ชมวิว! กินข้าว ร้านพอเพียง ราคาหลักสิบ วิวหลักล้าน
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการชิมเช็คอินตามร้านต่างๆ จะขอแนะนำร้านอาหารตามสั่งที่มีสไตด์ชิวๆ ริมบรรยากาศกลางทุ่งนา โดยเฉพาะที่ร้านพอเพียง อาหารตามสั่ง นั่งสบาย สไตล์แบบพอเพียง เมนูข้าวคลุกกะปิ ข้าวผัดไข่ ก๋วยเตี๋ยว อร่อยน่ารับประทาน
โดยร้านพอเพียง อาหารตามสั่ง นั่งสบาย สไตล์แบบพอเพียง เป็นของนายเอกชัย ทิพย์โอสถ อายุ 49 ปี และนางฐิติมา ทิพย์โอสถ อายุ 31ปี สองสามีภรรยา ที่ได้เปิดร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ ที่บริเวณริมถนนหน้าวัดจุฬามณี อ.เมืองพิษณุโลก มีประชาชนต่างไปชิมอาหารร้านนี้กันจำนวนมากทุกวัน เนื่องจากมีเมนูเด็ด หลากหลายเมนู อาทิ ข้าวคลุกกะปิ ข้าวผัดกระเพาหมูกรอบ ข้าวผัดไข่ ข้าวราดแกง หรือเมนูก๋วยเตี๋ยว ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก เย็นตาโพ โดยเฉพาะเมนูข้าวคลุกกะปิ ที่อร่อยถูกปาก ใครมาที่ร้านแห่งนี้จะมักสั่งมารับรับประทานกัน

นายเอกชัย เจ้าของร้าน บอกว่า ร้านของตนนั้นเปิดได้มากว่า 6 เดือนแล้ว โดยสไตด์ทำร้านนั้น ก็ให้เป็นสถานที่นั่งกินอาหารแบบสบายๆ รับลมเย็นๆ มองทุ่งนาเป็นสีเขียว มีหุ่นไล่กา ที่ทำไว้ตามคันนาสวยงาม ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาชิมอาหารของตนเองก็รู้สึกเย็นสบาย ราคาอาหารก็ไม่แพง เพียงแค่ 35 บาท เท่านั้น ราคาหลักสิบ วิวหลักล้าน ลูกค้าอยากให้ขยายร้าน เนื่องจากบางวัน ลูกค้าไม่มีที่นั่ง ส่วนเมนูเด็ดร้านนี้เป็นข้าวคลุกกะปิ ที่มีรสชาติอร่อย ไม่มันและเลี่ยนจนเกินไป หากใครใจ ต้องไปชิมอาหารที่ร้านพอเพียง อาหารตามสั่ง นั่งสบาย สไตล์แบบพอเพียง ก็สามารถไปกันได้ เป็นประจำทุกวัน ร้านเปิดตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00-15.00 น.
Latest Posts
เด็กหนุ่มไทยวัย 17 ปี ที่เริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ประกอบการเด็กเอเชีย ได้เผยเส้นทางการทำเงินของตัวเองตั้งแต่ศูนย์ ผ่านช่องรายการพอดแคสต์สร้างแรงบันดาลใจช่อง MarNoCap จากเด็กเกรดต่ำ สู่เจ้าของโปรแกรมโค้ชชิ่ง เขาเล่าว่าตัวเองไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง เกรดเฉลี่ยอยู่ในระดับ C เกือบทุกวิชา ยกเว้นวิชาพลศึกษาที่ได้ A ด้วยผลการเรียนแบบนี้ โอกาสที่จะได้งานดี ๆ ในระบบมีน้อยมาก ประกอบกับเมื่อชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญจากช่วงที่ครอบครัวประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก หลังธุรกิจทัวร์ของคุณแม่ซึ่งเคยรุ่งเรืองต้องซบเซาลงจากผลกระทบของโควิด-19 จนเป็นหนี้หลายแสนบาท ทำให้เขาเห็นแม่ร้องไห้และทะเลาะกับพ่ออยู่บ่อยครั้ง สิ่งนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาอยากหาทางออกให้ครอบครัว เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเริ่มจากการทำดรอปชิปปิง ตามด้วยการเทรด ก่อนจะลองรับงานเขียนคอนเทนต์การตลาด (copywriting) ส่งข้อความติดต่อลูกค้าหลายร้อยรายตั้งแต่อายุ 14 แต่ก็ล้มเหลวไม่มากก็น้อย กระทั่งเริ่มลองทำคลิปแรงบันดาลใจของตัวเองจนมีผู้ติดตามจำนวนมาก จึงหันไปศึกษาวิธีการทำคอนเทนต์ให้ไวรัลอย่างจริงจัง แล้วนำความรู้นั้นไปสอนคนอื่นในราคาเข้า
ในยุคที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลายๆ คนได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงง่าย และช่วยลดต้นทุนในการทำงานได้อีกด้วย บริษัทใหญ่ๆ บางแห่งได้มีการนำ AI เข้ามาแทนที่การเขียนโปรแกรม (Coding) ตัวอย่างเช่น ที่ Microsoft และ Google พบว่ามีการนำ AI มาเขียนโค้ดให้กับโปรเจ็กต์ต่างๆ มากถึง 30% Alexandr Wang (อเล็กซานเดอร์ หวัง) มหาเศรษฐีด้าน AI วัย 28 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Scale AI ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านการจัดทำข้อมูล (Data Labeling) สำหรับการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ (AI) เขากล่าวว่า กุญแจสำคัญในการก้าวหน้าคือการเรียนรู้วิธีใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเขาแนะนำให้วัยรุ่นทุกคนเริ่มฝึกฝนการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ให้คล่องแคล่ว ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดอย่าง Replit และ Cursor สามารถสร้างชุดคำสั่ง (Code) ได้จากการระบุคำสั่งเพียงสั้นๆ ทำให้เกิดเทรนด์ที่เรียกว่า “Vibe-coding” หรือการปล่อยให้ AI เขียนโค้ดตามคำสั่งภาษาอังกฤษทั่วไปได้ง่ายๆ ส่งผลให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคเลยก็สามารถสร้างแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ได้
หากเอ่ยถึงร้านอาหารพื้นบ้านติดอันดับ Top 5 ที่ต้องมาเยือนเมื่อเดินทางมา จ.สุพรรณบุรี ชื่อของ “ร้านอาหารครัวกางนา” อ.สองพี่น้อง ย่อมอยู่ในใจของใครหลายคน ด้วยเสน่ห์อาหารไทยพื้นบ้านรสชาติต้นตำรับ บรรยากาศเรือนไทยสุดสง่างามกลางทุ่งนาร่มรื่น ตลอดจนบริการรีสอร์ทพักผ่อนครบวงจร แต่กว่าจะเติบโตเป็นแลนด์มาร์กบนเนื้อที่ 8 ไร่ในวันนี้ เส้นทางของ คุณภัทรภณ ล้อมมหาดไทย ต้องผ่านบททดสอบและวิกฤตมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งโดนไล่ที่ เจอน้ำท่วมซ้ำ แต่ไม่เคยถอดใจ จุดเริ่มต้น ‘ร้านอาหารครัวกางนา’ ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน คุณภัทรภณตัดสินใจลาออกจากงานประจำกลับบ้านเกิดที่สุพรรณบุรี เริ่มต้นทำร้านอาหารอีสานเล็กๆ ชื่อ “แซ่บอีสาน” แต่ธุรกิจกลับไม่เติบโต ซ้ำร้ายยังถูกไล่ที่ จนต้องมองหาทางรอดใหม่ โดยเปลี่ยนมาใช้พื้นที่นาของคุณแม่ และตั้งชื่อว่า “ครัวกางนา” โดยคำว่า “กาง” ในความหมายของคุณภัทรภณ คือการขยายให้เติบโตและใหญ่ขึ้น ทว่าในช่วงเริ่มต้น ครัวกางนาเป็นเพียงซุ้มมุงจากเล็กๆ มีพนักงานเพียง 2 คน และต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ถึง 2 ครั้ง ทั้งในช่วงปลายเดือนตุลาคม และน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 จนต้นไม้ตายหมด กลายเป็นครัวกลางน
“ผมแค่อยากพาครอบครัวไปทานอาหารแล้วไม่ต้องดูราคา ผมแค่อยากใช้ชีวิตสบายๆ แต่คำว่าสบายมันต้องใช้เงิน” ประโยคที่ฟังดูจริงใจ ไม่ปรุงแต่งนี้ คือคำพูดแรกของ คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” เมื่อถูกขอให้เล่าถึงเส้นทางธุรกิจจากศูนย์ ก่อนจะกลายมาเป็นเจ้าของอาณาจักรร้านอาหาร 400 ล้านบาทในปีนี้ จากอดีตพนักงาน HR Business Development ที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง CP ประจำภาคเหนือ เริ่มต้นจากการเป็นพนักงานออฟฟิศที่มีความฝันว่าอยากจะรวย อยากสบาย กลายเป็นสิ่งผลักดันให้เขากล้าลอง กล้าเริ่ม กล้าล้ม คุณจีเริ่มเล่าว่า ตนเองเป็นนักศึกษาคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งคณะนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นนักจิตวิทยาสายคลินิก กับคนที่มาสายองค์กรเพื่อพัฒนาสายธุรกิจ ตอนที่เป็นพนักงานประจำก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงานยังไม่มีรถยนต์ขับ ที่บ้านไม่ได้มีธุรกิจ พ่อเป็นข้าราชการ แม่ขายก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง หลังเรียนจบมาก็มาเป็นพนักงานประจำอยู่ในสาย HR ล้วน 7 ปี “ผมอยากรวยครับ อยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ ซึ่งคำว่าสบายๆ นี้มันต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่ามันนี่ ถ้าไม่มีตัวนี้ก็ไม่สบาย” เมื่อตอนสิบปีที่แล้วนั้น เงินเดือนสตาร์
