สมาคมผู้เลี้ยงสุกรฯ ชวนซื้อ เนื้อหมูราคาถูกทั่ วไทย
น.สพ.วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่

น.สพ.วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่

ในยุคที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลายๆ คนได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงง่าย และช่วยลดต้นทุนในการทำงานได้อีกด้วย บริษัทใหญ่ๆ บางแห่งได้มีการนำ AI เข้ามาแทนที่การเขียนโปรแกรม (Coding) ตัวอย่างเช่น ที่ Microsoft และ Google พบว่ามีการนำ AI มาเขียนโค้ดให้กับโปรเจกต์ต่างๆ มากถึง 30% Alexandr Wang (อเล็กซานเดอร์ หวัง) มหาเศรษฐีด้าน AI วัย 28 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Scale AI ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านการจัดทำข้อมูล (Data Labeling) สำหรับการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ (AI) เขากล่าวว่า กุญแจสำคัญในการก้าวหน้าคือการเรียนรู้วิธีใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเขาแนะนำให้วัยรุ่นทุกคนเริ่มฝึกฝนการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ให้คล่องแคล่ว ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดอย่าง Replit และ Cursor สามารถสร้างชุดคำสั่ง (Code) ได้จากการระบุคำสั่งเพียงสั้นๆ ทำให้เกิดเทรนด์ที่เรียกว่า “Vibe-coding” หรือการปล่อยให้ AI เขียนโค้ดตามคำสั่งภาษาอังกฤษทั่วไปได้ง่ายๆ ส่งผลให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคเลยก็สามารถสร้างแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ได้ เ
บทความโดย สุภัทรา แบรนด์ที่คนเอ๊ะตั้งแต่ชื่อ พยายามจะอ่านออกเสียงแต่ก็กลืนคำพูดลงคอไป แต่ก็แอบกระหายใคร่รู้ว่าแบรนด์มันอ่านออกเสียงอย่างที่เราเข้าใจใช่หรือไม่? นั่นแปลว่าแบรนด์ประสบความสำเร็จตั้งแต่ต้นในการดึงความสนใจของผู้บริโภคได้ตั้งแต่เปิดตัว NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” ด้วยการวางคำภาษาอังกฤษที่มีความหมายตรงตัวว่า “ถั่ว” และ “ใช่” เข้าด้วยกัน ขณะเดียวกันก็ไปพ้องเสียงกับประโยคที่สุ่มเสี่ยงจะสื่อไปในเชิงสองแง่สองง่าม ทำให้คนสะดุดตั้งแต่ชื่อแบรนด์ รู้ไหมว่ามันแอบแฝงกลยุทธ์การตลาดอันแยบยลไว้ในเบื้องหลัง ก่อนอื่นต้องเล่าก่อนว่า แบรนด์ชื่อปั่น NUTS, YES! ไม่ใช่น้องใหม่โนเนมแต่อยู่ภายใต้ Yoguruto ดำเนินงานภายใต้ บริษัท โยคุ กรุ๊ป จำกัด ที่ประสบความสำเร็จในตลาดโยเกิร์ตสดปั่น (Yogurt Smoothies) และครั้งนี้กับ NUTS, YES! เป็นแบรนด์เครื่องดื่มที่ยกให้ “ถั่ว” เป็นหัวใจสำคัญของรสชาติ โดยนำความหอม มัน และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของถั่วแต่ละชนิดมาพัฒนาเป็นเครื่องดื่มร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด “Everything tastes better with a little nutty twist” หรือการเติมลูกเล่นจากถั่วเพื่อทำให้เครื่องดื่มแก้วเดิมมีมิติแ
หากมีเงินเก็บสักก้อน คุณจะเลือกทำอะไร? สำหรับ “คุณมิว-พาณิภัค คุณวโรตม์” คำตอบคือการทำธุรกิจ เธอเริ่มต้นจากแบรนด์ขนม ก่อนต่อยอดทำแบรนด์นมพาสเจอไรซ์และกรีกโยเกิร์ตพรีเมียมสัญชาติไทย ที่ชื่อว่า “NYŪ” (นิว) พร้อมทำงานร่วมกับเกษตรกรฟาร์มโคนม เพื่อช่วยกันพัฒนาน้ำนมไทยให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ และส่งต่อถึงมือผู้บริโภคมานาน 3 ปี ทว่า แม้จะเป็นแบรนด์ของคนตัวเล็ก แต่เบื้องหลังการสร้างแบรนด์ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ชวนไปพูดคุยกับคุณมิวถึงเส้นทางการเติบโต ความท้าทายของธุรกิจ การควบคุมคุณภาพน้ำนม และการทำการตลาดเพื่อให้แบรนด์เติบโต จุดเริ่มปั้นแบรนด์ ‘NYŪ’ ลุยตลาด Dairy หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ด้านการบริหารโรงแรม จากสถาบัน Les Roches Global Hospitality Education ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และปริญญาโท MBA จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คุณมิวเริ่มต้นธุรกิจแรกด้วยทุนส่วนตัวที่เก็บหอมรอมริบขณะเรียมหาวิทยาลัย ทว่า ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์นม แต่เป็นแบรนด์ขนม Panna Cotta ที่มีส่วนผสมของนม ก่อนพบจุดเปลี่ยนสำคัญ กรีกโยเกิร์ตกำลังได้รับความนิยม ประกอบกับมีขนมรสชาติ Greek Yogurt Lemon Curd Pa
เรียกได้ว่าตอนนี้ไม่ว่าจะเลื่อนฟีดไปทางไหนก็จะเจอกับความฟรุ้งฟริ้งเต็มไปหมด กระแสนี้เกิดจากการที่ชาวเน็ตนำสติกเกอร์เพชรไปติดในทุกๆ ที่ ทำให้สิ่งของหลายชิ้นเต็มไปด้วยความประกายวับวาวน่ารัก เทรนด์นี้เรียกว่า Bedazzled Trend หรือการติดคริสตัลและเพชรเทียม ไม่ว่าจะเป็น Rhinestones, Crystals, Gems เป็นต้น ซึ่งเทรนด์นี้ไม่ได้เพิ่งมาเป็นกระแส แต่เคยฮิตมากในช่วงยุค Y2K ซึ่งรอบนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในแฟชั่นเฉพาะกลุ่ม แต่แทรกซึมไปในทุกอณูของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เค้กวันเกิด อุปกรณ์ออกกำลังกาย ปลั๊กไฟ แก้วกาแฟ ไปจนถึงคริสตัลติดฟัน และมาส์กหน้า ผู้จุดกระแสเทรนด์นี้คือ Kylie Jenner เซเลบและแฟชั่นไอคอนชื่อดัง โดยเธอได้จัดงานฉลองวันเกิดอายุ 29 ปี ในธีม Princess Kitty ที่เต็มไปด้วยของประดับคริสตัลระยิบระยับ และมีไฮไลต์เป็น “เค้กวันเกิด” ที่ติดสติกเกอร์เพชรสุดอลังการทั้งก้อน จนทำให้ชาวเน็ตและ Gen Z ทั่วโลกพากันนำ “Jewel Stickers” หรือสติกเกอร์เพชรพลอยมาติดข้าวของรอบตัวตาม จากมินิมอล สู่ความสนุกที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ หลังจากที่โลกหลงรักความเรียบหรูและโทนสีมินิมอลมานานหลายปี ผู้คนเริ่มโหยหาความสนุกสนาน การสร
“HannahJoe Studio” ปลุกกระแส “Return To Life” รับเทรนด์ Longivity& Wellness เจาะตลาดกลุ่มคนมีไลฟ์สไตล์ รักการออกกำลังกายด้วยพิลาทิส อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ที่ตัดสินใจดูแลร่างกายและจิตใจ ผ่านศาสตร์ด้าน “พิลาทิส” หรือ “Contrology” HannahJoe Studio เป็นที่แรกที่เดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองการสอนแบบ Authentic Pilates และครูผู้สอนทุกคนได้ผ่านการรับรองจากสถาบันระดับโลกของ “Inelia Garcia” โดยสอนตามมาตรฐานหลักสูตรส่งตรงจาก Joseph Pilates นักคิดค้นศาสตร์และตำนานบุกเบิกรุ่นแรก โดย “คุณภูษณิศา ทาระพันธ์” ผู้ก่อตั้ง คือลูกศิษย์ชาวไทยคนแรกที่ได้ฝึกอบรมกับอาจารย์ที่สืบทอดเป็นรุ่นที่ 3 และได้รับการแต่งตั้งชื่ออย่างเป็นทางการจาก Inelia Garcia ว่า Authentic Pilates Thailand, Inelia Garcia-HannahJoe ในเวลาต่อมา เธอเล่าที่มาของการเปิด HannahJoe Studio ที่กำลังก้าวสู่ปีที่ 5 ว่า “จุดเริ่มต้นมาจากการชอบออกกำลังกาย และมีโอกาสได้เดินทางเพื่อเรียนรู้ให้เข้าใจถึงแก่นแท้ของศาสตร์ พิลาทิสเป็นหลักสูตรที่ตอบโจทย์ ควบคุม powerhouse หลักการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง โดยออกแบบคลาสในรูปแบบ Private และ Prem
OnDemand แนะแนวการศึกษาในเครือ LEARN Corporation อัปเกรด Learn Anywhere ให้เป็นแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ที่รู้จักจุดแข็งและจุดที่ต้องเสริมของผู้เรียน พร้อมปรับเนื้อหาให้เหมาะแต่ละบุคคล ผ่าน eggspace Learning OS ใหม่ และ ExamGYM ระบบฝึกโจทย์ล่าสุดสำหรับ DEK70 ด้วยการนำ AI มาช่วยอธิบายและตอบข้อสงสัยระหว่างฝึก สะท้อนแนวทางของ LEARN ที่ใช้เทคโนโลยีต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ เพื่อดูแลผู้เรียนได้ลึกและทั่วถึงขึ้น โดยปัจจุบัน Learn Anywhere มียอดดาวน์โหลดสะสมกว่า 1 ล้านครั้ง นายสุธี อัสววิมล ผู้ร่วมก่อตั้ง OnDemand และประธานเจ้าหน้าที่ส่วนงานสร้างสรรค์นวัตกรรม บริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “วันนี้ผู้เรียนไม่ได้ขาดเนื้อหา แต่ต้องการระบบที่ช่วยให้รู้ว่าตัวเองเข้าใจแค่ไหนและควรพัฒนาอะไรต่อ ขณะเดียวกัน เราไม่ได้นิ่งนอนใจ และยังติดตามพัฒนาการของ AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาช่วยส่งเสริมศักยภาพการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้ตรงจุดยิ่งขึ้น สำหรับ LEARN คุณค่าของ AI ไม่ใช่การสร้างเนื้อหาให้ได้มากหรือเร็วที่สุด แต่คือการทำให้ความเชี่ยวชาญของครูและติวเตอร์ทำงานกับผู้เรียนแต่ละคนได้ตรงจุด
โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลา เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสนับสนุนการกระจายผลไม้ไทยและช่วยเหลือเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง สานต่อโครงการ “GO Food ส่งสุขให้ทุกรอยยิ้ม” ปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนการซื้อให้เป็นการให้” ชวนอุดหนุนผลไม้ไทยส่งต่อทุนอาหารกลางวันให้เยาวชน จากโรงเรียนในพื้นที่ที่สาขาตั้งอยู่ทั่วประเทศ หลังได้รับการตอบรับที่ดีจากโครงการในปีแรก พร้อมต่อยอดการมีส่วนร่วมของลูกค้าให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อเกษตรกรและชุมชน โดยดำเนินโครงการตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2569 นายริคาร์โด้ เบารอตโต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจเซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ กล่าวว่า จากความสำเร็จของโครงการ ‘GO Food ส่งสุขให้ทุกรอยยิ้ม’ ในปีแรก ทำให้เราเห็นถึงพลังของการมีส่วนร่วมจากลูกค้า สู่ความเป็นไปได้ในการสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรและชุมชนผ่านกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ในปีที่ 2 เราจึงสานต่อโครงการ ภายใต้แนวคิด ‘เปลี่ยนการซื้อให้เป็นการให้’ เพื่อให้ทุกการเลือกซื้อผลไม้ของลูกค้าเป็นอีกหน
เรื่องเล่าที่เคยฟังผ่านหน้าจอ กำลังจะมาให้สัมผัสความหลอนกันแบบสดๆ! ศูนย์การค้าเมกาบางนา (MEGABANGNA SHOPPING CENTRE) ร่วมกับ บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน), โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ, บริษัท กรุงไทย-แอกซ่าประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), โรงภาพยนตร์ เมกา ซีนีเพล็กซ์, บริษัท ริช พาติโน่ จำกัด และ บริษัท อินฟินิท เอ็กซิบิชั่น จำกัด ชวนคนรักเรื่องเล่าสยองขวัญมาร่วมกิจกรรม “คืนหลอน…ล้อมวงเล่า” พบครีเอเตอร์ชื่อดังที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวลี้ลับ ตำนานชวนขนลุก และคดีอาชญากรรมในมุมมองที่แตกต่าง เติมดีกรีความสยองของฮาโลวีนให้สองค่ำคืนเต็มไปด้วยความระทึก ท่ามกลางบรรยากาศของมหาลัยลวงหลอน “อนันตวิทยาลัย” ในวันที่ 24 ตุลาคม 2569 และ 31 ตุลาคม 2569 ณ MEGA PLAZA ศูนย์การค้าเมกาบางนา เข้าร่วมฟรี! เปิดวงเล่าคืนแรกในวันที่ 24 ตุลาคม 2569 เวลา 18.30–20.30 น. พบกับ “ครูตรี มีเรื่องเล่า” เจ้าของตำนานเรื่องราวสยองที่เคยนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้ว พร้อมด้วย “เฟรปเป้ คนเห็นผี” ผู้ถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องลี้ลับ ซึ่งมีประสบการณ์พบเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติมาตั้งแต่วัยเด็ก ชวนมาฟังเรื่องราวชวนขนลุกแบบใกล้ชิด ดำเนินร
บทความโดย สุภัทรา แบรนด์ที่คนเอ๊ะตั้งแต่ชื่อ พยายามจะอ่านออกเสียงแต่ก็กลืนคำพูดลงคอไป แต่ก็แอบกระหายใคร่รู้ว่าแบรนด์มันอ่านออกเสียงอย่างที่เราเข้าใจใช่หรือไม่? นั่นแปลว่าแบรนด์ประสบความสำเร็จตั้งแต่ต้นในการดึงความสนใจของผู้บริโภคได้ตั้งแต่เปิดตัว NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” ด้วยการวางคำภาษาอังกฤษที่มีความหมายตรงตัวว่า “ถั่ว” และ “ใช่” เข้าด้วยกัน ขณะเดียวกันก็ไปพ้องเสียงกับประโยคที่สุ่มเสี่ยงจะสื่อไปในเชิงสองแง่สองง่าม ทำให้คนสะดุดตั้งแต่ชื่อแบรนด์ รู้ไหมว่ามันแอบแฝงกลยุทธ์การตลาดอันแยบยลไว้ในเบื้องหลัง ก่อนอื่นต้องเล่าก่อนว่า แบรนด์ชื่อปั่น NUTS, YES! ไม่ใช่น้องใหม่โนเนมแต่อยู่ภายใต้ Yoguruto ดำเนินงานภายใต้ บริษัท โยคุ กรุ๊ป จำกัด ที่ประสบความสำเร็จในตลาดโยเกิร์ตสดปั่น (Yogurt Smoothies) และครั้งนี้กับ NUTS, YES! เป็นแบรนด์เครื่องดื่มที่ยกให้ “ถั่ว” เป็นหัวใจสำคัญของรสชาติ โดยนำความหอม มัน และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของถั่วแต่ละชนิดมาพัฒนาเป็นเครื่องดื่มร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด “Everything tastes better with a little nutty twist” หรือการเติมลูกเล่นจากถั่วเพื่อทำให้เครื่องดื่มแก้วเดิมมีมิติแ
Tinder และ Match Group เผยผลสำรวจ Match Group Asia Human Connection Survey ซึ่งจัดทำโดย Ipsos พบว่าวิถีชีวิตสมัยใหม่ทั่วเอเชียกำลังทำให้คนโสดรุ่นใหม่สร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายได้ยากขึ้น แม้คนรุ่นใหม่ในเอเชียยังคงมองหาความสัมพันธ์ทางสังคมและความรัก แต่แรงกดดันจากการใช้ชีวิตและการทำงาน ความเหนื่อยล้า ความวิตกกังวลทางสังคม และช่องว่างระหว่างการมีปฏิสัมพันธ์บนโลกออนไลน์กับการเชื่อมต่อในชีวิตจริง ล้วนมีส่วนทำให้ผู้คนรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวมากขึ้น โดยจากผลสำรวจพบว่า 25% ของคนโสดในเอเชียรู้สึกเหงา และ 75% ยังคงพยายามมองหาความสัมพันธ์ทางสังคมใหม่ ๆ การสำรวจครั้งนี้ศึกษาคนโสดอายุ 18–45 ปี ประมาณ 1,000 คนในแต่ละประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และไทย ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 19 พฤษภาคม 2569 รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งภูมิภาคประมาณ 4,000 คน โดยแบบสำรวจนี้นับเป็นหนึ่งในการศึกษาระดับภูมิภาคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับวิธีที่คนโสดในเอเชียกำลังรับมือกับการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม ในส่วนของประเทศไทย ที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรและรูปแบบการสร้างความสัมพันธ์ของคนรุ่นใหม่ รวมถึงอัตราการเกิดที่ลดลง
