สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยผลการจัดทำดัชนีนวัตกรรมระดับโลก (Global Innovation Index – GII) ในปี 2562 ภายใต้ ธีมด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ (Creating Healthy Lives – The Future of Medical Innovation) ซึ่งจัดโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก (World Intellectual Property Organization) หรือ WIPO เพื่อรายงานความสามารถด้านนวัตกรรมของแต่ละประเทศ และปีนี้ถือเป็นปีที่ 12 พบว่าในปีนี้ ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 43 ขยับขึ้นจากเดิม 1 อันดับจากปีที่ผ่านมา

ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า ในปี 2019 ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับความสามารถด้านนวัตกรรมอยู่อันดับที่ 43 ขยับอันดับขึ้น 1 อันดับ จากปี 2018 โดยในปีนี้ประเทศไทยมีการปรับตัวดีขึ้นทั้งทางด้านปัจจัยเข้าทางนวัตกรรม (Innovation input sub-index) จากเดิมอันดับที่ 52 เลื่อนขึ้นเป็นอันดับที่ 47 และปัจจัยย่อยผลผลิตทางนวัตกรรม (Innovation output sub-index) ที่ปรับขึ้นจากอันดับที่ 45 เลื่อนขึ้นเป็นอันดับที่ 43 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศกลุ่มรายได้ปานกลางระดับบน (upper middle-income economies) ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 4 รองจากจีน มาเลเซีย และบัลแกเรีย จากจำนวน 34 ประเทศ ที่ประเทศไทยมีอันดับที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยในทุกปัจจัย ยกเว้นปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่หากเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออกและโอเชียเนีย ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 10 จากจำนวน 15 ประเทศ
สำหรับคะแนนในปีนี้ ประเทศไทยทำคะแนนได้ดีในหลายตัวชี้วัดจาก 5 ปัจจัยเสาหลัก อาทิ ประสิทธิการดำเนินดีในด้านเครดิตภายในประเทศที่มีต่อภาคเอกชน (อันดับ 12) การคุ้มครองผู้ลงทุน (อันดับ 14) การลงทุนในตลาด (อันดับ 10) การทำ R&D ที่มีแหล่งเงินจากภาคธุรกิจ (อันดับ 4) การนำเข้าสินค้าไฮเทค (อันดับ 12) สภาพแวดล้อมการทำธุรกิจ (อันดับ 20) การเติบโตด้านผลิตภาพแรงงาน (อันดับ 14) และการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี (อันดับ 8) รวมถึงตัวชี้วัดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านผลผลิตจากองค์ความรู้และเทคโนโลยี และปัจจัยด้านผลผลิตจากความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่ตัวชี้วัดที่ประเทศไทยยังมีข้อด้อยส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างปัจจัยเข้าทางนวัตกรรม เช่น สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ อัตราส่วนของครูและนักเรียน และการกู้ยืมรายย่อยในระดับไมโครไฟแนนซ์ เป็นต้น

ด้าน ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ดัชนี GII ประกอบด้วย ดัชนีย่อย 2 ด้าน ได้แก่ ดัชนีย่อยปัจจัยเข้าทางนวัตกรรม (Innovation input sub-index) และ ดัชนีย่อยผลผลิตทางนวัตกรรม (Innovation output sub-index) โดยภายใต้ 2 ดัชนีย่อยนี้ ได้แบ่งองค์ประกอบออกเป็น 7 ปัจจัยเสาหลัก (Pillar) ได้แก่ 1) ปัจจัยด้านสถาบัน 2) ปัจจัยด้านทุนมนุษย์และการวิจัย 3) ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน 4) ปัจจัยด้านระบบตลาด และ 5) ปัจจัยด้านระบบธุรกิจ 6) ผลผลิตจากองค์ความรู้และเทคโนโลยี และ 7) ผลผลิตจากความคิดสร้างสรรค์ ทั้งนี้ GII นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งดัชนีสำคัญด้านนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ซึ่งสะท้อนความสามารถด้านนวัตกรรมของประเทศทั้งในปัจจัยย่อย การเปรียบเทียบเชิงเวลา และการเปรียบเทียบเชิงแข่งขัน
NIA ในฐานะหน่วยงานนำในการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศ ได้รับมอบหมายจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ให้ดำเนินการติดตามและเสนอแนะแนวทางการยกระดับและปรับปรุงอันดับของประเทศไทยในดัชนีนวัตกรรมระดับโลก โดยอาศัยการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมบนฐานของข้อมูล (Data-driven Innovation) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการจัดทำแพลทฟอร์มข้อมูลนวัตกรรมเพื่อติดตามข้อมูลปัจจัยด้านนวัตกรรมจากแหล่างต่างๆ ที่สะท้อนศักยภาพด้านนวัตกรรม อาทิ ข้อมูลผลงานนวัตกรรม ข้อมูลผู้ประกอบการนวัตกรรม ข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรม ที่จะนำไปสู่การส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์ข้อมูลในการสร้างและพัฒนาความเข้มแข็งของระบบนวัตกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของ NIA ในการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศ สำหรับผลการจัดอันดับในปีนี้ ถึงแม้ในปีนี้อันดับของประเทศไทยจะขึ้นเพียง 1 อันดับ แต่จะเห็นได้ว่ามีการปรับขึ้นทั้งในอันดับของปัจจัยเข้าทางนวัตกรรม และปัจจัยผลผลิตทางนวัตกรรม แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ต่อเนื่องและสมดุลมากขึ้น การปรับโครงสร้างเชิงระบบของระบบวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของประเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จะช่วยเชื่อมโยงปัจจัยเข้าและปัจจัยผลผลิตให้สมดุลมากขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับการทำงานร่วมกันที่ส่งผลต่ออันดับนวัตกรรมของประเทศไทย ทั้งนี้ NIA จะได้มีการดำเนินงานเพื่อวางแผนในการเร่งพัฒนาและปรับปรุงดัชนี้นวัตกรรมของประเทศให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าให้ประเทศไทยอยู่ในท็อป 30 ภายในปี 2030 ดร.พันธุ์อาจ กล่าวสรุป

สำหรับประเทศที่มีความสามารถและการพัฒนานวัตกรรมที่ดีที่สุด 10 อันดับแรกในปีนี้ ได้แก่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศสวีเดน ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศเนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ประเทศฟินแลนด์ ประเทศเดนมาร์ก ประเทศสิงคโปร์ ประเทศเยอรมนี และประเทศอิสราเอล โดยดัชนีนวัตกรรมระดับโลก หรือ GII จัดทำขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ภายใต้แนวคิด นวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ (Creating Healthy Lives – The Future of Medical Innovation) ทำการสำรวจโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก หรือ WIPO ซึ่่งเป็นหนึ่งในองค์การเฉพาะทางของสหประชาชาติ ทั้งนี้ ได้ทำการสำรวจความสามารถด้านนวัตกรรม 129 ประเทศและเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วโลก
สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 02–0175555 เว็บไซต์ www.nia.or.th หรือ facebook.com/niathailand
Latest Posts
จากลูกจ้างชั่วคราว นอนใต้ถุนโรงพยาบาล สู่เจ้าของ “ป้าบุญคาเฟ่” 7 สาขา รายได้ 500 ล้านธุรกิจที่เริ่มจากเงินเก็บก้อนเล็ก ๆ และที่ดินของ “ป้าบุญ” ที่ไม่คิดค่าเช่า.ผ่านวิกฤตโควิดโดยไม่ทิ้งลูกน้อง 500 คน จนวันนี้มีพนักงานกว่า 1,300 คน“ทำธุรกิจแบบบ้าน ๆ ใช้ใจบริหาร” เพราะเชื่อว่าให้ใจกับลูกค้าก่อน แล้วธุรกิจจะเติบโตตามมา.ดูคลิปเต็มได้แล้ว | จุดเริ่มเจ็บ
คุณเคยชอบอะไรบางอย่างมากๆ ไหมครับ มากเสียจนอยากหันไปเล่าให้ใครสักคนฟัง แต่พอหันไปรอบตัวกลับไม่รู้ว่าจะเล่าให้ใครฟัง แต่ในกรุงเทพฯ มีร้านหนังสือคอมมิคแห่งหนึ่ง หน้าร้านเต็มไปด้วยโปสเตอร์เหล่าซูเปอร์ฮีโร่สะดุดตา เมื่อเปิดประตูเข้าไป สิ่งแรกที่พบไม่ใช่แค่เพียงชั้นวางหนังสือ แต่คือเจ้าของร้านที่พร้อมพูดคุยกับลูกค้าเกี่ยวกับเรื่องราว ตัวละคร และสิ่งที่ชอบ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พาไปพูดคุยกับ คุณเก่ง-สรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ เจ้าของ Prime Comic ถึงจุดเริ่มต้นจากความชื่นชอบในหนังสือคอมมิค สู่การต่อยอดเป็นธุรกิจนำเข้าคอมมิคจากต่างประเทศ พร้อมเรื่องราวของการสร้าง Community ที่เปิดพื้นที่ให้คนรักในสิ่งเดียวกันได้มาพบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนความชอบร่วมกัน จุดเริ่มต้น จากความชอบสู่เจ้าของ Prime Comic “Prime Comic” หนึ่งในร้านหนังสือคอมมิคไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่นำเข้าหนังสือการ์ตูนจากสหรัฐอเมริกามาจำหน่าย สร้างรายได้ต่อเดือนกว่า 7 แสนบาท และยังเป็นหนึ่งในร้านที่พยายามสร้างพื้นที่ให้คนรักคอมมิคได้มาพบปะและแลกเปลี่ยนความชอบร่วมกัน ซึ่ง Comic (คอมมิค) คือหนังสือการ์ตูนที่มีเนื้อหาหลากหลายแนว ตั้งแ
ทุกวันนี้ ร้านสะดวกซื้อไม่ได้มีเพียงชื่อ “7-Eleven” หากคุณมองไปอีกฝั่งของถนนจะเห็น “CJ MORE” ตั้งอยู่ใกล้ๆ หรือบางทีก็อยู่ข้างๆ กันเลย จนหลายคนคิดว่านี่คือแบรนด์ที่จะเข้ามาท้าชิงตลาดคอนวีเนี่ยนสโตร์ แต่จริงๆ แล้ว ภายใต้ภาพการต่อสู้ด้านธุรกิจ “แอ๊ด คาราบาว” (นายยืนยง โอภากุล) ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท และเป็น ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 3 (ถือหุ้นประมาณ 7.05%) ใน บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รวมถึงมีตำแหน่งกรรมการในบริษัทในเครือ เช่น บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด และบริษัท ตะวันแดง ดีซีเอ็ม จำกัด ได้เปิดเผยเรื่องราวผ่าน Facebook ส่วนตัว Add Bao โดยเริ่มเรื่องว่า . ท่านประทาน ธนินท์ เจียรวนนท์ ที่ผมรู้จัก จากเสื่อผืนหมอนใบ ของคนไทยลูกจีนถึงมิตรภาพที่ไม่มีวันลืม (บันทึกโดย แอ๊ด คาราบาว 12 กันยายน 2569) ก่อนที่คุณแอ๊ดเริ่มเล่าในโพสต์ว่า ครอบครัวของตนเป็นคนจีนจากแผ่นดินใหญ่อพยพมาตั้งรกรากในประเทศไทยบรรพชนฝ่ายแม่เป็นชาวแต้จิ๋วจากเท่งไห้ใกล้ซัวเถา ส่วนฝ่ายพ่อมาจากฮงซุน เป็นดินแดนของพวกปั๊วซัวแคะ แซ่โอ๊วหรือหู ต่อมาอาปาจึงเปลี่ยนมาใช้นามสกุล “โอภากุล” ตระกูลคนไทยลูกจีนสร้างธุรกิจยักษ์ คนจีนร
นามปากกา: เด็กหอ จากสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความครึกครื้น และความทรงจำมากมายตอนนี้กลับเหลือเพียงความเงียบเหงา และความทรงจำเก่าๆ แต่ไม่นานมานี้กระแสโซเชียลได้ปลุกให้ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์ สมุทรปราการ และสวนสัตว์อื่นๆ กลับมามีชีวิตและรอยยิ้มอีกครั้ง สวนสัตว์น่าเที่ยวที่โลกโซเชียลช่วยกันปลุกกระแสจะมีอะไรบ้าง เริ่มกันที่ 1. ลานแสดงช้าง และฟาร์มจระเข้สามพราน จุดเด่นคือการแสดงโชว์ช้างแสนรู้ที่จะมาจำลองการทำยุทธหัตถีสุดยิ่งใหญ่ กับโชว์การจับจระเข้ด้วยมือเปล่า ที่ทำให้คนดูต้องลุ้นตาม และนอกจากโชว์สนุกๆ เหล่านี้ ทางฟาร์มยังมีบริการนั่งหลังช้างเดินชมอุทยานอีกด้วย เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. ราคาบัตรอยู่ที่ 150 บาท เด็ก 100 บาทเท่านั้น 2. สวนสัตว์เปิด เขาประทับช้าง สถานที่ที่เต็มไปด้วยสัตว์มากมายที่ถูกช่วยเหลือมาจากการโดนลักลอบอย่างผิดกฎหมาย สวนสัตว์แห่งนี้เปิดมานานกว่า 40 ปี และมีต้นไม้ปกคลุมตลอดทางเดินเหมาะกับสายรักธรรมชาติเป็นอย่างมาก จังหวัดราชบุรี เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น. ไม่เสียค่าใช้จ่าย 3. Oasis Sea World ส่วนใครที่เป็นแฟนรักปลาโลมาจะต้องห้ามพลาดกับ “Oasis
