุ่นและไต้หวันซึ่งอยากผลักดันวั
หน้าร้อนแบบนี้ ไม่มีอะไรจะขายดีไปกว่าเครื่องดื่มเย็นๆ หรือของหวานที่ช่วยดับกระหายแล้ว ซึ่งตลาดชาในไทยเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2025 มีมูลค่าอยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท นับเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มี 6 แฟรนไชส์น่าลงทุนมาแนะนำกัน ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจชานมไข่มุก โยเกิร์ตปั่น หรือบิงซูเกล็ดหิมะ เป็นต้น เหมาะกับการขายที่ทำเลพลุกพล่าน อย่าง หน้าโรงเรียน ใกล้สำนักงานออฟฟิศ ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น กงสี ทีบาร์ แฟรนไชส์ชานมไข่มุกสัญชาติไทย ราคาเริ่มต้น 20 บาท มีเมนูให้เลือกกว่า 60 เมนู โดยใช้ใบชาจากไต้หวันจะมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานกับความเป็นชาปักษ์ใต้แท้ๆ ของแบรนด์ จนได้รับการตอบรับจากลูกค้ามากมาย รวมถึงไข่มุกที่มีความเหนียว นุ่ม หนึบ ไม่เหมือนใคร และยังมีบุกน้ำตาล บุกน้ำผึ้ง บุกบราวร์ชูการ์ ซอสบราวร์ชูก้า ครีมชีส และเจลลี่ผลไม้ เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้เกิดจากความหลงใหลในการดื่มชา จนอยากพัฒนาสูตรและเปิดแบรนด์ของตัวเอง จึงกลายเป็นกงสี ภายใต้การทำธุรกิจแบบครอบคร
SME D Bank เปิดตัวสินเชื่อ “เถ้าแก่แฟรนไชส์” เปิดโอกาสผู้สนใจมีเงินลงทุนซื้อแฟรนไชส์ชั้นนำที่มีมาตรฐาน ชูดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุดถึง 3 ล้านบาท หากกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และไม่ต้องมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมาก่อน ช่วยกระตุ้น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดตัว สินเชื่อ “เถ้าแก่แฟรนไชส์” สร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการรายเล็ก หรือผู้ประกอบการรายเดิม ให้สามารถเป็นเจ้าของกิจการ หรือต่อยอดขยายการลงทุนสร้างธุรกิจใหม่ ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อลงทุนเป็นแฟรนไชซี (Franchisee) กับเจ้าของแบรนด์แฟรนไชส์ (Franchisor) ที่มีชื่อเสียงและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน และหากกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมาก่อน ในโครงการสินเชื่อนี้ ธนาคารจับมือกับเจ้าของแบรนด์แฟรนไชส์ (Franch
สำหรับใครที่อยากเป็นเป็นเจ้าของธุรกิจ บอกเลยว่าต้องกล้าที่จะลงมือทำ ซึ่งปัจจุบันมีธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้คัดเลือก 6 แฟรนไชส์น่าลงทุนประจำเดือนกุมภาพันธ์ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจสตรีตฟู้ด ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงธุรกิจของหวาน ลงทุนน้อย คืนทุนไว พร้อมแนะนำทำเลที่น่าสนใจ ธงไชย ผัดไทย “ผัดไทย” ถือเป็นหนึ่งในซอฟพาวเวอร์อาหารประจำชาติไทย โดย “ธงไชย ผัดไทย” เป็นแฟรนไชส์อาหารสตรีตฟู้ด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2559 เจ้าของคือ คุณชาลี พิยดานนท์ โดยทางร้านจะใช้กรรมวิธีแบบโบราณมากกว่า 60 ปี ทางร้านใช้เส้นจันท์สูตรก๋วยเตี๋ยวแห้งแบบโบราณ มีความเหนียวนุ่ม หอมอร่อย โดยกลยุทธ์ของธงไชย ผัดไทย คือ ไม่ต้องมีประสบการณ์ก็เปิดร้านได้ มีซอสผัดกะเพราและซอสผัดไทยสำเร็จรูปพร้อมใช้งานทันที ปัจจุบันขยายไปแล้วกว่า 989 สาขา ทั้งในไทยและต่างประเทศ สาขาแรกเปิดที่ ซอยเซ็นหลุยส์ ถนนจันทน์ รูปแบบการลงทุน 1. SAVE 9,000 บาท สิ่งที่ได้รับ ได้แก่ เมนูอาหาร, อุปกรณ์การขาย กระทะเหล็กแท้ คุณภาพดี ฯลฯ 2. NORMAL 19,000 บาท สิ่งที่ได้รับ ได้แก่ ป้ายชื่อร้านแบบมาตรฐาน, เมนูอาหาร, อุปก
บทความโดย : อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูแฟรนไชส์ ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังคงอ่อนแรง หลายบริษัททยอยลดคน ลดสาขา และลดต้นทุน การ “ตกงาน” จึงไม่ได้เกิดเฉพาะกับแรงงานระดับล่างเท่านั้น แต่ลามไปถึงระดับกลางและผู้บริหาร หลายคนอาจไม่เคยคิดมาก่อนว่า วันหนึ่งเราจะต้องกลับมาทบทวนอนาคตของตัวเองโดยไม่มี “บริษัท” อยู่ข้างหลัง เมื่อโอกาสในระบบลูกจ้างหดตัวลง คำถามสำคัญคือ “เราจะเริ่มต้นใหม่อย่างไร” ในขณะที่บางคนเลือกกลับบ้านเกิดเพื่อทำเกษตร บางคนเลือกเรียนต่อเพื่อเลื่อนสายอาชีพ อีกจำนวนไม่น้อยหันมามอง “แฟรนไชส์” เป็นทางออกของชีวิตใหม่ แฟรนไชส์ : จุดเริ่มต้นของผู้ประกอบการมือใหม่ ธุรกิจแฟรนไชส์ไม่ใช่เพียงระบบขายชื่อแบรนด์เท่านั้น แต่คือ “ระบบธุรกิจสำเร็จรูป” ที่ผ่านการทดลอง ซ้ำ และพิสูจน์มาแล้วในตลาดจริง การซื้อแฟรนไชส์จึงเท่ากับได้ซื้อ “สูตรสำเร็จทางธุรกิจ” พร้อมระบบบริหาร การตลาด วัตถุดิบ และการฝึกอบรม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเริ่มต้นใหม่ได้มาก คนที่ตกงานส่วนใหญ่ไม่ได้ขาด “ความสามารถ” แต่ขาด “ระบบธุรกิจ” ที่จะพาเขาเดินต่อได้ แฟรนไชส์จึงเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง “โลกของลูกจ้าง” กับ “โลกของผู้ประกอบการ” เพราะมันส
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ยืนหนึ่งเรื่องการให้คำปรึกษาธุรกิจแฟรนไชส์ พร้อมให้บริการช่วยเซ็ตอัพแฟรนไชส์อย่างมีมาตรฐาน เพื่อให้ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถพัฒนาธุรกิจเปลี่ยนสู่ระบบแฟรนไชส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิประจำไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์จำนวนมากที่พร้อมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศ ล่าสุดให้บริการ CIY Club ซึ่งเป็นธุรกิจการศึกษาที่เน้นหลักสูตร Coding &Robotics ที่ปัจจุบันมีพ่อแม่ผู้ปกครองให้ความสนใจในหลักสูตรนี้เป็นจำนวนมาก จึงมีความต้องการขยายธุรกิจให้เติบโตมากขึ้น ซึ่งการรับคำปรึกษาในครั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าจะเป็นการสร้างระบบแฟรนไชส์ให้ธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดกับนักลงทุนทุกท่านได้ ถือเป็นอีกหนึ่งบริการจากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ที่มุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาวงการแฟรนไชส์และ SMEs ให้มีการเติบโต อย่างถูกต้อง อันเป็นประโยชน์โดยรวมทั้งต่อตัวเองและประเทศต่อไป บริษัทหรือธุรกิจใดต้องการคำปรึกษาจากวิทยากรของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ สามารถคลิกที่ https://citly.me/MayLq Add LINE id : @thaifranchise คลิก https://page.line.me/thaifranchise หรือต้องการสมัค
