Gen Z
เจาะอินไซต์นักช้อป กลุ่มเจน Z หวังจัดส่งสินค้าใน 1 ชั่วโมง หลังสั่งซื้อ การช้อปปิ้งออนไลน์ไม่ใช่เทรนด์อีกต่อไป แต่เป็นบรรทัดฐานการใช้ชีวิต (Norm) เมื่อนักช้อปไทยเริ่มคุ้นเคยกับการซื้อของออนไลน์มากขึ้น รายงาน Thailand’s Future Shopper 2023 : Divergence and Disruption of the Status Quo ของวันเดอร์แมน ธอมสัน ชี้ให้เห็นถึงความหลากหลายที่จะทำให้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 1,014 คนมาจากกลุ่ม Baby Boomers, Gen X, Gen Y และ Gen Z เพศชาย 47% เพศหญิง 52% อายุ 16-55 ปี จากกรุงเทพมหานคร 60% ต่างจังหวัด 40% ปี 2566 จำนวนนักช้อปออนไลน์ที่ใช้จ่ายมากกว่า 90% เพิ่มขึ้น 300% และทุกช่วงระดับของการใช้จ่ายตั้งแต่ 1,000-35,000 บาท มีจำนวนการจ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว กลุ่มที่ช้อปมากกว่า 30,000 บาท คือ กลุ่ม Millennials ที่อายุน้อยกว่า (25-34) และ Gen X (45-54) ทั้งนี้ พบว่า KOL มีอิทธิพลมากที่สุดในการกระตุ้นการซื้อถึง 28% ตามด้วยครอบครัว 17% ส่วนพลังของสตรีมเมอร์ที่มีอิทธิพลต่อการซื้อลดลงอย่างมากจาก 17% เหลือเพียง 4% โซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญในการช้อปปิ้งออนไลน
ผลวิจัยชี้ คน Gen Z ในไทย อยากใช้จ่ายน้อยลงในยุคหลังโควิด พบ 75% เลือกออมเงินเพื่ออนาคต มินเทล ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความต้องการของผู้บริโภค ได้วิจัยพฤติกรรมการบริโภคของกลุ่มคน Gen Z คือผู้ที่มีอายุ 10-25 ปี ในประเทศไทย พบว่า หลังเผชิญสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เงินเฟ้อสูง ผู้บริโภคชาวไทยที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี มีความอยากใช้เงินลดลง โดยประมาณ 3 ใน 4 คน หรือ 75% เลือกที่จะเก็บออมเพื่ออนาคตมากกว่าการใช้เงินไปกับการซื้อสิ่งของต่างๆ ปัจจุบันคนรุ่นใหม่คิดก่อนจ่ายเสมอ ประมาณ 4 ใน 5 คน หรือ 86% มักอ่านรีวิวสินค้าก่อนซื้อ อีกทั้ง ยังยินดีที่จะจ่ายเงินไปกับผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากถึง 53% ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองที่น่าเชื่อถือ 39% และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 36% คน Gen Z มากกว่า 2 ใน 3 คน หรือ 38% จะตัดสินใจซื้อสินค้า ก็ต่อเมื่อสามารถตรวจสอบได้ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเป็นของแท้และน่าเชื่อถือ โดยการกระทำนี้เห็นได้ชัดในการจับจ่ายไปกับผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งคน Gen Z ใช้เงินกับผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มากที่สุด 65% ขณะเดียวกัน คน Gen Z ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนแ
ชาวไทย Gen Z ทำอาหารมากขึ้น เปิด 5 อันดับ เมนูยอดนิยม จากดัชนีการทำอาหารโลกประจำปีครั้งที่ 4 โดย Cookpad ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแบ่งปันสูตรอาหารระดับโลก และ Gallup (การนำเสนอการวิเคราะห์และคำแนะนำเพื่อช่วยผู้นำและองค์กรระดับโลก) พบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว คนไทยปรุงอาหารในมื้อกลางวันและมื้อเย็น 6.6 มื้อ โดยปรุงสดใหม่ที่บ้านในแต่ละสัปดาห์ กระแสการปรุงอาหารเองที่มากขึ้น มาจากการทำอาหารเองที่บ้านจะสามารถช่วยประหยัด ดีต่อสุขภาพ และให้โภชนาการที่ยั่งยืน จากรายงานจะพบว่า เยาวชนชาวไทยหันมาทำอาหารเองมากขึ้นในแต่ละปี ชาวไทย Gen Z ทำอาหารเองมากถึง 6.4 มื้อต่อสัปดาห์ สูงอย่างมีนัยสำคัญกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 5.3 มื้อต่อสัปดาห์จากกลุ่มตัวอย่างที่อายุเท่ากัน Gen Z ในประเทศไทยเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในด้านการทำอาหารเองที่บ้าน มากไปกว่านั้น พวกเขายังทำอาหารมากกว่า Gen Z จากประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อเรียงจากน้อยไปมาก พบว่า สิงคโปร์ ทำอาหารอยู่ที่ 2.4 มื้อต่อสัปดาห์, ฮ่องกงที่ 2.9, ไต้หวันที่ 3.7, ญี่ปุ่นที่ 4.1, พม่าที่ 4.8, กัมพูชาที่ 5.5, และ Gen Z ชาวไทยทำอาหารเองสูงถึง 6.4 มื้อต่อสัปดาห์! “คนไทยรุ่น Gen
6 สิ่งต้องรู้ เมื่อบุกตลาด Gen Z เพิ่มยอดขายได้แน่นอน หากใครที่กำลังสร้างธุรกิจ และตั้งใจไว้ว่าจะบุกตลาด Gen Z (กลุ่มคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน หมายถึงคนที่เกิดหลังจากปี ค.ศ. 1995 หรือปี พ.ศ. 2538 เด็กๆ กลุ่มนี้จะเติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่อยู่แวดล้อม มีความสามารถในการใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ) แต่ยังไม่มีแนวทาง โดย เพลิน By Krungsri Guru ได้สรุป 6 สิ่งต้องรู้เมื่อบุกตลาด Gen Z ไว้ดังนี้ กว่าครึ่งของชาว Gen Z นิยมซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ กว่า 4 ใน 5 ของชาว Gen Z ใช้สังคมออนไลน์เป็นประจำ ชอบหาข้อมูลและเปรียบเทียบสินค้าในอินเตอร์เน็ต และนิยมซื้อสินค้าผ่าน E-Commerce มากกว่าผู้บริโภคกลุ่มอื่นๆ ผู้ประกอบการธุรกิจจึงควรมีการประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านทางเว็บไซต์ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีข้อมูลของสินค้าอย่างละเอียด เช่น ภาพแสดงตัวอย่างของสินค้า ขนาดสี ราคา และที่สำคัญ ควรพัฒนาช่องทางในการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ และขั้นตอนการชำระเงินที่สะดวก ง่าย และรวดเร็ว ชาว Gen Z ไม่ใช่พวก Brand Loyal แต่จะให้ความสำคัญกับตัวสินค้าเป็นอย่างๆ ไป ไม่ติดแบรนด์เนมแต่นิยมใช้สินค้าที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย
อยากรู้ไหม 10 พฤติกรรมที่คนไทยขี้เกียจที่สุดคืออะไร พร้อมเปิด 5 ธุรกิจดาวรุ่ง รับอานิสงส์คนขี้เกียจ 4 เจน Gen Z, Gen Y, Gen X และ Baby Boomers วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ CMMU ชี้ “ตลาดคนขี้เกียจ หรือ Lazy consumer” กำลังเป็นที่จับตามองและเป็นโอกาสในการทำธุรกิจใหม่ เนื่องจากคนทั่วไปมีพฤติกรรมรักความสบายและหันมาพึ่งเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น โดยผลวิจัยพบว่า 10 พฤติกรรมที่คนไทยขี้เกียจที่สุดคือ 1. ออกกำลังกาย 2. รอคิวซื้อของ 3. ทำความสะอาดบ้าน 4. อ่านหนังสือ 5. ทำอาหาร 6. พูดคุยหรือเจอคนเยอะๆ 7. ดูแลผิวพรรณตัวเอง 8. เรียน/ทำงาน 9.ื ออกไปช็อปปิ้ง และ 10. การเดินทาง ทั้งนี้จากพฤติกรรมดังกล่าวจะมีธุรกิจที่เตรียมรับอานิสงส์ ได้แก่ 1. ธุรกิจที่ทำแทนได้ 2. ธุรกิจไม่ต้องขยับ ไม่ต้องจับ ไม่ต้องถือ 3. ธุรกิจที่พร้อมใช้งานทันที 4. ธุรกิจร่วมมือ ร่วมใจ 5. ธุรกิจที่เน้นการฟัง นอกจากนี้ยังแนะภาคธุรกิจนำกลยุทธ์ SLOTH อันประกอบด้วย Speed ต้องมีความรวดเร็ว เพื่อให้ผู้บริโภคไม่รู้สึกเสียเวลา Lean ต้องกระชับ ตัด ท่อน เพื่อง่ายต่อการใช้งาน EnjOy ต้องทำให้ผู้บริโภครู้สึกสนุก เกิดแรงจูงใจในการใช้สินค้
