ให้นวดฟรี! ดีกว่าปล่อยร้านเจ๊ง ขอแค่ทิปให้หมอ สู้ภัยโควิด-19
รับผลกระทบจากวิกฤตเชื้อไวรัสโควิด-19 กันถ้วนหน้าสำหรับกลุ่มธุรกิจให้บริการ ล่าสุด “ร้านจารวี นวดแผนไทย” ร้านนวดไทยย่านห้วยขวาง ลูกค้าหดหายไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ทำให้หมอนวดกว่า 100 ชีวิต ต้องขาดรายได้
เพื่อบรรเทาค่าครองชีพ และช่วยให้หมอนวดยังพอมีรายได้ เจ้าของร้านเปิดให้ลูกค้าคนไทยทั่วไปได้ “นวดฟรี” คือ ไม่คิดค่านวดรายชั่วโมง แต่ขอให้ลูกค้าให้ทิปกับหมอนวดแบบตามสมควร คือ ขั้นต่ำชั่วโมงละ 100 บาท วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2563 เปิด 10.00-20.00 น. ทุกวัน (ไม่มีวันหยุด) **พิกัดร้าน สี่แยกเหม่งจ๋าย ตรงข้ามไปรษณีย์ห้วยขวาง **จุดสังเกต หน้าร้านเป็นเต็นท์ผ้าใบสีส้ม ป้ายร้านนวดจารวี หรือ FBร้านจารวี นวดแผนไทย

Latest Posts
จากลูกจ้างชั่วคราว นอนใต้ถุนโรงพยาบาล สู่เจ้าของ “ป้าบุญคาเฟ่” 7 สาขา รายได้ 500 ล้านธุรกิจที่เริ่มจากเงินเก็บก้อนเล็ก ๆ และที่ดินของ “ป้าบุญ” ที่ไม่คิดค่าเช่า.ผ่านวิกฤตโควิดโดยไม่ทิ้งลูกน้อง 500 คน จนวันนี้มีพนักงานกว่า 1,300 คน“ทำธุรกิจแบบบ้าน ๆ ใช้ใจบริหาร” เพราะเชื่อว่าให้ใจกับลูกค้าก่อน แล้วธุรกิจจะเติบโตตามมา.ดูคลิปเต็มได้แล้ว | จุดเริ่มเจ็บ
จากวันแรกที่ CJ Express เป็นเพียงร้านสะดวกซื้อแบรนด์เล็กๆ ในจังหวัดราชบุรี คนต่างจังหวัดคุ้นเคยกับชื่อนี้กันดี และไม่มีใครจินตนาการได้ว่าคอนวิเนี่ยนสโตร์ต่างจังหวัดจะสามารถเติบโตมาได้ระดับ 79,000 ล้านบาท จุดเปลี่ยนอยู่ที่ “เสถียร” เจ้าของอาณาจักรคาราบาวกรุ๊ป เข้าไปซื้อหุ้นมากกว่า 80% จากเจ้าของเดิม แล้วเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จากวันนั้นถึงวันนี้ CJ Express ได้เติบโตจนก้าวสู่ธุรกิจแสนล้านบาท กับภาพการเป็นร้านสะดวกซื้อที่เข้าถึงชุมชน สินค้าราคาประหยัด โดยเริ่มจะครองปากซอยหมู่บ้านเกือบจะครบแล้วด้วยจำนวนสาขามากกว่า 2,100 แห่ง และจะจบปีด้วยจำนวน 2,500 สาขา เมื่อย้อนดูผลประกอบการตลอด 5 ปีที่ผ่านมา CJ Express ยังไม่ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จากที่เคยประกาศไว้ว่าจะแต่งตัวเข้าตลาดฯ ปี 2565 แต่เลื่อนมาต่อเนื่อง บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด ปี 2564 รายได้ 29,723 ล้านบาท กำไร 1,365 ล้านบาท ปี 2565 รายได้ 35,557 ล้านบาท กำไร 1,772 ล้านบาท ปี 2566 รายได้ 44,465 ล้านบาท กำไร 2,623 ล้านบาท ปี 2567 รายได้ 59,551 ล้านบาท กำไร 3,859 ล้านบาท ปี 2568 รายได้ 79,766 ล
ในยุคที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นพื้นที่สร้างรายได้แบบจับเสือมือเปล่า วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโปรแกรมดีๆ มาบอกต่อ สำหรับใครที่ชอบรีวิวอาหารหรือมีช่องทางโซเชียลของตัวเอง กับ LINE MAN Affiliate Program ที่ให้คุณเปลี่ยนทุกการแชร์ลิงก์ร้านอาหารให้เป็นรายได้ ทำได้ทุกที่ พร้อมรับค่าคอมมิชชันสูงสุด 50% ต่อออเดอร์ ไม่จำกัดจำนวนโพสต์ ลงได้ทุกช่องทาง LINE MAN Affiliate คืออะไร? LINE MAN Affiliate คือโปรแกรมที่เปิดโอกาสให้คุณสร้างรายได้ง่ายๆ เพียงรีวิวร้านอาหารโดนใจที่สั่งจาก LINE MAN Food Delivery ผ่านคอนเทนต์ในสไตล์คุณ พร้อมแชร์ลงโซเชียลมีเดีย เพียงแค่มีคำสั่งซื้อผ่านลิงก์ ก็รับค่าคอมมิชชันได้ทันที ขั้นตอนการสมัคร 1. สมัครเข้าร่วมโปรแกรม LINE MAN Affiliate ผ่านลิงก์ https://lineman.onelink.me/1N3T/qs28euu9?openExternalBrowser=1 (ต้องโหลดแอป LINE MAN ก่อน) จากนั้นระบบจะให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ช่องทางการติดต่อ และผูกบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินให้เรียบร้อย รอการอนุมัติจากระบบ 2. เลือกร้านที่ต้องการจะป้ายยา เช่น ร้านดังไวรัลหรือร้านที่มีโปรโมชัน 3. เมื่อเจอเมนูหรือร้านที่ต้องการป้ายยาแล้ว ให้กดคัดลอก
ทูน่ากระป๋อง อาจเป็นอาหารที่หลายคนคุ้นเคย เปิดฝากระป๋องก็พร้อมกิน หรือเอาไปทำสลัด แซนด์วิช และอาหารได้อีกหลายเมนู แต่รู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังอาหารกระป๋องธรรมดาๆ กลับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมส่งออกสำคัญของประเทศไทย เพราะประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกทูน่ากระป๋องอันดับ 1 ของโลก ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงภายในงาน The 19th INFOFISH World Tuna Trade Conference & Exhibition หรือ INFOFISH TUNA 2026 งานประชุมและแสดงสินค้าระหว่างประเทศด้านอุตสาหกรรมทูน่า ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–16 กันยายน 2569 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ โดยประเทศไทยร่วมเป็นเจ้าภาพ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ไทยเองก็ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะปลาทูน่าที่จับได้ในประเทศ เพราะในปี 2568 ประเทศไทยมีการนำเข้าวัตถุดิบปลาทูน่าประมาณ 737,135 ตัน มูลค่า 43,031 ล้านบาท ก่อนนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์และส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในส่วนของการแปรรูปและส่งออก โดยนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ก่อนผ่านกระบวนการผลิตในไทยแล้วส่งต่อไปยังตลาดทั่วโลก ในปี 2568 ไทยส่งออกปลาทูน่ากระป๋องและผลิตภัณฑ์แปรรูปประมาณ 542,814 ตัน คิดเป็นมูลค่า 76,666 ล้านบาท โ
