แฟรนไชส์ 2026
ในอดีตชานมไข่มุกอาจเป็นเครื่องดื่มรางวัลชีวิตหนึ่งเดียวที่คนพอจะนึกออก เมื่ออยากเติมความหวานให้ร่างกาย แต่การดื่มชานมมากเกินไปก็สร้างภาระให้ร่างกายไม่น้อย แต่พอมีเครื่องดื่มอย่างโยเกิร์ตสมูทตี้ที่ทั้งอร่อย และเติมหวานทดแทนกันได้ การมอบรางวัลชีวิตแบบรักสุขภาพก็เป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภค หากจะเจาะลงไปในตลาดโยเกิร์ตสมูทตี้ทั่วโลก มีการประเมินว่ามีมูลค่ากว่า 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อ้างอิงจากตัวเลขของ fortunebusiness) หรือราว 1.7 ล้านบาท การเติบโตของตลาดมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับอาหารที่มีโปรไบโอติกสูง หาอาหารทดแทนมื้ออาหาร และเทรนด์รักสุขภาพ คาดว่าจะเติบโตเกิน 71,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2031 โดยที่อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) จะอยู่ที่ 6-9% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด (มากกว่า 40%) ในขณะที่อเมริกาเหนือยังคงเป็นตลาดหลักสำหรับสมูทตี้โยเกิร์ต เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมสูตรที่มีน้ำตาลต่ำและโปรตีนสูง YoPPa Yogurt แบรนด์โยเกิร์ตเพื่อสุขภาพสไตล์เกาหลี ของนักแสดงชื่อดัง “ญดา” นริลญา กุลมงคลเพชร คืออีกหนึ่งแบรนด์ที่มาปลุ
ธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจ โดยหัวใจสำคัญของโมเดลนี้คือต้องมีการวางระบบที่ดี มีมาตรฐาน ทำให้คนที่สนใจซื้อแฟรนไชส์ไปลงทุน ไม่ต้องลองผิดลองถูก ในช่วงปีที่ผ่านมาธุรกิจแฟรนไชส์เป็นเหมือนการเน้นขยายเร็ว ตามเทรนด์ แต่กูรูส่วนใหญ่มองว่า ปี 2026 นี้จะไม่ใช่ช่วงเวลาของการตามกระแสอีกต่อไป แต่ต้องมีการคัดกรองกันอย่างจริงจัง “แฟรนไชส์ที่มีแต่เรื่องเล่า จะเหนื่อยขึ้น และแฟรนไชส์ที่มีระบบชัดเจน จะอยู่ได้อย่างมั่นคง” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ อาจารย์อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูด้านแฟรนไชส์อันดับต้นของเมืองไทย เกี่ยวกับทิศทางธุรกิจแฟรนไชส์ในปี 2026 ตั้งแต่ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม ธุรกิจเสือนอนกิน ไปจนถึงบริการเฉพาะทาง อนาคตแฟรนไชส์ในปี 2026 เริ่มกันที่ ‘แฟรนไชส์อาหารและเครื่องดื่มของจีน’ โดยเฉพาะแบรนด์ราคาประหยัด อย่าง Mixue หรือแบรนด์กลุ่มเดียวกันจะยังไม่หายไป แต่จะเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามธรรมชาติ สาขาในทำเลเกรด C ที่ต้องพึ่งพาราคาเป็นหลัก จะเริ่มทยอยปิดตัวลง เพราะโมเดลนี้ต้องพึ่งพาทราฟฟิกมากกว่าความภักดีของลูกค้า สุดท้ายจะเหลือเฉพาะสาขาที่อยู่ในทำเลเกรด A และ B
