ไทย
องค์กรตรวจสอบการทุจริตระหว่างประเทศ (Transparency International หรือ TI) รายงานว่า การทุจริตในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลกกำลังถดถอย โดยระบุว่า สหรัฐฯ มีคะแนนต่ำสุดเท่าที่เคยมีมาในดัชนีการรับรู้การทุจริตประจำปี 2025 โดยได้คะแนนเพียง 64 คะแนน ซึ่งดัชนีดังกล่าวจะให้คะแนนระหว่าง 0 ถึง 100 โดย 0 นั้นหมายถึงคอร์รัปชันสูงมาก ส่วน 100 หมายถึง โปร่งใสที่สุด สำหรับประเทศไทย ได้คะแนนดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (CPI) อยู่ที่ 33 คะแนน อันดับที่ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน แปลว่าไทยอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และหล่นไปอยู่อันดับ 7 ของอาเซียน ตามหลัง เวียดนามและลาว ที่ได้คะแนน 41 คะแนน และ 34 คะแนนตามลำดับ นอกจากนี้ องค์กรตรวจสอบการทุจริตระหว่างประเทศ ระบุว่า ตอนนี้เรากำลังเห็นภาพที่น่าเป็นห่วง ของผู้นำทั่วโลกในการแก้ปัญหาทุจริต ที่แม้แต่ประเทศที่ประชาธิปไตยมั่นคงอย่าง สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ และนิวซีแลนด์ ก็มีตัวเลขความโปร่งใสลดน้อยลง และการขาดผู้นำที่กล้าตัดสินใจ ทำให้มาตรฐานและการบังคับใช้กฎหมายอ่อนแอลงตามไปด้วย ส่งผลให้แรงขับเคลื่อนในการต้านทุจริตทั่วโลกลดลง ข้อแนะนำจากองค
สำนักข่าวฮานอย รายงานว่า จากความกังวลด้านความปลอดภัยในไทยที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนหลายคนหันไปเลือก ‘เวียดนาม’ เป็นจุดหมายปลายทางแทน เช่นเดียวกับครอบครัวของ คุณหู เจีย ที่ตัดสินใจจองทริป 2 สัปดาห์ไปยังเวียดนาม แทนที่จะไปเที่ยวชายหาดและวัดวาอารามในประเทศไทย “เวียดนามมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยทริปนี้ใช้เงินไปกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และตั้งใจว่าจะกลับมาเที่ยวที่นี่อีกหากมีโอกาส” เธอกล่าว นอกจากนี้ เธอและครอบครัวยังเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวจีนกว่า 3.5 ล้านคนที่เดินทางมาเวียดนาม และช่วยให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเวียดนามสร้างสถิติใหม่ในปี 2025 โดยแซงหน้าไทย ขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ในภูมิภาคสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย ความกังวลเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการลักพาตัวนักแสดงชาวจีนชื่อดังเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยลดลงถึง 35% ในปี 2025 ซึ่งอาจส่งผลให้ไทยสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวไปประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และรายได้ส่วนนี้จะตกไปอยู่ที่เวียดนามและประเทศเพื่อนบ้านแทน ตามข้อมูลของ China Trading D
ไทย-ญี่ปุ่น ยกระดับอุตสาหกรรมท้องถิ่น สร้างมูลค่าเศรษฐกิจหลักพันล้าน เมื่อเร็วๆ นี้ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ประเทศไทยและญี่ปุ่น นับว่ามีความสัมพันธ์กันมาเป็นเวลายาวนานถึง 136 ปี ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจและการเมือง ความร่วมมือทางการค้า การพัฒนาอุตสาหกรรม การร่วมทุน-ลงทุน และการท่องเที่ยว ปัจจุบันญี่ปุ่น ยังคงเป็นชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากสุดเป็นอันดับ 1 มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 40 ของการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจทั้ง 2 ประเทศที่มีการเกื้อกูลกัน อีกทั้งหน่วยงานต่างๆ ของไทยได้มีการผลักดันนโยบายการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมร่วมมือกันในทุกๆ มิติ ส่งผลให้เกิดการขยายความร่วมมือกับญี่ปุ่นในบริบทและรูปแบบที่กว้างและหลากหลายมากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรม ได้สานสัมพันธ์ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่น มาอย่างต่อเนื่องในการยกระดับขีดสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และหลักการ BCG Economy เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรม 4.0 ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกร
ไทยเวียตเจ็ท ต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ สุวรรณภูมิ-ดานัง ฟื้นการท่องเที่ยว ไทย-เวียดนาม สายการบินไทยเวียตเจ็ท ตอบรับการผ่อนปรนมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศในประเทศเวียดนาม กลับมาให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศ กรุงเทพฯ – ดานัง ภายหลังหยุดให้บริการกว่า 2 ปีระหว่างช่วงการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 โดยจัดพิธีต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เที่ยวบินที่ VZ960 ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดานัง ด้วยอุโมงค์น้ำ การแสดงเชิดสิงโต และการแสดงพิเศษ ชุด “Da Nang-Summer Destinations” สื่อถึงพลังและความสดใสของเมืองดานังที่รอต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยเวียตเจ็ท กล่าวว่า สายการบินไทยเวียตเจ็ทเป็นสายการบินหนึ่งเดียวที่ให้บริการเชิงพาณิชย์เชื่อมระหว่างประเทศไทยและประเทศเวียดนามอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอตลอดช่วงการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นด้วยการกลับมาให้บริการเส้นทางบินตรงระหว่าง กรุงเทพฯ และ ดานัง มอบตัวเลือกการเดินทางที่มากขึ้นแก่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวเวียดนาม รวมถึงต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกสู่ 2 ศูนย์กลางการท่องเที่ย
โฆษกรัฐบาล โต้รายงานความเหลื่อมล้ำ ข้อมูลเก่า-สวนทางความจริง ยันไทยสถานการณ์ดีขึ้น โต้รายงานความเหลื่อมล้ำ – เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อมูลในโซเชียลมีเดีย โดยอ้างอิงจาก Global Wealth Report 2018 ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลก ว่า “จากการตรวจสอบพบว่า ข้อมูลที่รายงานฉบับนี้นำมาอ้างอิงเป็นข้อมูลเก่าตั้งแต่ปี 2549 แล้วพยายามนำมาเชื่อมโยงกับข้อมูลบางส่วนของปีปัจจุบัน ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนไม่สมบูรณ์และขาดความน่าเชื่อถือ และแหล่งข้อมูลที่ถูกนำไปวิเคราะห์ 2 แหล่ง คือ ธนาคารแห่งประเทศไทยและองค์กรการเงินระหว่างประเทศ ก็ไม่มีส่วนใดเลยที่แสดงถึงการถือครองมูลค่าทรัพย์สินของคนรวย 1% ในประเทศไทย” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศที่ถูกนำมาเทียบส่วนใหญ่เป็นประเทศพัฒนาแล้วในกลุ่ม OECD ยกเว้น จีน อินเดีย อินโดนีเซีย โคลัมเบีย โรมาเนีย แอฟริกาใต้ และไต้หวัน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำเรื่องความมั่งคั่
ความเหลื่อมล้ำ – นายบรรยง พงษ์พานิช อดีตคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Banyong Pongpanich เปิดเผยข้อมูล เรื่องความเหลื่อมล้ำ ปรากฏว่าประเทศไทยถูกจัดอันดับ 1 ในประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลก ความว่า ว่าด้วยความเหลื่อมล้ำ… 5 ธ.ค.61 ประเทศไทย กลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลกไปแล้ว …ตามข้อมูลของ CS Global Wealth Report 2018 ที่ออกมาเมื่อเดือนตุลาคม มีข้อมูลที่น่าเป็นห่วงมากว่า ถ้านับในด้านความมั่งคั่ง(Wealth)แล้ว ไทยแลนด์แดนสารขัณฑ์ที่ได้อันดับ 3 ในการสำรวจเมื่อสองปีที่แล้ว สามารถแซงทั้งรัสเซีย ทั้งอินเดีย ฉลุยขึ้นป้ายอันดับ 1 ได้อย่างค่อนข้างห่างด้วยซ้ำ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว (2016) คนไทย 1% มีทรัพย์สินรวม 58.0% ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ มาปีนี้ (2018) 1% มีเพิ่มเป็น 66.9% รวยขึ้นอื้อเลยครับ …แซงรัสเซียที่ลดจาก 78% เหลือแค่ 57.1% ตกไปเป็นที่ 2 ขณะที่ตุรกีมาแรงทั้งๆ ที่เศรษฐกิจห่วยแตก แต่คนรวยกลับเพิ่มสัดส่วนขึ้นได้เป็น 54.1% แซงอินเดียที่ตกไปเป็นที่ 4 จาก 58.4% เหลือแค่เพียง 51.5% แล้วนอกจาก 4 ประเทศนี้ ก็ไม่มีประเทศไหนในโลกอีกแล้วที่
ประกาศกรมอุตุฯ อากาศเย็นลง-ฝนลดต่อเนื่อง ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาว 27 ต.ค. นี้ วันที่ 24 ต.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ เรื่องการเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ. 2561 ดังนี้ ประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ในวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2561 โดยอุณหภูมิต่ำสุดบริเวณ ประเทศไทยตอนบนลดลงอยู่ในเกณฑ์อากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไปอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับลมชั้นบนระดับล่าง เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือหรือลมตะวันออก ส่วนลมชั้นบนระดับบนเปลี่ยนเป็นลมตะวันตก รวมทั้งปริมาณ และการกระจายของฝนบริเวณประเทศไทยตอนบนลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่าหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นต่อไป
กลายเป็นปรากฎการณ์สุดฮอตไปแล้ว สำหรับคลิปเพลง Pen-Pineapple-Apple-Pen หรือ PPAP ของศิลปินชาวญี่ปุ่น Pico Taro อาจารย์จากมหาวิทยาลัยชิบะ ที่แต่งเพลงนี้ขึ้นเพื่อโปรเจค Pico Taro animation project โดยมีความยาวเพียง 1 นาที และเนื้อเพลงมีแค่คำว่า Apple, Pen, และ Pineapple นอกจากนั้นในคลิปดังกล่าวยังมีท่าเต้นน่ารักๆ จนหลายต่อหลายคนลุกขึ้นมาทำคลิปคัฟเวอร์กันมากมาย ด้วยเนื้อเพลงที่มีจำนวนคำไม่มาก บวกกับจังหวะที่จดจำง่าย ทำให้ฟังเพลงนี้เพียงไม่กี่ครั้งก็เกิดอาการเพลงติดหู จนหลายคนสงสัยว่าเป็นไปได้อย่างไร โดยแฟนเพจ เฟซบุ๊กของ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ สสวท. เคยบอกไว้ว่า อาการดังกล่าวเรียกว่าโรค Earworm หรืออาการเพลงวนเวียนอยู่ในหัว เกิดจากความพยายามเติมเต็มช่องว่างของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฟัง (auditory cortex) โดยคุณสมบัติของเพลงที่มีแนวโน้มจะเป็น earworm คือ จดจำได้ง่าย และง่ายต่อการร้องตาม, เป็นทำนองซ้ำ ๆ (repetitive) เช่น ท่อนฮุคที่เล่นซ้ำไปซ้ำมา เราก็มักจะจำได้แค่ท่อนฮุค และสมองจะพยายามหาทางออกจากท่อนฮุกนั้นให้ได้ แต่ ‘ติดหล่ม’ หาทางออกจากท่อนฮุคที่ว่าไม่เจอ จนท
