Featured How to เคล็ดลับผู้ประกอบการ

เจาะลึกกลยุทธ์ 6 แบรนด์แฟชั่นไทย สู่แบรนด์ฮิตในโลกอีคอมเมิร์ซ สร้างยอดขายหลายล้าน

ในยุคที่โลกดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แรงบันดาลใจเรื่องแฟชั่นไม่ได้มาจากแคตตาล็อกหรือหน้าร้านอีกต่อไป แต่ย้ายมาอยู่บนหน้าจอสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียที่กลายเป็นรันเวย์ให้ทุกคนได้โชว์สไตล์ นี่จึงเป็น “ช่วงเวลาทอง” ที่แบรนด์แฟชั่นไทยจะได้โชว์ตัวตนให้โลกเห็น พร้อมต่อยอดสู่รายได้จริง ผ่านการขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์

ซึ่งในตอนนี้ Shopee คือแพลตฟอร์มหลักที่ผู้บริโภคมองหาเสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นด้วยจำนวนผู้ใช้งานมหาศาล และพฤติกรรมการค้นหาที่เน้นสินค้าแฟชั่นโดยเฉพาะ โดยผลสำรวจจาก KANTAR ยังเผยให้เห็นว่านักช้อปกลุ่ม Gen Z และกลุ่ม Older Shopper มีพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์สูงลิ่วในหมวดหมู่แฟชั่น โดยมีราคาเฉลี่ยที่ 500–1,500 บาท และมักใช้แพลตฟอร์มนี้เป็นช่องทางหลักในการเลือกซื้อสินค้า

Fashion Store
Fashion Store

Fashion Store จาก Pain Point สู่สินค้าที่ทำให้คนเข้าถึงง่าย

เรื่องราวความสำเร็จของ Fashion Store แบรนด์ที่เริ่มต้นจากการหาช่องทางทำเงินด้วยตนเองมาตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปี 4 โดยตั้งชื่อแบรนด์ขึ้นมาเพื่อให้ครอบคลุม การขายสินค้าที่หลากหลาย ด้วยในตอนนั้นยังจับทางไม่ได้ว่า ต้องเน้นสินค้าใดที่จะตรงใจลูกค้ามากที่สุด

จนถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ตอนอายุ 25 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มหางานทำและจำเป็นต้องซื้อเสื้อสูทและกางเกงฟอร์มมาใส่ ทำให้เธอค้นพบว่าราคาในท้องตลาดแพงเกินไปสำหรับนักศึกษาจบใหม่ที่มีกำลังซื้อไม่มาก ด้วยสายตาที่มองเห็นช่องว่าง ในตลาดชุดสูทและกางเกงทำงานคุณภาพดีที่มาพร้อมกับราคาที่เข้าถึงได้สำหรับคนวัยทำงาน แบรนด์นี้จึงเบนเข็มไปในทิศทางที่ชัดเจนและเติบโตอย่างก้าวกระโดด

โดยมีซิกเนเจอร์ คือ ชุดเซต ในราคาราวๆ 1,000–1,500 บาท และได้แตกไลน์สินค้าที่มีครบครันทั้งเสื้อ กางเกง กระโปรง หลากหลายแพตเทิร์นและมีสีให้เลือกจำนวนมาก ถึงปัจจุบัน Fashion Store มียอดขายต่อเดือนสูงถึง 7 หลัก และสามารถทำยอดขายรวมต่อปีได้มากกว่า 10 ล้านบาท

การตัดสินใจก้าวเข้าสู่แพลตฟอร์ม Shopee ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ถือเป็นการพลิกเกมครั้งสำคัญ เมื่อยอดขายพุ่งทะยานสู่ 7 หลักในเดือนแรกทันที และในปัจจุบันยอดขายจากแพลตฟอร์มนี้คิดเป็น 60% ของยอดขายทั้งหมด

เจ้าของแบรนด์ เผยว่า ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จนี้คือคุณภาพสินค้าที่โดดเด่นและแพตเทิร์นที่สวยงาม รวมถึงรีวิวจากลูกค้าและการบริการหลังการขายที่เป็นเลิศ นอกจากนี้ ยังใช้เครื่องมือของ Shopee ที่หลากหลายและเข้าร่วมทุกโปรแกรม ไม่ว่าจะเป็น โค้ดส่งฟรี โค้ดส่วนลด Flash Sale รวมถึงการทำ Shopee Live และการให้ Shopee Coin ทั้งยังใช้ Shopee Ads ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด

นอกจากนี้ ยังไม่เคยพลาดการเข้าร่วมแคมเปญลดราคาต่างๆ ซึ่งสามารถเพิ่มยอดขายในช่วงแคมเปญเลขเบิ้ลได้สูงถึง 2 เท่า แม้ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายจากการแข่งขันในธุรกิจแฟชั่นที่รุนแรง แต่แบรนด์ยังคงมุ่งมั่นรักษาคุณภาพและบริการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและฐานลูกค้าที่ภักดี พร้อมทั้งมีแผนขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่ม UNISEX (LGBTQ+ และผู้ชาย) ด้วยการเพิ่มขนาดและสไตล์ของสินค้า สะท้อนความตั้งใจที่จะเติบโตอย่างมั่นคงและเปี่ยมด้วยคุณภาพ

nipperisdabest
nipperisdabest

NIPPERISDABEST แฟชั่นผู้หญิง กับยีนส์ที่มาพร้อมความจริงใจ

อีกหนึ่งแบรนด์ที่สร้างปรากฏการณ์บนแพลตฟอร์มดิจิทัลคือแบรนด์ NIPPERISDABEST ของ คุณฝ้าย-ณัฐณิชา รจนาสม ที่เริ่มต้นจากการสั่งสมประสบการณ์การขายของออนไลน์มากว่า 9 ปี ด้วยความใส่ใจลูกค้าและนำเอาคำขอ คำแนะนำ ข้อเสนอแนะที่ลูกค้าฟีดแบ็กมาสู่เส้นทางการผลิตสินค้าของตัวเอง เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้มากที่สุด ทำให้ NIPPERISDABEST ขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์กางเกงยีนส์ที่เน้นความจริงใจกับลูกค้า และนำเสนอเสื้อผ้าแฟชั่นที่สวมใส่ได้ทุกวัน ด้วยทรงที่สวยงาม รายละเอียดที่ประณีต และที่สำคัญคือ การที่มีไซซ์กางเกงยีนส์ที่หลากหลาย แตกต่างด้วยการใช้เลขเอวแทนไซซ์ S M L XL เพื่อลดความกังวลของลูกค้าเกี่ยวกับขนาด รวมถึงการใช้ซิปที่ยาวกว่าเจ้าอื่น เพื่อให้คนที่มีสะโพกใส่สะดวกขึ้น ทั้งยังคำนึงถึงการสวมใส่ที่ช่วยพรางหุ่น เสริมความมั่นใจให้กับลูกค้ามากขึ้น

แม้จะต้องผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อจากการรับมาขายสู่การออกแบบและผลิตเอง ซึ่งทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นและมียอดขายตกในช่วงแรก แต่ด้วยความมุ่งมั่นในคุณภาพ ทำให้ NIPPERISDABEST สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ให้คุณค่ากับผลิตภัณฑ์ชั้นเยี่ยมได้มากขึ้น

ในปัจจุบัน NIPPERISDABEST มียอดขายปีล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 9 ล้านบาท และสามารถขายกางเกงยีนส์ได้เฉลี่ย 1,000-2,000 ตัวต่อเดือน การตัดสินใจเข้ามาขายบนแพลตฟอร์ม Shopee เมื่อประมาณปีที่แล้ว ถือเป็นการตัดสินใจที่คิดถูก เนื่องจากมีลูกค้าจำนวนมากที่เป็น Shopee Lover ต่างติดตามมาอุดหนุน ส่งผลให้ยอดขายจากแพลตฟอร์มนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 60% ของยอดขายทั้งหมด

โดยอาวุธแห่งความสำเร็จนี้ ส่วนสำคัญ มาจากการไลฟ์สด ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จำเป็นที่สุดในปัจจุบัน เพราะช่วยกระตุ้นการซื้อด้วยโค้ดส่วนลดของแพลตฟอร์มและเพิ่มการมองเห็นให้กับร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในช่วงแคมเปญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แคมเปญวันเลขเบิ้ล หรือจะ Mid-month รวมถึง Pay Day ทางแบรนด์จะเพิ่มความถี่ในการไลฟ์ โดยจะไลฟ์ไม่นานมากราวๆ 1.30–2 ชั่วโมง เพื่อสร้างความรู้สึก Flash Sale นอกจากนี้ ยังมีการใช้ Shopee Video โดยมีความถี่ในการลงคลิปอย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ และ Shopee Ads ในการขับเคลื่อนยอดขายอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีความสำเร็จของ 4 แบรนด์ Rally Movement, TWOTWICE, WARA และ AIMER

Rally Movement แบรนด์เสื้อผ้าและกระเป๋าแฟชั่น กับจุดเด่นที่การออกแบบที่เน้นความแคชวล ใส่ได้หลายโอกาส และยังมีความคลาสสิค ที่สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์ได้หลากหลายสไตล์ ที่เน้นดีไซน์คลาสสิคที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจและเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัว โดยมีปัจจัยความสำเร็จจากการเข้าใจกลุ่มลูกค้าและเติมสต๊อกสินค้าอย่างต่อเนื่อง และมีความโดดเด่นจากการมีกลุ่มผู้ใช้ที่มี Loyalty สูงบนแพลตฟอร์ม Shopee

TWOTWICE แบรนด์เสื้อผ้าที่ถ่ายทอดแนวคิด Timeless & Genderless กับเอกลักษณ์ที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยรายละเอียดและโครงสร้างที่ผ่านการคิดอย่างพิถีพิถัน ชูความเรียบง่ายที่มีดีเทลและคุณภาพที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ และประสบความสำเร็จจากการใช้เครื่องมือของ Shopee อย่างครบถ้วนและรักษามาตรฐานแบรนด์ โดยมียอดขายเฉลี่ยต่อเดือนบน Shopee อยู่ในระดับ 7 หลัก และสินค้าขายดีมียอดขายมากกว่า 1,000 ชิ้นต่อเดือน พร้อมทั้งสร้าง Momentum ต่อเนื่องตลอดเดือนผ่านแคมเปญที่ตรงใจผู้ซื้อ

WARA แบรนด์ที่ใช้ศาสตร์การแต่งตัว มาแก้ไขจุดด้อย ดึงจุดเด่นของแต่ละสรีระ โดดเด่นในเรื่องของกางเกงยีนส์ที่ออกแบบมาเพื่อสรีระของคนไทยโดยเฉพาะ เป็น FAST FASHION คุณภาพดี ใช้วัสดุพรีเมียม และดีไซน์ที่ผสานลงตัวระหว่าง Trendy, Classy, and Timeless ซึ่งความสำเร็จมาจากคุณภาพ ราคา และเอกลักษณ์ของแบรนด์

และ AIMER แบรนด์เสื้อผ้า Everyday Essentials หรือเสื้อผ้าที่ทุกคนต้องมีติดตู้ เรียบง่าย สามารถ Mix and Match ได้ในทุกวัน โดยเน้นเสื้อผ้า ที่ใส่ได้ตลอดไม่มีตกเทรนด์ ประสบความสำเร็จด้วยการนำเสนอสินค้า ราคา และโปรโมชันที่ตอบโจทย์ รวมถึง การใช้ประโยชน์จาก Shopee ที่อำนวยความสะดวกสบายให้กับแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น UX/UI ที่ดี และการวางแผน Voucher และ Video ที่แข็งแกร่ง

ซึ่งแบรนด์เหล่านี้ได้เข้ามาสร้างปรากฏการณ์บน Shopee ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แรงจูงใจหลักที่ผลักดันให้แบรนด์เหล่านี้เลือก Shopee คือความต้องการของลูกค้าที่ต้องการความสะดวกในการซื้อสินค้า และความเชื่อมั่นว่า Shopee เป็นช่องทาง ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง และมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของตนเองอยู่แล้ว แม้จะมีจุดขายที่โดดเด่นแตกต่างกันไป

หากแต่ทั้ง 4 แบรนด์ข้างต้นนี้มีความน่าสนใจโดยมีปัจจัยความสำเร็จร่วมกันบน Shopee คือ

1. การเข้าใจกลุ่มลูกค้าและเติมสต๊อกสินค้าอย่างต่อเนื่อง

2. การใช้เครื่องมือของ Shopee อย่างครบถ้วนและรักษามาตรฐานแบรนด์

3. การนำเสนอสินค้า ราคา และโปรโมชันที่ตอบโจทย์ ในด้านกลยุทธ์การตลาดและการส่งเสริมการขายบน Shopee

แบรนด์เหล่านี้ใช้เครื่องมือที่คล้ายคลึงกันและให้ผลตอบรับที่น่าพอใจอย่างชัดเจน โดยเครื่องมือที่ใช้บ่อยที่สุดคือ Shopee Live, Shopee Video และ Shopee Ads นอกจากนี้ ทุกแบรนด์ต่างยืนยันประสบการณ์เชิงบวกจากการเข้าร่วมแคมเปญใหญ่ของ Shopee ไม่ว่าจะเป็น แคมเปญวันเลขเบิ้ล (Double Date) แคมเปญ Mid Month และแคมเปญ PayDay ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายและดึงดูดลูกค้าใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยภาพรวมลูกค้าบน Shopee ของแบรนด์เหล่านี้ให้การตอบรับที่ดี มีการสอบถามข้อมูลและสนใจสินค้าอย่างสม่ำเสมอ ทุกแบรนด์ต่างมองว่าการเติบโตบน Shopee เป็นไปในทิศทางที่ดีและเกินความคาดหมาย

บทสรุป

การเติบโตของตลาดแฟชั่นออนไลน์ในปัจจุบันต้องการกลยุทธ์ที่ชัดเจนและเฉียบคม ความสำเร็จของแบรนด์ แฟชั่นไทยเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในพฤติกรรมลูกค้าและการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเติบโตในยุคดิจิทัล การที่แบรนด์เหล่านี้สามารถใช้แพลตฟอร์มการขายที่เหมาะสมและเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างถ่องแท้ ทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงและดึงดูดลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรงและการลอกเลียนแบบ การเน้นย้ำถึงคุณภาพสินค้าที่โดดเด่น การสร้างแบรนด์ที่จริงใจและมีเอกลักษณ์ รวมถึงการใช้เครื่องมือทางการตลาดของแพลตฟอร์ม อย่างเต็มศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์สด การนำเสนอวิดีโอ หรือการโฆษณา และการเข้าร่วมแคมเปญใหญ่ๆ อย่างสม่ำเสมอ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนยอดขายและสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อสามารถส่งมอบประสบการณ์แบบ ครบ คุ้ม ไว การันตีที่ช้อปปี้ นี่คือบทพิสูจน์ที่ว่า แฟชั่นไทยได้ก้าวขึ้นสู่รันเวย์ดิจิทัลอย่างสง่างาม พร้อมที่จะสร้างสรรค์สไตล์และแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับผู้คนทั่วโลกได้อย่างแท้จริง

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน