ในงานประกาศรางวัล “LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2026” รวมที่สุดของร้านอร่อยรีวิวดีจากเสียงผู้ใช้งานจริงกว่า 26 ล้านคนทั่วประเทศ โดยคัดเลือก 685 ร้านจากกว่า 700,000 ร้านทั่วไทย ครอบคลุมตั้งแต่ร้านสตรีทฟู้ดระดับตำนานไปจนถึงร้านไฟน์ไดนิ่ง ตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มสัญชาติไทยที่เข้าใจทั้งผู้บริโภคและร้านอาหารด้วยจุดแข็งด้าน Local Understanding พร้อมมอบ “รางวัลบุคคลแห่งปีด้านอาหารที่ยกระดับอาหารรสมือคนไทย – LINE MAN Wongnai The Visionary Taste Maker Award” เป็นครั้งแรก เพื่อยกย่องผู้สร้างสรรค์และผู้ขับเคลื่อนวงการอาหารไทย
ไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการเปิดตัวรางวัล “LINE MAN Wongnai The Visionary Taste Maker Award” หรือรางวัลบุคคลแห่งปีด้านอาหาร เพื่อยกย่องคนเบื้องหลังความอร่อยที่กำลังเปลี่ยนเกมวงการอาหารไทย ทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาแบรนด์ และการผลักดันอาหารไทยสู่เวทีสากล ได้แก่ คุณปลา–อัจฉรา บุรารักษ์ ผู้ก่อตั้ง iberry Group, คุณแจะ–ศิริวรรณ ธรณนิธิกุล เจ้าของร้านอาหารเครือ อิส_แฮพ_เพ่น และเชฟไอซ์–ศุภักษร จงศิริ เจ้าของร้าน ศรณ์ (Sorn)

คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ข้อมูลจากแพลตฟอร์มสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ที่มาแรงชัดเจนในช่วงนี้คือ ‘สายสุขภาพ’ ที่ไม่ได้เป็นแค่กระแสระยะสั้นแต่กลายเป็นไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะในช่วงที่กิจกรรมอย่าง Hyrox กำลังได้รับความนิยม เราเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาเลือกอาหารที่บาลานซ์มากขึ้น กลุ่มอาหารคลีนและอาหารเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเติบโต 20% ในช่วงต้นปี โดยเมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมด้วยยอดขายรวมกว่า 1 ล้านจานในไตรมาสแรก
ขณะที่เมนูยอดฮิตตลอดกาลยังคงเป็นอาหารจานหลักในชีวิตประจำวัน เช่น ตำปูปลาร้า ข้าวมันไก่ ข้าวผัด ตำป่า และลาบหมู และเมนูกระแสนิยมที่โตแรง (เมื่อเทียบระหว่าง Q1/2569 กับ Q4/2568) พบว่า เครื่องดื่มและขนมจากมะยงชิดโตสูงถึง 30 เท่า, เมนูจากโยเกิร์ต เช่น โยเกิร์ตปั่น กรีกโยเกิร์ตเติบโต 53% และมัตจะกับชาไทยยังคงเติบโตต่อเนื่องที่ 8% ด้านเครื่องดื่มเมนูคลาสสิกอย่าง กาแฟดำ ชาเขียวนม เอสเพรสโซ่ ชาไทย และชานม ยังเป็นตัวเลือกหลัก นอกจากนี้ประเภทร้านอาหารมาแรงที่มีจำนวนร้านเปิดใหม่มากที่สุด ได้แก่ ร้านอาหารไทย, อาหารจานเดียว, คาเฟ่และร้านกาแฟ รวมถึงร้านก๋วยเตี๋ยว
และจากข้อมูลรางวัล Users’ Choice ในปีนี้ พบว่าประเภทร้านที่ได้รับรางวัลมากที่สุดคือ ร้านอาหารไทย รองลงมาคือกลุ่มคาเฟ่-ร้านกาแฟ และร้านก๋วยเตี๋ยว ขณะที่จำนวนของร้านหน้าใหม่ที่ได้รับรางวัลเพิ่มมีมากถึง 192 ร้าน หรือคิดเป็นกว่า 28% สะท้อนถึงการเติบโตของผู้ประกอบการรายใหม่ในอุตสาหกรรมที่มีอย่างต่อเนื่อง”
ก่อนจะกล่าวต่อถึงราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจ Food Delivery ว่า “เนื่องจากน้ำมันเป็นต้นทุนสำคัญในการขนส่ง หากมีการปรับราคาสูงขึ้นอีกคงกระทบต่อไรเดอร์ ที่ผ่านมาเราจึงช่วยพยุงสถานการณ์ด้วยการอัดฉีดโบนัสและ Incentive เพิ่มขึ้นประมาณ 15% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า อย่างไรก็ตามเรายังต้องประเมินสถานการณ์รายวันและปรับตัวกันไป
ในส่วนของร้านค้า เราพยายามจะคง GP ราคาเดิมไว้ให้นานที่สุด และคอยมอนิเตอร์ร้านอาหารว่ามีการขึ้นราคาค่าอาหารหรือไม่ เพราะหากต้นทุนของแต่ละอย่างเพิ่มขึ้น สุดท้ายจะส่งผลต่อค่าอาหาร และกระทบต่อผู้บริโภคในวงกว้าง ซึ่งเมื่อขึ้นราคาแล้วมักจะไม่ปรับลงมาอีก ซึ่งจุดนี้คือสิ่งที่น่ากังวลที่สุด
แม้ภาพรวมไตรมาสแรกจะยังเติบโตได้ดีกว่าปีที่แล้ว แต่ในไตรมาส 2 นี้ถือเป็นช่วงที่ท้าทาย เพราะต้นทุนพุ่งสูงขึ้น แต่รายได้เท่าเดิม ทุกคนประหยัดในค่าใช้จ่ายมากขึ้น ในฐานะคนกลาง เราจึงต้องเตรียมงบประมาณอัดฉีดเพื่อรักษาความสมดุลระหว่าง ‘ไรเดอร์-ร้านค้า-ผู้บริโภค’ ให้เดินหน้าต่อไปได้”

นอกจากนี้ภายในงานยังมีเวทีเสวนาหัวข้อ “Thai Flavour: Driver for Thai Economy รสชาติอาหารไทย หัวใจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” โดยผู้นำในวงการอาหาร ได้แก่ คุณอิ๊งค์ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ นักชิมแถวหน้าของประเทศไทย, คุณพีช อีทแหลก อินฟลูเอนเซอร์สายกิน, คุณปลา อัจฉรา บุรารักษ์ Founder & Creative Director, iberry Group และ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ ตั้งแต่บทบาทของรสชาติอาหารไทยในฐานะจุดแข็งของประเทศ การต่อยอดวัตถุดิบและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ไปจนถึงการพัฒนาร้านอาหารและโมเดลธุรกิจให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ พร้อมสะท้อนบทบาทของข้อมูลและแพลตฟอร์มในการช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจผู้บริโภค และขยายโอกาสทางธุรกิจในยุคดิจิทัล เพื่อผลักดันให้อาหารไทยสามารถเติบโตเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
