แชร์ว่อนโลกออนไลน์ เป็นภาพคู่บ่าวสาวทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ โดยภาพนี้โพสต์โดยคุณJirakom Bunjaruswong ระบุว่า คำกล่าวจากเจ้าสาว “เราจำเป็นต้องจัดงานวันนี้ แต่เรารู้สึกว่า อยากจะทำอะไรเพื่อพระองค์ท่าน”
ภาพนี้ถ่ายวันที่ 15/10/2016 เป็นงานมงคลสมรส ที่ค่อนข้างเงียบนิ่ง และทางผม และเพื่อนต้อม ได้รับหน้าที่นี้ในการบันทึกภาพเหตุการณ์สำคัญของชีวิตของเขาทั้งคู่ ซึ่งวันเวลาจะการจัดงานมีความจำเป็นที่ไม่สามารถเลื่อนได้ จึงต้องจัดกันภายใต้ข้อบังคับมากมาย
Latest Posts
“ป้าบุญคาเฟ่” ร้านอาหารที่สร้างปรากฏการณ์ลูกค้าแห่เข้าใช้บริการจนล้นทะลัก สร้างกระแสบอกต่อถึงบรรยากาศร่มรื่น สวยงาม เครื่องเล่นจัดเต็มสำหรับน้องๆ หนูๆ มีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปไม่มีเบื่อ อาหารอร่อย สะอาด และบริการประทับใจที่เป็นเสน่ห์ที่ใครก็ตาม เมื่อมาเยือนต่างตกหลุมรัก ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จ เกิดจากแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือ “เอาใจเขา มาใส่ใจเรา” เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามายังดินแดนแห่งนี้ มีแต่ความสุข และอยากใช้เวลาอยู่ให้นานที่สุด คุณอำพล ยุติศรี เจ้าของธุรกิจ “ป้าบุญคาเฟ่” เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว เวลานั้น รับราชการอยู่เมืองพัทยา ทำหน้าที่ดูแลวางระบบจัดสวนสาธารณะครบวงจรในพื้นที่เมืองพัทยาและอยากจะหารายได้เสริมจากงานประจำ ทำให้ริเริ่มเปิดร้านอาหารเล็กๆ ในพื้นที่ของ “ป้าบุญ” ตั้งอยู่ในเมืองพัทยา ใช้ชื่อร้านว่า “ครัวบ้านป้าบุญ” เพื่อให้เกียรติเจ้าของสถานที่ ทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์การทำธุรกิจร้านอาหารมาก่อนเลย แต่สิ่งสำคัญที่คุณอำพลใช้เป็นแกนหลักในการสร้างร้านอาหารตามความฝัน คือต้องการแก้ไขปัญหาที่ตัวเองเคยประสบเมื่อไปใช้บริการร้านอาหารต่างๆ ด้
ย้อนรู้จักผู้ก่อตั้ง Happy Munchy แบรนด์เล็กๆ ที่เริ่มต้นจาก 3 แม่คนดัง สู่ดราม่าโลกออนไลน์ ‘ออมุก’ ในเซเว่นฯ จากเรื่องราวของ ‘Happy Munchy (แฮปปี้มันช์ชี่)’ แบรนด์ไทยเจ้าของสินค้าตัวดังอย่าง ‘ออมุก’ สไตล์เกาหลี ที่กำลังเป็นที่พูดถึงบนโลกโซเชียล รู้หรือไม่ แบรนด์นี้เป็นธุรกิจ SMEs จากความร่วมมือของ 3 คุณแม่คนดัง ตุ๊ก-นิรัตน์ชญา การุณวงศ์วัฒน์ แห่งเพจเลี้ยงลูกชื่อดัง Little Monster, นิหน่า-สุฐิตา ปัญญายงค์ นักแสดง พิธีกร ผู้ประกาศข่าว และแตน-ธันยวดี วะสีนนท์ นักธุรกิจหญิงผู้คร่ำหวอดในธุรกิจอาหาร ที่มีจุดเริ่มต้นง่ายๆ อย่างการแก้ปัญหา “ลูกทานยาก” จนเกิดเป็นสินค้าอาหารสำหรับเด็กที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เป็นที่รู้จักในเวลาไม่นาน เดินหน้าแตกไลน์สินค้าและขยายตลาดสู่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น กับสินค้า “ออมุก” สไตล์เกาหลี อาหารง่ายๆ ที่เพียบด้วยคุณประโยชน์ เหมาะกับคนทุกวัย ก็ได้รับการตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน เส้นทางของ Happy Munchy เริ่มต้นจากปัญหาของ ตุ๊ก นิรัตน์ชญา ที่พบปัญหาลูกสาวไม่ยอมทานอะไรเลย นอกจากหมูฝอย เสี่ยงต่อการขาดสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการตามช่วงวัย เมื่อได้คุยกับ แตน ธันยวดี และน
ลูกค้ายังเต็มร้าน แต่สั่งของหวานน้อยลง โต๊ะยังแน่น แต่ใช้เวลานานขึ้นก่อนตัดสินใจ บางโต๊ะถามหาเซ็ตที่คุ้มกว่า บางโต๊ะเปิดมือถือเทียบราคา หรือเลือกใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตอย่างคุ้มค่า สิ่งที่เคยเป็น “การสั่งแบบไม่ต้องคิด” วันนี้กลายเป็น “การตัดสินใจที่ต้องคิดมากขึ้น” สำหรับคนทั่วไป เพราะคาดหวังว่าทุกบาทที่จ่าย ไม่ว่าจะผ่านเงินสดหรือบัตรเครดิค ต้อง “คุ้มจริง” นี่อาจเป็นเพียงพฤติกรรมเล็กๆ ระหว่างมื้ออาหาร แต่สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร นี่คือสัญญาณเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงทุกวันหน้าร้าน เพราะร้านอาหารคือหนึ่งในธุรกิจแรกๆ ที่มองเห็นกำลังซื้อผ่านบิลอาหาร คือมุมมองของ “คุณจีรภัทร ศรีทองคำ” ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” จากอดีตสายงาน HR สู่ธุรกิจร้านอาหารหลายแบรนด์ ทั้ง พาสต้า อาม่า, ปูนแดง แกงร้อน และ KARAMIZU ที่เติบโตจนมีมูลค่ารวมเกือบ 400 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 5–6 ปี เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากแค่เมนูฮิต แต่เกิดจากการอ่านลูกค้าให้ทัน บริหารต้นทุนอย่างแม่นยำ สร้างทีมให้แข็งแรง และวาง “ระบบหลังบ้าน” ให้พร้อมรองรับการเติบโต รวมถึงการเลือกพาร์ทเนอร์ด้านการชำระเงินอย่างเคทีซี ที่ช่วยใ
กะเพรา – โหระพา ผักสวนครัว เหมือนจะเป็นผักที่หาได้ทั่วไป ไม่มีราคาค่างวดอะไร เพราะซื้อที่ตลาดก็ไม่แพง แต่ภายใต้สิ่งเหล่านี้ กลับพบว่า ใครที่ปลูกขาย มักจะได้เงินกับผักสองชนิดนี้เสมอ เพราะจัดเป็นผักคู่ครัวคนไทยมานานแสนนาน เช่นเดียวกับ คุณวินัย ศรีบัวทิม วัย 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/4 หมู่ 3 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ที่มีอาชีพทำนาเป็นหลัก และการทำนา ก็จะมีช่วงว่างเป็นระยะๆ และใช้เวลาว่างปลูกกะเพรา โหระพา ไว้ราว100 ร้อยต้น รอบๆบ้าน สามารถขายเป็นรายได้เสริม เป็นค่ากับข้าว ได้ทุกวัน ตกวันละ 300 บาท เท่ากับค่าแรงขั้นต่ำ แต่หากไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร คุณวินัย เล่าให้ฟังว่า ทั้งกะเพรา และโหระพา เป็นพืชดูแลง่าย ไม่ค่อยเป็นโรค เก็บขายได้ทั้งปี แต่เพื่อให้เจริญงอกงามดี ก็แค่ใส่ปุ๋ยให้ 20 วัน ต่อครั้ง อาจจะใช้สูตร เสมอ หรือสูตร 46-0-0 ก็ได้ ถ้าต้นไหนแก่จัด ก็ตัดทิ้ง และการที่ตัดกิ่งมาเด็ดใบขาย ก็เท่ากับเป็นการตัดแต่งกิ่งไปในตัว อีกไม่นานก็แตกกิ่งใหม่ เมื่อตัดมาแล้ว ล้างน้ำ 1 ครั้ง จากนั้น เด็ดใบ เด็ดช่อ ใส่ฝาชี (หงาย) ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ทำให้ใบผักไม่เน่า ราคารับซื้อ (เด็ดใบแล้ว) อยู่ที
