Featured การเงิน และการตลาด

เวียดนามมาแรง แซงหน้าไทย! กลายเป็นหมุดหมายยอดฮิตของ ‘นักท่องเที่ยวจีน’

สำนักข่าวฮานอย รายงานว่า จากความกังวลด้านความปลอดภัยในไทยที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนหลายคนหันไปเลือก ‘เวียดนาม’ เป็นจุดหมายปลายทางแทน เช่นเดียวกับครอบครัวของ คุณหู เจีย ที่ตัดสินใจจองทริป 2 สัปดาห์ไปยังเวียดนาม แทนที่จะไปเที่ยวชายหาดและวัดวาอารามในประเทศไทย

“เวียดนามมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยทริปนี้ใช้เงินไปกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และตั้งใจว่าจะกลับมาเที่ยวที่นี่อีกหากมีโอกาส” เธอกล่าว 

นอกจากนี้ เธอและครอบครัวยังเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวจีนกว่า 3.5 ล้านคนที่เดินทางมาเวียดนาม และช่วยให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเวียดนามสร้างสถิติใหม่ในปี 2025 โดยแซงหน้าไทย ขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ในภูมิภาคสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน

ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย

ความกังวลเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการลักพาตัวนักแสดงชาวจีนชื่อดังเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยลดลงถึง 35% ในปี 2025 ซึ่งอาจส่งผลให้ไทยสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวไปประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และรายได้ส่วนนี้จะตกไปอยู่ที่เวียดนามและประเทศเพื่อนบ้านแทน ตามข้อมูลของ China Trading Desk ซึ่งเป็นบริษัทที่ติดตามข้อมูลการเดินทางและการใช้จ่ายของชาวจีน

คุณสุบรามาเนีย บัตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ China Trading Desk กล่าวว่า “สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มใหม่นี้ เวียดนามมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ นักท่องเที่ยวหลายคนรู้สึกว่าเวียดนามเป็นสถานที่ที่ยังไม่ถูกสำรวจและมีความเป็นของแท้มากกว่า”

กลยุทธ์ของเวียดนามและมาเลเซียที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว

1. มาตรการที่เอื้อต่อการท่องเที่ยว

มาเลเซียมีนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้นถึง 35% ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ โดยมีจำนวนที่นั่งบนเครื่องบินจากจีนเพิ่มขึ้นเกือบ 50% ซึ่งเป็นผลมาจากการ ยกเว้นวีซ่า ประกอบกับค่าเงินริงกิตที่อ่อนลง ทำให้ค่าใช้จ่ายถูกลงและคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากจีนได้มากขึ้น

2. การตลาดเชิงรุก

รัฐบาลและบริษัททัวร์ของเวียดนามเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน เช่น การจัดเทศกาลพาราไกลดิ้งและบอลลูนลมร้อน ในจังหวัดกว๋างนิญใกล้ชายแดนจีน เพื่อกระตุ้นให้พวกเขานักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อยู่เที่ยวนานขึ้น

ในเมืองชายฝั่งอย่างดานัง มีการนำตัวอักษรจีนขนาดใหญ่มาตกแต่งตามสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่โรงแรมไปจนถึงร้านอาหาร และโรงแรมหลายแห่งได้จ้างพนักงานที่พูดภาษาจีนกลางได้เพื่อสื่อสารกับลูกค้า

3. เจาะตลาดกลุ่มใหม่ที่ชอบอิสระและยอมจ่าย

นักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 40% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่ต้องพึ่งบริษัททัวร์ พวกเขามีการศึกษาและมองหาประสบการณ์แบบ “ของแท้” โดยเขาไม่ต้องการถูกบังคับให้นั่งรถบัสเที่ยวตามไกด์ หรือถูกพาไปซื้อของที่ดูเป็นแบบจีนมากๆ 

นอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ที่เดินทางมาเพื่อทำธุรกิจ เล่นกอล์ฟ หรือพักผ่อนในห้องส่วนตัวหรูหราพร้อมอาหารราคาแพง ซึ่งการใช้จ่ายเหล่านี้ทำให้ยอดค้าปลีกการท่องเที่ยวของเวียดนามพุ่งขึ้นถึง 51% ในปี 2025

โดยจากข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์ตลาด BMI คาดว่าเวียดนามจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ถึง 22.6 ล้านคนในปี 2025 ซึ่งจะทำลายสถิติสูงสุดเดิมที่ 18 ล้านคนในปี 2019

ไทยต้องเร่งฟื้นความเชื่อมั่น

แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดอื่นๆ เช่น ยุโรปและสหรัฐอเมริกาจะเพิ่มขึ้น แต่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมของไทยลดลง 7% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2025

และศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า รายได้ของโรงแรมไทยจะลดลง 4.5% ในปี 2025 และอัตราการเข้าพักจะลดลง

อย่างไรก็ตาม นอกจากปัญหาด้านความปลอดภัยแล้ว นักท่องเที่ยวจีนยังบ่นถึงราคาที่พัก อาหาร และค่าแท็กซี่ที่สูงขึ้นบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งทำให้ไทยสูญเสียภาพลักษณ์ในเรื่องความคุ้มค่าไป

แม้จะเผชิญกับความท้าทาย แต่ก็ยังมีหวังที่จะฟื้นตัวในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง Damien Pfirsch ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของ Agoda กล่าวว่า “กรุงเทพฯ ยังคงถูกจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางที่กลับมาเยือนมากที่สุดในเอเชียบนแพลตฟอร์มของเรา และเชื่อว่าสถานการณ์จะกลับมาดีขึ้นได้ในที่สุด” 

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน