KTC
เมื่อทองคำไม่ใช่เพียงเครื่องมือเก็งกำไร แต่กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกของการบริหารความไม่แน่นอนทางการเงิน ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและสัญญาณดอกเบี้ยขาลง ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูงต่อเนื่อง ดึงให้ทองคำกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง ทั้งในมุมของการลงทุนและการออมสินทรัพย์ที่จับต้องได้ โดย ณ วันที่ 21 มกราคม 2569 ทองคำแท่งมีราคารับซื้อ อยู่ที่บาทละ 70,850 บาท ขายออก 70,950 บาท ตามประกาศครั้งที่ 12 ขณะที่ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาทละ 69,432.80 บาท ราคาขายออกบาทละ 71,750 บาท แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือนในชีวิตจริงที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ “รายจ่ายชนเงินเดือน” คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า “ราคาทองจะไปต่อหรือไม่” หากแต่คือ ควรมีทองติดตัวไว้หรือไม่ และทองแบบไหน ที่จะไม่กระทบกระแสเงินสด เพราะทองคำในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ แต่ละแบบมีต้นทุน ความคล่องตัว และผลต่อแผนการเงินที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกทองให้เหมาะตั้งแต่ต้น จึงสำคัญไม่แพ้การจับจังหวะราคา ก่อนความผันผวนจะย้อนกลับมากระทบเงินเดือนในแต่ละเดือน ในมุมมองของ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) การตัดสินใ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเริ่มต้นปีใหม่มักมาพร้อมคำแนะนำทางการเงินในโทนเดียวกัน คือให้ระมัดระวังการใช้จ่าย ลดความฟุ่มเฟือย และเร่งเก็บเงินออมให้มากขึ้น แม้คำแนะนำเหล่านี้จะตั้งอยู่บนความหวังดี แต่สำหรับ Gen Z จำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่ม first jobber หรือผู้ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นสร้างรายได้ คำถามแรกที่ต้องเผชิญไม่ใช่ “จะเก็บเงินอย่างไร” หากแต่คือ “จะเอาเงินจากไหนมาเก็บ” บริบททางการเงินที่ Gen Z เติบโตขึ้นมาแตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ ขณะที่ความคาดหวังเรื่องความมั่นคงกลับถูกเร่งให้เกิดเร็วขึ้น รายงานปี 2025 จาก Deloitte และ Ernst & Young (EY) ระบุว่า ค่าครองชีพและความมั่นคงทางการเงินเป็นหนึ่งในความกังวลอันดับต้นๆ ของคนรุ่นนี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวถูกนิยามว่า Financial Anxiety Generation ซึ่งหมายถึงคนรุ่นที่ยังอยู่ระหว่างสร้างตัว แต่ต้องรับมือกับโจทย์การเงินในระดับเดียวกับผู้ที่พร้อมแล้ว ภายใต้บริบทนี้ การให้คำแนะนำทางการเงินแบบเดิมอาจไม่เพียงพอ เคทีซีจึงรวบรวม 3 กรอบคิดทางการเงินที่ Gen Z ไม่อาจมองข้าม เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่อาจสร้างภาระระยะยาว
ทุกต้นปีคนไทยจำนวนมากตั้งเป้าหมายเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเป็น อยากเที่ยวให้มากขึ้น อยากดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น หรือ อยากจัดการการเงินให้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่เพียงไม่กี่เดือน เป้าหมายเหล่านั้นกลับค่อยๆ เลือนหายไปจากชีวิตประจำวัน ผลสำรวจทั้งในไทยและต่างประเทศสะท้อนชัดว่า มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำเป้าหมายปีใหม่สำเร็จจริง ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องวนกลับมาตั้งเป้าเดิมซ้ำอีกทุกปีใหม่ ปีนี้จะต่างออกไปได้อย่างไร คำตอบอาจไม่ใช่แค่ “ตั้งเป้าใหม่” แต่ต้องมี วิธีทำให้สำเร็จจริง และนี่คือแนวทางที่จะช่วยให้คุณหลุดจากลูปเดิม พร้อมเริ่มต้นปีใหม่อย่างมีระบบและมั่นใจ 3 เป้าหมายยอดนิยมที่คนไทยตั้งไว้ทุกต้นปี 1. อยากเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น กว่า 57% ของคนไทยตั้งเป้าอยากเดินทางทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนความต้องการ “ออกไปใช้ชีวิต” หลังผ่านช่วงโรคระบาดและเศรษฐกิจผันผวน ทำให้การท่องเที่ยวขึ้นแท่นเป้าหมาย ไม่ว่าจะเที่ยวในประเทศหรือบินลัดฟ้าไปต่างประเทศ 2. อยากดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น ประมาณ 54% ตั้งใจดูแลสุขภาพมากขึ้น ทั้งออกกำลังกาย ปรับอาหาร นอนหลับให้เพียงพอ หรือดูแลสุขภาพจิต แม้ในปี 2566 สัดส่วนผู้ที่ทำก
ใครที่เคยลงสนามวิ่งมาราธอนจะรู้ดีว่า “เส้นชัย” ไม่ได้เกิดขึ้นในวันแข่ง แต่เริ่มต้นจากวินัยการซ้อมทีละก้าวตลอดหลายเดือนก่อนหน้า ที่ไม่ใช่เรื่องของ “การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า” แต่คือการวางแผนและสร้างวินัยเล็กๆ ทุกวัน เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายใหญ่ในอนาคต ทุกวันนี้คนไทยจำนวนไม่น้อยยังมองเรื่องการเงินแบบ “วิ่งระยะสั้น” มีรายได้ก็ใช้หมด หรือมุ่งแก้หนี้แบบเดือนชนเดือน โดยลืมวางเส้นทางระยะยาว เหมือนนักวิ่งที่ฝืนสปรินต์ (การวิ่งระยะสั้นด้วยความเร็วสูงสุด) ตั้งแต่กิโลเมตรแรก สุดท้ายหมดแรงก่อนถึงเส้นชัย การเงินก็เช่นกัน มันคือมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งเร็วระยะสั้น “วินัย” สำคัญกว่าความเร็ว การเก็บออมเล็กน้อยทุกเดือน เปรียบเสมือนการซ้อมวิ่งทีละกิโลเมตร ไม่หวือหวาแต่มั่นคง และเมื่อทำต่อเนื่อง ก็สร้าง “ความแข็งแรงทางการเงิน” ที่พาไปถึงเป้าหมายได้จริง นักวิ่งมาราธอนต้องรู้ “เพซ” หรือความเร็วเฉลี่ยต่อกิโลเมตร เพื่อไม่ให้หมดแรงกลางทาง เช่นเดียวกับ “การเงิน” ที่เราต้องรู้ “รายได้–รายจ่าย” ของตัวเองให้ชัด วางเพดานการใช้จ่าย กำหนดสัดส่วนการออม และรู้ขีดจำกัดในการลงทุน และไม่ใช่แค่เรื่องจังหวะเท่านั้น การเตรียมตัว
ประชากร “ผึ้ง” ลดลงไปแล้วกว่า 50% ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา และกำลังเผชิญวิกฤตใกล้สูญพันธุ์ หรือเรียกว่า “การล่มสลายของผึ้ง” ซึ่งอาจเกิดขึ้นในเพียงชั่วอายุคน หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้วใกล้ตัวกว่าที่คิด เพราะ “ผึ้งคือสปีชีส์ที่สำคัญที่สุด” เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ การผสมเกสรพืชซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตอาหาร ซึ่งล้วนมีความสัมพันธ์กับการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตแทบทั้งหมดบนโลก แต่ท่ามกลางความกังวล ยังมีความหวัง เมื่อ โรงแรมคอนราด กรุงเทพ ร่วมมือกับ จันทร์อรุณฟาร์มผึ้ง เนรมิต “สวนผึ้งบนดาดฟ้า” บนพื้นที่ 72 ตารางเมตร เพื่อฟื้นฟูสมดุลธรรมชาติ พัฒนาการทำเกษตรในเมือง ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์ และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนใจกลางกรุงเทพฯ โดยมี เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดกิจกรรมพาเยี่ยมชมโครงการนี้แบบเอ็กซ์คลูซีฟ สวนผึ้งบนดาดฟ้า คุณปัญชลี ตรีตราเพ็ชร ผู้บริหารจันทร์อรุณฟาร์มผึ้ง ผู้เลี้ยงผึ้งและผลิตผลิตภัณฑ์จากผึ้งครบวงจรจากจังหวัดเพชรบุรี กล่าวถึงความสำคัญของผึ้งว่า “1 ใน 3 อาหารที่เราบริโภคกัน ไม่ว่าจะเป็น เมล็ดกาแฟ ผัก
ในยุคที่การเป็นแฟนด้อมไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความหลงใหล แต่กลายเเป็นไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่งของคน Gen Z ที่ทั้งจริงจังและใช้เงินไม่แพ้งานอดิเรกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น การซื้ออัลบั้มหลายเวอร์ชันเพื่อล่าการ์ดสุ่ม จองบัตรคอนเสิร์ตราคาหลักพันหลักหมื่น ไปจนถึงการบินตามศิลปินไปต่างประเทศ หรือลงทุนทำโปรเจ็กต์ป้ายวันเกิดทั่วกรุงเทพฯ หลายคนรักศิลปินจนพร้อมควักเงินโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ก่อนจะรู้ตัวอีกทีก็ต้องใช้ชีวิตสิ้นเดือนแบบเครียดๆ หรือหนักกว่านั้นคือมีหนี้จากการ “เปย์แบบไม่วางแผน” แต่ความรักที่ดีควรสร้างความสุข ไม่ใช่ความเครียดทางการเงิน และแน่นอนว่าการเป็นแฟนด้อมสามารถอยู่ร่วมกับการบริหารเงินอย่างยั่งยืนได้ หากรู้จักวางแผนอย่างชาญฉลาด รู้จักตัวเองก่อนว่าเป็นแฟนด้อมแบบไหน ไม่ใช่แฟนด้อมทุกคนจะเปย์เหมือนกัน บางคนเป็นสายบินตามไอดอลข้ามประเทศ บางคนเลือกซัพพอร์ตแบบเงียบๆ ค่อยๆ ซื้อทีละชิ้น ในขณะที่บางคนเน้นทำโปรเจ็กต์หรือซื้ออัลบั้มเพื่อเข้าแฟนไซน์ วัยรุ่น Gen Z จำนวนไม่น้อยยอมจ่ายหนักเพียงเพื่อได้คุยกับศิลปิน 1 นาที ซึ่งถ้าไม่มีการวางแผนการเงินให้ดี อาจกลายเป็นภาระในระยะยาว ปั
ในยุคที่ภาพลักษณ์คือพลัง เทรนด์ “Personal Color” จึงไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่คือเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารตัวตน สะท้อนภาพลักษณ์และความเป็นตัวเองอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะในสายงานที่ต้องพบปะผู้คน พบปะลูกค้า พูดหน้ากล้อง หรือแม้แต่ขายสินค้าออนไลน์ Personal Color หรือการวิเคราะห์สีประจำตัว กลายเป็นเทรนด์ฮิตในเกาหลีใต้ เมื่อเหล่าไอดอล ดารา อินฟลูเอนเซอร์หันมาทำ Personal Color กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ชานยอล EXO, ไอยู, คิมแทยอน และสาวๆ จากวง Blackpink อย่าง ลิซ่า และจีซู ที่เข้ารับการวิเคราะห์สีประจำตัวจากสถาบันชื่อดัง Color Place Seoul รวมถึงเหล่า Tiktoker ที่ออกมาทำคลิปเกี่ยวกับการทำ Personal Color นั่นยิ่งทำให้คนทั่วไปอยากรู้ว่า ผิวของตัวเองอยู่ในโทนไหน สีไหนคือสีที่ใช่สำหรับเรา โดยเทรนด์นี้ได้ขยายมาถึงไทย มีอินฟลูเอนเซอร์ คนดังของไทยหันมาทำ Personal Color เพื่อค้นหาโทนสีของตัวเองกันมากขึ้น เช่น พิมฐา ที่หันมาทำ Personal Color ตามรอยจีซู Blackpink หรือละครดวงใจเทวพรหม ของช่อง 3 ที่จัดคอร์สให้นักแสดงไปทำ Personal Color ค้นหาสีที่ใช่ เพื่อดึงเสน่ห์ของนักแสดงแต
ในยุคที่การเดินทางกลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และค้นหาตัวตน การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experience-Based Travel) จึงมาแรง โดยเฉพาะ “เกาหลีใต้” ที่กำลังเปลี่ยนภาพจำจากจุดหมายปลายทางยอดฮิต สู่การเป็นแหล่งบ่มเพาะแรงบันดาลใจ สำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) จึงร่วมกับ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป Glow Up Korea : Your Grooming, Your Way ภายใต้แคมเปญ Unique Korea, Experience Yours เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของ K-Beauty หนึ่งใน Soft Power สำคัญของเกาหลี ที่กำลังเปลี่ยน “ความชอบ” ให้กลายเป็น “โอกาส” ทั้งด้านพัฒนาตนเองและต่อยอดสู่อาชีพ มร.ลี กวาง ซู ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “เทรนด์ท่องเที่ยวเกาหลี ตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม พบว่า มีคนไทยเดินทางไปเที่ยวจำนวน 1.6 แสนคน ซึ่งเน้นท่องเที่ยวแบบหาประสบการณ์ K-Beauty ที่ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือวัฒนธรรมร่วมสมัยสะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะกระแส Personal Color ที่ได้รับความนิยมสูงในเกาหลีและกำลังเติบโตในไทย เป็นเค
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับ เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำจุดยืนผู้นำด้านไลฟ์สไตล์การเดินทาง เปิดตัวแคมเปญ “Isan Greencation” อีสานเย็นดี Green Season นี้มีดีล สร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยวภาคอีสานรับ Green Season ส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวเหนือระดับด้วยโปรโมชันสุดพิเศษ หวังดึงนักเดินทางรุ่นใหม่สัมผัสเสน่ห์ไทย “วัฒนธรรม-ธรรมชาติ” ส่งมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่าและมีความหมาย กระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. เปิดเผยว่า ในปี 2568 ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงผลักดันการท่องเที่ยวอีสานผ่านแนวคิด “ประเพณี สีอีสาน วิถีแห่งศรัทธา” โดยเน้นการถ่ายทอดเรื่องราวของ 1 ภูมิภาค 5 มรดกโลก วัฒนธรรมสองฝั่งโขง ถ่ายทอดผ่านเทศกาลดนตรี งานประเพณี และอาหารพื้นถิ่น เพื่อสร้างความประทับใจที่แตกต่าง พร้อมกระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมกันนี้ ยังได้ขานรับนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมให้ประเทศไทยสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้ง 365 วัน โดยแคมเปญ “Isan Greencation” อีสานเย็นดี Gr
องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Organization : KTO) ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์สานต่อความร่วมมือกับเคทีซีอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 เปิดตัวแคมเปญ “Unique Korea, Experience Yours” เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยหลังพบสัดส่วนนักท่องเที่ยวเดินทางและออกแบบการท่องเที่ยวด้วยตัวเองโต 82% มอบประสบการณ์พิเศษท่องเที่ยวเส้นทางเมืองรอง เช่น ปูซาน เชจู แทกู และอุลซัน พิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยว 2 เมือง ราคาเดียว พร้อมแพ็กเกจ D.I.Y. Experience Yours ประสบการณ์ท่องเที่ยวเลือกได้ตามที่ต้องการ นางคิม เซฮี รองผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Organization : KTO) เปิดเผยว่า ในปี 2567 มีจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยเดินทางไปเกาหลีประมาณ 323,000 คน ถือเป็นสัญญาณที่ดีบ่งบอกถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหลังจากการระบาดของโควิด-19 โดยเทรนด์การเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยไปเกาหลีกว่า 82% ให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระในการออกแบบการท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่าง และตรงกับความสนใจเฉพาะตัวมากยิ
