แฟรนไชส์
นาทีนี้ต้องยกให้เมนู “โยเกิร์ตปั่น” เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่มาแรง ด้วยรสชาติที่กลมกล่อม ผสมผสานกับผลไม้สดและธัญพืช ทำให้ได้รสชาติที่ดื่มแล้วอร่อยแบบไม่รู้สึกผิด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เทรนด์รักสุขภาพของคนยุคใหม่ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวบ 4 แบรนด์โยเกิร์ตปั่นเจ้าดัง ทั้งสัญชาติไทย ออสเตรเลีย และเกาหลี ได้แก่ Yoguruto (โยกุรุโตะ), Koomi (คูมิ), Mr.Jolly Yogurt (มิสเตอร์จอลลี่) และ YogurBara (โยเกอร์บารา) โดยนอกจากจะขยายสาขาอย่างรวดเร็วแล้ว บางแบรนดฺ์ยังเปิดโอกาสให้คนที่มองหาธุรกิจได้ร่วมลงทุนแฟรนไชส์อีกด้วย Yoguruto (โยกุรุโตะ) แบรนด์โยเกิร์ตปั่นสดสัญชาติไทย ที่มีเจ้าของคือ คุณเอลฟ์-เอื้อการย์ สำรวลหรรษ์ ซึ่งเริ่มต้นธุรกิจในช่วงโควิด โดยสาขาแรกอยู่ที่หน้ามหาวิทยาลัย และภายใน 4 ปีครึ่ง ขยายไปแล้วกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ ยอดขายทั้งหมดประมาณ 10 ล้านแก้ว ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีเมนูให้เลือกหลากหลาย สามารถเลือกความหวานได้ 6 ระดับ ราคาเริ่มต้น 49 บาท เมนูแนะนำ คือ โยเกิร์ตข้าวเหนียวนิล โยเกิร์ตโอรีโอ และโยเกิร์ตบุกน้ำผึ้ง หากใครที่สนใจอยากทำธุรกิจโยเกิร
จากอดีตพนักงานประจำที่รายได้ไม่พอใช้ ตัดสินใจลาออกจากงานมาขายอะโวคาโดปั่น ลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง ได้กำไรบ้าง ไม่ได้กำไรบ้าง กระทั่งพบกับจุดเปลี่ยนที่ทำให้ร้านทำยอดขายได้มากกว่างานประจำที่แฟนเธอทำอยู่ ซึ่ง ณ ตอนนั้นขายได้พีกสุด 6-7 แสนบาท ปัจจุบันเปิดมา 4 ปี ต่อยอดขยายแฟรนไชส์ทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ ล้านไขมันดี สาขาขอนแก่น, ล้านไขมันดี สาขาชลบุรี, ล้านไขมันดี สาขาสุพรรณบุรี และล้านไขมันดี สาขาสมุทรปราการ ในส่วนของล้านไขมันดี สาขาหลัก จะเน้นออกบูธใน กทม. เป็นหลัก และในอนาคตทางแบรนด์มีแพลนที่จะขยายแฟรนไชส์จังหวัดละ 2 แฟรนไชส์ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีธุรกิจแฟรนไชส์มาแนะนำ นั่นคือ “ล้านไขมันดี อโวคาโด” เจ้าของคือ คุณนุ้ก-พัชชิรา มังป๋อง ที่เธอตั้งใจทำแบรนด์นี้เพื่อตอบโจทย์คนรักสุขภาพ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ คุณนุ้กเล่าว่า จากงานกาชาดครั้งล่าสุดที่เธอได้ไปออกบูธนั้น เรียกได้ว่าผลตอบรับดีเกินคาด ยอดขายไอศกรีมประมาณ 2 ตัน และใช้อะโวคาโดไปประมาณ 3-4 ตันเลยทีเดียว อ่านบทความสัมภาษณ์ได้ที่ : พนักงานประจำ ลาออกมาเปิด “ล้านไขมันดี อโวคาโด” ปัจจุบันขายได้พีกส
จากพนักงานพาร์ตไทม์ สู่เจ้าของแฟรนไชส์ 2,000 กว่าสาขาทั่วประเทศ! เรื่องราวของ คุณสมชาย เจริญทั้งเอกวงศ์ หนุ่มลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน ที่นำประสบการณ์การทำงานในร้านชานมไข่มุกไต้หวัน มาต่อยอดจนกลายเป็นแบรนด์ CHAKAIMUK.COM (ชาไข่มุกดอทคอม) ที่เติบโตโดดเด่นท่ามกลางตลาดเครื่องดื่มที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด พร้อมกับเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสร้างอาชีพ สามารถเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ ในงบไม่ถึงหลักหมื่น จุดเริ่มต้น ปั้นแบรนด์ชาไข่มุก คุณสมชาย เล่าให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ฟังว่า เขาเคยทำงานพาร์ตไทม์ในร้านชานมเจ้าดังอย่าง โคอิเตะ (KOI Thé) ในระหว่างเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยอยู่ที่ไต้หวัน จนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำชาไข่มุก ก่อนนำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาต่อยอด สร้างแบรนด์ชานมไข่มุกหลังเรียนจบ เพราะมองเห็นโอกาส ณ ตอนนั้น ในไทยยังไม่ค่อยมีร้านชานมไข่มุกเหมือนที่ไต้หวันเท่าไหร่ โดยก่อตั้ง บริษัท ทีอีเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ขึ้นในปี 2012 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นเพียง 1 ล้านบาท ผลิตและจำหน่ายใบชา พร้อมพัฒนาแฟรนไชส์ชื่อ “Chamichi (ชามิจิ)” ขึ้นมา เป็นแบรนด์แรก ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สามารถขยายสาขา
ธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจ โดยหัวใจสำคัญของโมเดลนี้คือต้องมีการวางระบบที่ดี มีมาตรฐาน ทำให้คนที่สนใจซื้อแฟรนไชส์ไปลงทุน ไม่ต้องลองผิดลองถูก ในช่วงปีที่ผ่านมาธุรกิจแฟรนไชส์เป็นเหมือนการเน้นขยายเร็ว ตามเทรนด์ แต่กูรูส่วนใหญ่มองว่า ปี 2026 นี้จะไม่ใช่ช่วงเวลาของการตามกระแสอีกต่อไป แต่ต้องมีการคัดกรองกันอย่างจริงจัง “แฟรนไชส์ที่มีแต่เรื่องเล่า จะเหนื่อยขึ้น และแฟรนไชส์ที่มีระบบชัดเจน จะอยู่ได้อย่างมั่นคง” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ อาจารย์อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูด้านแฟรนไชส์อันดับต้นของเมืองไทย เกี่ยวกับทิศทางธุรกิจแฟรนไชส์ในปี 2026 ตั้งแต่ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม ธุรกิจเสือนอนกิน ไปจนถึงบริการเฉพาะทาง อนาคตแฟรนไชส์ในปี 2026 เริ่มกันที่ ‘แฟรนไชส์อาหารและเครื่องดื่มของจีน’ โดยเฉพาะแบรนด์ราคาประหยัด อย่าง Mixue หรือแบรนด์กลุ่มเดียวกันจะยังไม่หายไป แต่จะเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามธรรมชาติ สาขาในทำเลเกรด C ที่ต้องพึ่งพาราคาเป็นหลัก จะเริ่มทยอยปิดตัวลง เพราะโมเดลนี้ต้องพึ่งพาทราฟฟิกมากกว่าความภักดีของลูกค้า สุดท้ายจะเหลือเฉพาะสาขาที่อยู่ในทำเลเกรด A และ B
เริ่มต้นปี 2569 หลายคนตั้งเป้าอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เลยรวบรวมแฟรนไชส์น่าสนใจ สำหรับคนอยากเริ่มทำธุรกิจ ที่คัดมาเฉพาะแบรนด์อาหารที่กำลังมาแรงในปี 2569 มีแบรนด์ไหนน่าลงทุนบ้าง ไปดูกันเลย BABY CHIN (เบบี้ชิ้น) แฟรนไชส์ลูกชิ้นน้ำจิ้มฟองดู จุดเริ่มต้นเกิดจาก คุณโอม-มณฑล ทองคำ ผู้ที่อยากวางระบบและสร้างรากฐานชีวิตให้กับลูกสาววัย 3 ขวบ เขาจึงสร้างธุรกิจ “แฟรนไชส์เบบี้ชิ้น” ที่ใช้รูปแบบสตรีตฟู้ดราคาไม่แพง เริ่มต้น 10 บาท ยึดหลักที่ว่า “ลูกค้ารอด พวกเรารอด” ปัจจุบัน มีทั้งหมด 4 สาขา และตั้งเป้าว่าในปี 2569 จะเติบโตไปจนถึง 100 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองต่างๆ ทำเลที่แนะนำ ตลาดนัด, สถานศึกษา, สำนักงานออฟฟิศ, ห้างสรรพสินค้า หรือบริเวณใกล้รถไฟฟ้าต่างๆ รูปแบบการลงทุน สิ่งที่ได้รับ ช่องทางการติดต่อ Facebook : เบบี้ชิ้น เบอร์ : 096-536-3961 Bean Bean ถั่วปั่นเพื่อสุขภาพ แฟรนไชส์ถั่วปั่นเพื่อสุขภาพ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จุดเริ่มต้นมาจากคุณแม่เป็นคนชอบทานถั่วปั่น จึงพัฒนาสูตรและลองทำกันเองในครอบครัว จนเกิดเป็น “Bean Bean ถั่วปั่นเพื่อสุขภา
หากช่วงปี 2024–2025 คือเวลาที่ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยถูกคลื่นกระแสซัดเข้ามาพร้อมกันหลายระลอก ว่ากันว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่น้ำเริ่มลด และ “ภาพจริง” ของตลาดจะค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้น ใครว่ายน้ำเป็น จะยังยืนอยู่ ใครแค่ลอยตามกระแส จะเริ่มเห็นขอบสระ ปีหน้า จึงไม่ใช่ช่วงเวลาของการเติบโตแบบหวือหวา แต่เป็นช่วงเวลาของการ “คัดกรอง” อย่างจริงจัง … อาจารย์อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูแห่งวงการแฟรนไชส์ ฉายภาพทิศทางธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทย ให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เป็นสื่อกลางถ่ายทอดในโอกาสนี้ ว่า ในปี 2026 แฟรนไชส์จากจีน โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มราคาประหยัดอย่าง Mixue หรือแบรนด์ในแนวเดียวกัน จะยังไม่หายไปจากตลาดไทย แต่ภาพที่เห็นชัดขึ้น คือการ “หดตัวอย่างมีรูปแบบ” กล่าวคือ สาขาที่อยู่ในทำเลเกรด C หรือทำเลที่พึ่งพาราคาเป็นหลัก จะเริ่มทยอยปิดตัวลง เพราะโมเดลลักษณะนี้ อยู่ได้จาก “ปริมาณและทราฟฟิก” มากกว่า “ความภักดีของลูกค้า” เมื่อค่าเช่า ค่าแรง และการแข่งขันเพิ่มขึ้น สาขาที่ไม่มีทราฟฟิกจริงจะรับแรงกดดันไม่ไหว สุดท้ายจะเหลือเฉพาะสาขาที่อยู่ในทำเลเกรด A และ B ซึ่งมีทราฟฟิกสม่ำเสมอ และยังสามารถแบกรับต้นทุนไ
บทความโดย : อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูแฟรนไชส์ เมื่อหาดใหญ่ เผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่ ภาพที่เห็นไม่ใช่เพียงความเสียหายต่อถนนและร้านค้า แต่เป็นบททดสอบโดยตรงของระบบ “แฟรนไชส์ไทย” ว่ามีความพร้อมเพียงใดในโลกที่เหตุการณ์สุดขั้วเกิดถี่ขึ้นทุกปี แฟรนไชส์ ไม่ได้วัดกันในวันที่ยอดขายดี แต่วัดกันในวันที่ธุรกิจหยุดทำงาน และวัดกันที่ระบบสามารถประคองผู้ประกอบการรายย่อยได้มากน้อยแค่ไหน น้ำท่วมหาดใหญ่ สะท้อนความจริง : ระบบ คือ หัวใจของแฟรนไชส์ เมื่อเมืองถูกน้ำปิดล้อม ระบบโลจิสติกส์หยุดชะงัก พนักงานเดินทางไม่ได้ วัตถุดิบเข้าร้านไม่ได้ และแฟรนไชซีต้องตัดสินใจต่อเนื่องในทุกนาที ควรปิดร้านไหม ควรย้ายของหรือไม่ หรือควรติดต่อใครเพื่อประสานความช่วยเหลือ ระบบ คือสิ่งที่ตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างทันท่วงที ในประสบการณ์ของผู้เขียน ที่เคยผ่านทั้งเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่รอบก่อนและสึนามิที่ภูเก็ต พบว่าแบรนด์ที่มีระบบรองรับครบถ้วนจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าและลดความเสียหายทั้งเชิงธุรกิจและจิตใจของแฟรนไชซีได้ชัดเจนขึ้นมาก ประสบการณ์จริง : การเดินทางไปเยียวยาจิตใจแฟรนไชซีด้วยตัวเอง ระหว่างวิกฤต ผู้ประกอบการรายย่อย เผชิญความกดดันอย่างหน
ใครกำลังมองหาธุรกิจแฟรนไชส์ลงทุนก่อนหมดปี! “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอแนะนำ 6 แฟรนไชส์น่าลงทุนประจำเดือนพฤศจิกายน ที่คัดมาแล้วว่าน่าสนใจ สามารถลงทุนได้ในงบเริ่มต้นเพียงหลักหมื่น มีทั้งของหวาน เครื่องดื่ม ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเพศทุกวัย เสน่ห์ทองม้วน แฟรนไชส์ทองม้วน ขนมไทยรสชาติเป็นเอกลักษณ์ มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ทองม้วนสด ทองม้วนกรอบ และเมนูซิกเนเจอร์อย่าง “ทองม้วนกรอบห่อสด” เป็นการผสมผสานระหว่างทองม้วนกรอบและทองม้วนสด ทำให้ได้เทกซ์เจอร์กรอบและนุ่ม เต็มไปด้วยมะพร้าวอ่อน หวานมันกำลังดี มีให้เลือกหลายไส้ นอกจากนี้ ยังเป็นขนมที่ทานได้ทุกเพศทุกวัยอีกด้วย รูปแบบการลงทุน แพ็กเกจ A : ราคา 25,900 บาท (ป้ายพร้อมโลโก้, สแตนดี้, อุปกรณ์ทำขนม ฯลฯ) แพ็กเกจ B : ราคา 79,000 บาท (คีออส เตาทองม้วนไฟฟ้า, อุปกรณ์ทำขนม ฯลฯ) อุปกรณ์ที่ได้รับ – รายการวัตถุดิบพร้อมเปิดร้าน – อุปกรณ์ของแถมครบชุดพร้อมขาย – คู่มือปฏิบัติการร้านค้า – อบรมขั้นตอนการทำงานแบบส่วนตัว – ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี รายเดือน หรือหักเปอร์เซ็นต์ยอดขาย ช่องทางการติดต่อ Facebook : เสน่ห์ทองม้วน .𝑺𝒂𝒏𝒆𝒉 𝒕𝒐𝒏𝒈
จากพนักงานธนาคาร สู่เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ “ปังก้อนทอง” สร้างรายได้หลักล้านต่อเดือน หากพูดถึงขนมปังปิ้งที่มีราคาไม่แพงมาก หาซื้อกินได้ง่าย ชื่อ “ปังก้อนทอง” ต้องอยู่เป็นอันดับต้นๆ เพราะเป็นแบรนด์ขนมปังปิ้งที่ขายในราคาที่ถูก ชิ้นละ 25 บาท และรสชาติอร่อย อีกทั้งยังต่อยอดมาขายแฟรนไชส์จนทำรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ล้านกว่าบาท คุณกอล์ฟ-กิตติ์กวิน บุญเชย เจ้าของแบรนด์ปังก้อนทอง ได้เปิดเผยเรื่องราวการเดินทางของแบรนด์ กว่าจะมีอย่างทุกวันนี้ได้ ต้องทำอย่างไรบ้าง จุดเริ่มต้นของคุณกอล์ฟ เดิมทีเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง อยู่ได้ประมาณ 1 ปี จึงตัดสินใจลาออกด้วยเหตุผลส่วนตัว หลังจากนั้นก็ได้มาทำอีกหลายอาชีพ และสุดท้ายผันตัวมาทำเบเกอรี่ และต่อยอดมาเป็นร้านปังก้อนทอง “กว่าคนที่จะซื้อเค้กก่อนหนึ่งได้ มันนาน หากเราเปลี่ยนเค้กเป็นผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่ใกล้เคียงกัน และคนสามารถบริโภคได้ทุกวัน ขนมปังสังขยาเลยผุดขึ้นมาในหัว แต่ว่าเราจะทำขนมปังสังขยาอย่างไรให้มีรูปลักษณ์ที่แปลกไป ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น” คุณกอล์ฟ เล่า จากนั้นเขาจึงเริ่มมีการลองผิดลองถูก นำขนมปังมาสอดไส้ต่างๆ และนำวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นมาใช้ จนเกิด
เมื่อเร็วๆ นี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จัดพิธีมอบประกาศนียบัตร“ โครงการยกระดับมาตรฐานคุณภาพการบริหารจัดการธุรกิจแฟรนไชส์ (DBD Franchise Standard 2025)” มี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี โดยปีนี้ มีธุรกิจแฟรนไชส์ ที่ผ่านการประเมินมาตรฐานรวมทั้งสิ้น 42 แบรนด์ทั่วประเทศ และหนึ่งในนั้นคือ “ร้านน้ำเต้าหู้โต้ว” ซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดจากการรับรองมาตรฐานแฟรนไชส์ประจำปี สะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านคุณภาพ การบริหารจัดการ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย คุณอมร อำไพรุ่งเรือง CEO บริษัท โต้ว แปลว่า ถั่ว จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ ว่า รางวัลนี้ถือเป็นเกียรติยศของทีมงานโต้วทุกคน และเป็นเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจของเราที่จะยกระดับแฟรนไชส์ไทยให้มีมาตรฐานระดับสากล ทั้งในด้านคุณภาพสินค้า ระบบบริหารจัดการ และความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภคและแฟรนไชซี เราจะไม่หยุดพัฒนา เพื่อให้แบรนด์ไทยสามารถยืนหยัดได้อย่างภาคภูมิใจในเวทีโลก “โต้ว เป็นแฟรนไชส์เครื่องดื่มสุขภาพที่ได้รับความนิยมและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 60 สาขาทั่ว
