AI
ภาพรวมตลาด AI ในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงเติบโตแบบก้าวกระโดด สถิติระบุว่าในปี 2025-2026 ธุรกิจไทยจะมีการนำ AI มาใช้งานสูงถึง 66.1% โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีสัดส่วนการใช้งานสูงกว่า 73% ในส่วนของภาครัฐเองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเช่นกัน โดยตั้งเป้าให้เศรษฐกิจ AI ของไทยมีมูลค่าถึง 2.6 ล้านล้านบาท ภายในปี 2030 อย่างไรก็ดีเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้มากขึ้นสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจึงได้จัดโครงการ “AI Transformation Roadshow” สัญจรไปทั่วประเทศตามหัวเมืองใหญ่ และผนึกกำลังกับเครือข่ายพันธมิตรในแต่ละพื้นที่ ล่าสุดในการสัญจรครั้งที่ 8 ได้ร่วมกับไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมธุรกิจแฟรนไชส์ไว้มากที่สุด จัดงาน AI Transformation Roadshow ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 ณ เซ็นทรัลศาลายา จังหวัดนครปฐม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้และทักษะ (Upskill & Reskill) แก่ผู้ประกอบการ SMEs, เกษตรกร และบุคลากรภาครัฐ ให้เข้าใจถึงความสำคัญของ AI ที่จะช่วยให้ทำธุรกิจได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การประย
ในยุคที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลายๆ คนได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงง่าย และช่วยลดต้นทุนในการทำงานได้อีกด้วย บริษัทใหญ่ๆ บางแห่งได้มีการนำ AI เข้ามาแทนที่การเขียนโปรแกรม (Coding) ตัวอย่างเช่น ที่ Microsoft และ Google พบว่ามีการนำ AI มาเขียนโค้ดให้กับโปรเจกต์ต่างๆ มากถึง 30% Alexandr Wang (อเล็กซานเดอร์ หวัง) มหาเศรษฐีด้าน AI วัย 28 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Scale AI ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านการจัดทำข้อมูล (Data Labeling) สำหรับการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ (AI) เขากล่าวว่า กุญแจสำคัญในการก้าวหน้าคือการเรียนรู้วิธีใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเขาแนะนำให้วัยรุ่นทุกคนเริ่มฝึกฝนการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ให้คล่องแคล่ว ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดอย่าง Replit และ Cursor สามารถสร้างชุดคำสั่ง (Code) ได้จากการระบุคำสั่งเพียงสั้นๆ ทำให้เกิดเทรนด์ที่เรียกว่า “Vibe-coding” หรือการปล่อยให้ AI เขียนโค้ดตามคำสั่งภาษาอังกฤษทั่วไปได้ง่ายๆ ส่งผลให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคเลยก็สามารถสร้างแอปพลิเคชันหรือเว็
ปัจจุบันเรียกได้ว่าการเข้ามาของ AI ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยมีมูลค่าตลาดที่ใหญ่ และมีการแข่งขันที่รุนแรง ล่าสุด Claude AI โมเดลอัจฉริยะที่พัฒนาโดย Anthropic บริษัทสตาร์ทอัพที่น่าจับตามอง โดยได้รับการสนับสนุนจาก Google และ Amazon Claude AI คือ แชตบอตปัญญาประดิษฐ์ ที่เน้นเรื่องความปลอดภัย จริยธรรม และความน่าเชื่อ โดดเด่นด้วยหลักการ Constitutional AI ที่มีความหลากหลายและเป็นทางเลือกใหม่ที่แตกต่างจากคู่แข่ง ทั้งการประมวลผลภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถสรุปเอกสารยาวๆ ได้อย่างแม่นยำ หรือสรุปรายงานจาก PDF ได้หลายฉบับ และมีความสามารถในการเขียนโปรแกรมขั้นสูง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีคอร์สออนไลน์เรียนฟรีมาแนะนำกัน Claude 101 หลักสูตรที่จะพาไปทำความรู้จักว่า Claude คืออะไร ต้องเริ่มสนทนาแบบไหน พร้อมบอกเทคนิคการเขียนคำสั่ง (Prompt) ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เมื่อเรียนจบแล้วจะได้รับใบประกาศนียบัตร และต่อยอดไปสู่การใช้งานจริง หัวข้อหลักสูตร 1. แนะนำ Claude – Claude คืออะไร – วิธีเริ่มต้นการสนทนากับ Claude – เทคนิคการทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น – วิธีเขียนคำสั่ง (Prompt)
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้ายกระดับการให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการตรวจค้นเครื่องหมายการค้า โดยเปิดตัว 2 ฟีเจอร์ใหม่ ได้แก่ “AI Image Search” และ “Trademark Checker” เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบความเหมือนหรือคล้ายของเครื่องหมายการค้าเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง ผ่านระบบออนไลน์ สะดวกรวดเร็ว รู้ผลทันใจ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสให้ได้รับการจดทะเบียนรวดเร็วยิ่งขึ้น นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยวา สถิติคําขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีเนื่องจากความตื่นตัวของภาคธุรกิจที่ให้ความสําคัญกับการคุ้มครองเครื่องหมายการค้ามากขึ้น ซี่งในปี 2568 ที่ผ่านมา มีการยื่นคําขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในไทย 55,668 คําขอ เพิ่มขึ้น 8.51% เมื่อเทียบกับปี 2567 (51,303 คําขอ) และกรมฯ รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในปี 2568 อยู่ที่ 40,063 เครื่องหมาย เพิ่มขึ้น 36.19% เมื่อเทียบกับปี 2567 (29,418 เครื่องหมาย) ทั้งนี้ สาเหตุสําคัญประการหนึ่งที่ทําให้เครื่อ
การทำงานในยุคปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้อย่างแพร่หลาย โดยทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดภาระงานที่ต้องอาศัยทักษะพื้นฐานหรืองานที่มีลักษณะซ้ำๆ แต่ความนิยมในการใช้ AI ในตลาดแรงงานก็มาพร้อมกับความกังวลว่า เทคโนโลยีดังกล่าวอาจเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ในบางตำแหน่ง รวมถึงอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานและความต้องการทักษะในตลาดแรงงาน ผลการวิเคราะห์จากทีม Big Data สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ชี้ให้เห็นว่า AI มีแนวโน้มเข้ามาทดแทนหน้าที่งานบางส่วน โดยอาจก่อให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว เนื่องจากการไม่เปิดรับแรงงานรุ่นใหม่ ทำให้เสี่ยงต่อการขาดแคลนแรงงาน แต่งานที่ต้องการทักษะ AI กลับเพิ่มขึ้น จากผลสำรวจพบว่า ระหว่างปี 2567–2568 ความต้องการจ้างงานมีแนวโน้มปรับตัวลดลงประมาณ 9.6% จาก 642,216 เป็น 580,505 ตำแหน่ง สำรวจอาชีพเสี่ยงถูก AI แย่งงาน เมื่อจำแนกตามอาชีพหลัก ได้แก่ วิศวกรซอฟต์แวร์ กราฟฟิกดีไซเนอร์ นักบัญชี และวิศวกรโยธา พบว่า ความต้องการแรงงานในอาชีพดังกล่าวลดลง ยกเว้นนักบัญชีที่ยังมีการเติบโตถึง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณ
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มองว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 กำลังเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนผ่าน” มากกว่าการฟื้นตัวตามวัฏจักรปกติ โดยมีปัจจัยสำคัญจากการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปใช้จริงในภาคธุรกิจ การฟื้นตัวที่ไม่สมดุลของเศรษฐกิจสหรัฐ และการปรับทิศทางของการลงทุนโลก ยูโอบีระบุว่า บรรยากาศการลงทุนปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา จากผลประกอบการภาคธุรกิจที่ยังแข็งแกร่ง ทิศทางนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และการเร่งนำเทคโนโลยีมาใช้ ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง อุตสาหกรรมต่างๆ เริ่มนำ AI มาใช้จริงมากขึ้น จากเดิมที่เน้นการทดลอง ทำให้ AI กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อผลิตภาพ การลงทุน และการเติบโตของผลประกอบการ ท่ามกลางการเติบโตเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง นายเอเบล ลิม Head of Deposit and Wealth Management ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เผยกลยุทธ์และโอกาสในการลงทุนปี 2569 ว่า “ปีนี้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นประเด็นหลักที่ต้องจับตา และกลายเป็นแกนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับคุณภาพ การกระจายความเสี่ยง และความแข็
ในยุคที่เทคโนโลยี AI กำลังปฏิวัติวงการสื่อสารและการตลาดอย่างรวดเร็ว การทำความเข้าใจตลาดท้องถิ่นและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศกลายเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูสู่ความสำเร็จ งาน OAC Regional Communications Forum 2025 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ธีม “AI-Powered PR: Transforming Asia’s Communication Future” ได้เปิดเผยความจริงข้อหนึ่งที่อาจทำให้นักการสื่อสารหลายๆ คนต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ นั่นคือ AI กำลังกลายเป็น “ผู้มีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” ที่มีอำนาจในการกำหนดว่าข้อมูลใดจะถูกนำเสนอต่อผู้บริโภค และข้อมูลใดจะถูกละเลย คุณออง ฮ็อก ชวน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมฟเวอริก ประเทศอินโดนีเซีย ได้เปิดมุมมองที่น่าสนใจในวงเสวนาหัวข้อ “Navigating the AI Frontier – A Survey of PR Professionals in Asia towards AI Implementation” ว่า AI ไม่ได้แค่เป็นเครื่องมือเทคโนโลยีอีกตัวหนึ่ง แต่มันกำลังเปลี่ยนแปลงสิ่งพื้นฐานสามประการของมนุษย์ ได้แก่ พฤติกรรม ความเชื่อ และวิธีการค้นหาข้อมูล เมื่อคนถามคำถามกับ AI พวกเขาจะได้รับคำตอบที่ดูเรียบง่าย ชัดเจน และน่าเชื่อถือม
ในโลกที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI (Artificial Intelligence) ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดเวลาไถฟีดในไทม์ไลน์ตอนนี้ คงหนีไม่พ้นคลิปที่ดูเกินจริง เพราะสร้างจาก AI หรือรูปภาพที่มองแล้วดูแปลกตา สิ่งเหล่านี้เริ่มเข้ามาแทรกซึมมากขึ้น จนบางครั้งแทบจะแยกไม่ออกเลยว่าอันไหนของจริง อันไหน AI แต่การนำ AI มาใช้ก็มีข้อดีอยู่บ้าง เพราะสามารถช่วยลดต้นทุน และประหยัดเวลาไปได้อย่างมหาศาล ส่วนอีกแง่มุมหนึ่งที่ AI ยังไม่เป็นที่ยอมรับนั่นคือ การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ที่หลายคนมองว่านี่เป็นการลดทอนคุณค่าของงานศิลป์หรือเปล่า? AI กับงานศิลปะ ล่าสุดกับเรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ เมื่อมียูทูบเบอร์ชื่อดัง อย่าง ‘จันเรด’ เจ้าของช่อง RedremasteRed และ FE0000 ได้ออกมาพูดถึงหลายแบรนด์ที่มีการนำ Generative AI มาใช้ในเชิงพาณิชย์ ในซีรีส์ “ของฝากนักก็อป AI” หนึ่งในกรณีศึกษาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ “เกมการ์ดโอฮาน่า” โดยประเด็นในคลิปได้มีการพูดถึงเรื่องของการนำ AI มาใช้ในผลงาน พร้อมกับตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและราคา โดยจันเรดมองว่าหากใช้ AI เพื่อลดต้นทุนและเวลา แต่ทำไมถึงกลับตั้ง
หลายคนอาจยังไม่เชื่อว่า AI จะสามารถเปลี่ยนแปลงเกมการท่องเที่ยวได้จริง เพราะในความเชื่อของผู้คนส่วนใหญ่ การท่องเที่ยวคือการมองเห็นและการสัมผัสประสบการณ์ของจริงเท่านั้น แต่ความจริงที่เกิดขึ้นจากเวที OAC Regional Communications Forum 2025 ได้สะท้อนภาพที่ลึกซึ้งของการท่องเที่ยว ผ่านหัวข้อเสวนา “Disruptive Regional Tourism Communication : การสื่อสารการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค” ชี้ชัดว่า AI ไม่ได้แค่มาเสริม แต่กำลังปฏิวัติและล้มกระดานทุกมิติของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การปฏิวัติอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เมื่อ AI เปลี่ยนทุกอย่าง การเสวนาเริ่มต้นด้วยคำถามสำคัญว่า AI ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการค้นหาและตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวอย่างไร และส่งผลกระทบต่อรากฐานของการสื่อสารการท่องเที่ยวมากน้อยเพียงใด ซึ่ง คุณเมล เค กวน ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอตโตร คอมมิวนิเคชันส์ ประเทศมาเลเซีย ได้เปิดมุมมองที่น่าสนใจว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญในยุคหลังโควิด จากการท่องเที่ยวตามกระแส เพื่อไปเยือนสถานที่สำคัญต่างๆ กลายเป็นการท่อ
เรื่องโดย พลชัย เพชรปลอด เมื่อก่อนจะค้าจะขาย เราบอกว่า “ต้องตามใจลูกค้า” เพราะ “ลูกค้า คือ พระเจ้า” แต่ตอนนี้ คนที่ค้าขายออนไลน์ อาจต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่ ว่า “AI คือ พระเจ้า” เพราะโอกาสการเข้าถึงลูกค้า มาจากการสนับสนุนของ AI เป็นสำคัญ ตั้งแต่ต้นปีมาจนเข้าสู่ช่วงปลายปีแล้ว ปีนี้ถือว่าโลกได้เผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญอีกระดับ คือ การที่ AI กลายมาเป็นผู้มีบทบาทในชีวิตมนุษย์ ซึ่งกระทบทั้งด้านดี และด้านร้าย ให้มนุษยชาติต้องปรับตัวกันอีกมโหฬารแทบทุกด้าน นับตั้งแต่ระบบสื่อสารไร้สายกลายเป็นวิถีชีวิตของเรา การตลาด การค้าขาย ก็มีหลายธุรกิจ เลือกเอาช่องทางออนไลน์ เป็นช่องทางการขายหลัก แน่นอนว่า “โอกาส” มักมาพร้อม “ความเสี่ยง” ด้วยเสมอ ก่อนหน้าคนค้าขายออนไลน์ ต้องพยายามทำความเข้าใจ “อัลกอรึทึม” หรือวิธีประมวลผลของระบบ เพื่อให้การเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายทำได้ดีขึ้น ซึ่งลักษณะของอัลกอรึทึม เป็นชุดความคิดพื้นฐานในการประมวลผล ที่ชุดคำสั่งเหมือนกัน คำตอบก็เหมือนกัน คนค้าขายสินค้าก็พยายามเอาชนะ ส่วนคนคิดระบบ ก็ต้องการเอาชนะเช่นกัน เพราะค้าขายระบบ ย่อมต้องการเงินจากการใช้งานระบบ การพัฒนาไปสู่ AI ที่ใช้อัลกอรึ
