AI
พึ่ง AI ใช่ว่าจะดีไปทั้งหมด! ธุรกิจ ต้องมี เซอร์วิสมายด์ จาก มนุษย์ สำคัญไม่แพ้กัน เทคโนโลยีที่ฉลาดเกินไป ความมีหัวใจก็จืดจาง แม้เรากำลังย่างก้าวเข้าไปสู่โลกที่ฉลาดล้ำ จนแทบจินตนาการไม่ออก ว่าเทคโนโลยี สามารถฉลาดไปได้อีกมากเพียงไหน หลายธุรกิจหันมาพึ่งพิงเทคโนโลยี เพื่อการทำงานแทนมนุษย์ในหลายเรื่อง ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะ แต่บางทีก็ “พลาด” ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ที่เรียกสั้นๆ ว่า AI เป็นความมหัศจรรย์ของมวลมนุษยชาติ ช่วยนำความก้าวหน้ามาสู่หลายธุรกิจ ที่รู้จักใช้งานอย่างชาญฉลาด หลายธุรกิจคิดว่า AI มาแทนมนุษย์ได้ แต่เชื่อเถอะ อะไรที่ต้องใช้ “หัวจิตหัวใจ” AI ไม่รู้จัก งานบริการหลายอย่าง ยังต้องการมนุษย์ ที่สื่อสารกับมนุษย์ โดยเฉพาะ “ยามที่มีปัญหา” แต่ไม่ได้แปลว่า ทุกปัญหา ต้องให้มนุษย์มาจัดการ เพราะบางปัญหา AI ก็สามารถช่วยได้ ปัญหาพื้นๆ ที่ต้องตอบคำถามซ้ำๆ เช่น วิธีการใช้งาน สถานที่ติดต่อ ขั้นตอนการดำเนินการบางอย่าง ฯลฯ ซึ่งต้องไม่ใช่ปัญหาที่มาพร้อมกับความรู้สึกผิดหวัง โกรธ ไม่พึงพอใจ ความเดือดเนื้อร้อนใจ ปัญหาที่มาพร้อมอารมณ์ ผิดหวัง โกรธ ไม่พึงพอใจ ความเดือดเนื้อร้อนใจ หรือปัญหา
คิดค้น ปัญญาประดิษฐ์ ฟังเสียงยุงลาย ช่วยวางแผนป้องกันไข้เลือดออก ปัจจุบัน โรคไข้เลือดออก ได้กลายเป็นโรคประจำถิ่น ที่ขยายขอบเขตพื้นที่การแพร่ระบาดออกไปในวงกว้าง ไม่เพียงแต่ในพื้นที่เขตร้อน แต่ยังพบได้ในทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่เป็นแอ่งหรือมีน้ำขัง ซึ่งกลายเป็นแหล่งแพร่พันธุ์ของยุงลายที่เป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก แม้แต่พื้นที่เขตหนาว เช่น ในแถบยุโรป ยังพบความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากภาวะโลกร้อน ที่ส่งผลกระทบต่อโลกทำให้ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เมื่อเร็วๆ นี้ Mahidol-Bremen Medical Informatics Research Unit (MIRU) คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมกับ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล สร้างสรรค์และพัฒนาเซนเซอร์ตรวจจับยุงด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก German Academic Exchange Service (DAAD) และ The Hanse-Wissenschaftskolleg Institute for Advanced Study in Germany สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนจัดการทางสาธารณสุขรณรงค์กำจัดยุงลายเพื่อมวลมนุษยชาติ Professor Dr.Peter Fereed Haddaw
‘AiFi’ แพลตฟอร์ม AI เพื่อร้านค้าปลีกอัตโนมัติใหญ่สุดในโลก การพัฒนาตัวเองตามเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจต้องตามให้ทัน โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกที่มีคู่แข่งในโลกออนไลน์เป็นตัวแปรสำคัญ นอกจากนี้ การที่ Amazon ซื้อกิจการ Whole Foods Market เพื่อก้าวรุกเข้ามาตลาดค้าปลีกออฟไลน์มากขึ้น และเริ่มทดลองเปิดให้บริการ Amazon Go ร้านขายของแบบอัตโนมัติ ก็เป็นความพยายามในการสร้างความแตกต่างของร้านค้าเช่นกัน ก่อนที่ล่าสุดจะมีร้านค้าปลีกอัตโนมัติใหญ่ที่สุดในโลกขนาด 400 ตารางฟุต (สินค้ามากกว่า 800 รายการ) เกิดขึ้นในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme โดยร้านค้าปลีกจะขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม Autonomous Store ของ AiFi ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีแบบ All-in-One แห่งแรกในเอเชีย โดยมีกล้องหลายตัวช่วยติดตามลูกค้า จดจำผลิตภัณฑ์และติดตามสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งการชำระเงินที่ง่าย สะดวก และรวดเร็วผ่านแอพพลิเคชั่น ความแตกต่างระหว่าง Amazon Go กับ AiFi ก็คือ Amazon Go นั้นเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจร้านค้าปลีกของ Amazon แต่ AiFi อยู่ในสถานะบริษัทซอฟ
รู้ไว้ให้ชื่นใจ เปิด 6 สกิล ที่แม้แต่ AI ก็ไม่สามารถสู้มนุษย์ได้ ในยุคที่อุตสาหกรรมขับเคลื่อนด้วย เทคโนโลยีดิจิทัล งานในยุคนี้หลายๆ อย่าง จึงปรากฏเครื่องมือและนวัตกรรมต่างๆ รวมถึง หุ่นยนต์ โดยเฉพาะ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เข้ามาทำงานหลายอย่างแทนคน ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนไปในบางประการ เกิดตำแหน่งใหม่ๆ ให้สอดรับกับเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้บุคลากรในตำแหน่งงานยุคใหม่ ต้องมีการปรับตัวเพื่อให้ทันยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมนี้อย่างเท่าทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมุมของการทำงานรวมกับปัญญาประดิษฐ์ ที่มีการมองว่าจะมาแย่งงานมนุษย์ในอนาคต แต่ใช่ว่า ปัญญาประดิษฐ์ จะสามารถทำทุกอย่างได้แทนที่มนุษย์ เพราะทักษะบางอย่าง ก็ไม่สามารถทำได้เหมือนหรือเหนือกว่ามนุษย์ ซึ่งทักษะที่ AI ทำไม่ได้ มีดังนี้ การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) : จริงอยู่ที่ AI สามารถประมวลผลได้เร็วกว่ามนุษย์ แต่มนุษย์มีมันสมองที่ซับซ้อน ทำให้มีหลักการคิดที่ซับซ้อนด้วยเช่นกัน ถึงแม้จะมีข้อมูลมากมาย แต่ผู้ที่สามารถแยกแยะได้ว่า ข้อมูลใดน่าเชื่อถือ และสามารถประเมินข้อมูลอย่างเป็นกลางได้ ก็คือมนุษย์ ซึ่งผู้ที่มีทักษะนี้
บพค.เร่งสร้างความเข้าใจ “AI” ไม่แย่งงานคน เชื่อเป็นฐานสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจ วันที่ 8 มี.ค.64 ดร.อัญชลิสา แต้ตระกูล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ AI ไทยสามารถ ซึ่งเกิดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้เห็นถึงความสำคัญ ของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยได้รับทุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) “ก่อนเริ่มโครงการ เราได้ทำการวิจัย ทั้งสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญภาครัฐ เอกชน หรือถึงสถาบันการศึกษาต่างๆ ว่าถ้าจะเราทำโครงการนี้เพื่อให้คนไทยเข้าใจเรื่องของปัญญาประดิษฐ์มากยิ่งขึ้นควรต้องทำอย่างไรบ้าง นอกจากนี้ยังได้เก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์จากลุ่มตัวอย่าง 400 คนใน 4 จังหวัดใหญ่ได้แก่ กรุงเทพ เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา โดยแบ่งเป็นประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา และผู้ประกอบการธุรกิจ ว่าคนไทยเข้าใจ ได้ยิน หรือรับรู้เรื่องเ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดผลวิจัยชิ้นแรกของไทยด้านทักษะแรงงานในอนาคต ปรับตัวอย่างไรให้รอด? จากผลกระทบของ AI ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ผู้อำนวยการสถาบัน DPU X แห่งมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และหนึ่งในผู้ร่วมศึกษาวิจัยเรื่อง ทักษะแรงงานในอนาคตของไทย เปิดเผยว่า การพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว และปัญญาประดิษฐ์ เริ่มมีบทบาทมากขึ้น โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีงานเขียน บทความ งานวิจัย จากทั่วโลกนำเสนอเรื่องของ AI และผลกระทบที่จะเกิดกับแรงงานมนุษย์ เมื่อ AI สามารถทำงานทดแทนทักษะบางอย่างของมนุษย์ รวมถึงแรงงานต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้อยู่รอดจากการเพิ่มขึ้นของ AI เหตุนี้ จึงเป็นที่มาของการศึกษาวิจัยเรื่อง ทักษะแรงงานในอนาคตของไทย โดย สถาบัน DPU X แห่งมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ดร.พณชิต กล่าวด้วยว่า งานวิจัยดังกล่าวมีคณะผู้ร่วมวิจัยประกอบด้วย อาจารย์ดวงจันทร์ วรคามิน ผู้รับผิดชอบหลักสูตรเศรษฐศาสตร์ วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี และ ผศ.ไพรินทร์ ชลไพศาล ผู้ชำนาญการอาวุโส ศูนย์บริหารวิชาศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยศึกษาชุดทักษะแรงงานในอนาคตของไทย (Future Workforce) ผ่านช
