สมาชิกเฟซบุ๊ก “Farchon Orzeef” โพสต์คลิปเจ้าตูบตัวแสบลงในเพจ “คนรักบีเกิ้ล” โดยในคลิปเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ขณะนั้นมีเจ้าตูบบีเกิล มายืนใต้ที่แขนวผ้า จากนั้นก็พยายามกระโดดขึ้นงับเสื้อผ้าที่ตากไว้ โดยพยายามอยู่นานก็ยังไม่สำเร็จ จากนั้นก็มีเพื่อนๆ อีก 2 วิ่งเข้ามาร่วมวง ซึ่งเจ้าตูบบีเกิลตัวแสบ ก็ยังพยายามกระโดดงับเสื้อผ้า กระทั่งสำเร็จ แล้วดึงลงมากัดเล่นจนขาด แม้ราวตากผ้าจะสูงสักแค่ไหน ก็ไม่แพ้ความพยายาม โดยผู้โพสต์ระบุว่า “หลักฐานมัดตัว ไอ้พี่แสบ ทุกครั้งที่เสื้อผ้าขาดมันเป็นแบบใช่มั๊ยยย ตีได้ไหมแบบนี้ #Lumsom Home”
ขอบคุณเฟซบุ๊กFarchon Orzeef ,คนรักบีเกิ้ล
Latest Posts
กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารนารา กรุ๊ป ให้การต้อนรับที่ร้านนาราไท
ลูกค้ายังเต็มร้าน แต่สั่งของหวานน้อยลง โต๊ะยังแน่น แต่ใช้เวลานานขึ้นก่อนตัดสินใจ บางโต๊ะถามหาเซ็ตที่คุ้มกว่า บางโต๊ะเปิดมือถือเทียบราคา หรือเลือกใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตอย่างคุ้มค่า สิ่งที่เคยเป็น “การสั่งแบบไม่ต้องคิด” วันนี้กลายเป็น “การตัดสินใจที่ต้องคิดมากขึ้น” สำหรับคนทั่วไป เพราะคาดหวังว่าทุกบาทที่จ่าย ไม่ว่าจะผ่านเงินสดหรือบัตรเครดิค ต้อง “คุ้มจริง” นี่อาจเป็นเพียงพฤติกรรมเล็กๆ ระหว่างมื้ออาหาร แต่สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร นี่คือสัญญาณเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงทุกวันหน้าร้าน เพราะร้านอาหารคือหนึ่งในธุรกิจแรกๆ ที่มองเห็นกำลังซื้อผ่านบิลอาหาร คือมุมมองของ “คุณจีรภัทร ศรีทองคำ” ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” จากอดีตสายงาน HR สู่ธุรกิจร้านอาหารหลายแบรนด์ ทั้ง พาสต้า อาม่า, ปูนแดง แกงร้อน และ KARAMIZU ที่เติบโตจนมีมูลค่ารวมเกือบ 400 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 5–6 ปี เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากแค่เมนูฮิต แต่เกิดจากการอ่านลูกค้าให้ทัน บริหารต้นทุนอย่างแม่นยำ สร้างทีมให้แข็งแรง และวาง “ระบบหลังบ้าน” ให้พร้อมรองรับการเติบโต รวมถึงการเลือกพาร์ทเนอร์ด้านการชำระเงินอย่างเคทีซี ที่ช่วยใ
“หยกสด” แบรนด์ขนมไทยที่เน้นใช้วัตถุดิบหลักเป็นใบเตย 100% ปัจจุบันเดินทางมาถึงปีที่ 8 ขยายสาขาไปแล้วกว่า 30 แห่ง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสพาทุกคนไปบุกเบื้องหลังโรงงานแห่งใหม่ ที่ตั้งอยู่แถวอ้อมน้อย ซึ่งได้ คุณจ๊าก-มหศักย์ สุรกิจบวร ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เป็นคนพาทัวร์โรงงานขนมไทยแต่ละโซนด้วยตนเอง โดยโรงงานแห่งนี้สามารถรองรับการผลิตได้หลักหมื่นกล่องต่อวันเลยทีเดียว แม้จะขยายโรงงานใหม่ แต่คุณจ๊ากยืนยันว่า “ขนมหลายอย่างที่เครื่องจักรไม่สามารถมาแทนคนได้” ทำให้ในโซนการผลิต เราจึงได้เห็นภาพการผสมผสาน ระหว่างเครื่องจักรที่ช่วยทุ่นแรงในการกวนขนมเป็นชั่วโมงๆ กับการใช้ความชำนาญของทีมงาน ไม่เพียงเท่านั้น คุณจ๊ากยังพาไปดูโซนพัฒนาสินค้าใหม่อย่างซีรีส์ “หยกสด Lite” ขนมไทยที่เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ ทานแล้วไม่รู้สึกผิด ไม่ว่าจะเป็น หม้อแกงไข่ขาว ที่เลือกใช้ไข่ขาว 100% เพื่อลดคอเลสเตอรอล หรือ ตะโก้โนชูก้าร์ ที่ใช้ความหวานจากหล่อฮั่งก้วยแทนน้ำตาล ปิดท้ายที่ห้องเย็นควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งเป็นจุดพักขนมก่อนจัดส่ง ขนมทุกกล่องจะถูกส่งออก เพื่อให้ไปถึงหน้าร้านกว่า 30 สาขาทั่วประเทศในสภาพที่สดใหม่ที่สุด เพื่อร
ใครจะเชื่อว่าท่ามกลางย่านธุรกิจสุดหรูอย่างทองหล่อ จะมีพื้นที่ 250 ตารางวาที่ปฏิเสธเม็ดเงินมหาศาลกว่าร้อยล้านบาทเพื่อแลกกับการเป็น “พื้นที่ทางสังคม” ในช่วงแรก “สวนครูองุ่น” ถูกตั้งคำถามอย่างหนักว่าทำไมไม่นำไปทำธุรกิจให้คุ้มค่า แต่สำหรับ โซเฟีย-สิริพร สุขชูศรี ผู้จัดการสวนครูองุ่นและหัวหน้าโครงการสวนครูองุ่น ที่นี่คือการสืบทอดเจตจำนงของครูองุ่น มาริก ที่อยากให้ที่ดินผืนนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้คน เธอจึงทลายกำแพงรั้วออกเพื่อบอกว่าที่นี่เป็นมิตรและพร้อมต้อนรับทุกคน โดยใช้เวลากว่า 3 ปีกว่าจะพิสูจน์ให้ชุมชนเห็นว่า พื้นที่สีเขียวที่ “ฟรี” และ “เข้าถึงง่าย” คือสิ่งที่คนเมืองโหยหาจริงๆ การทำมูลนิธิไม่ใช่แค่การรอรับบริจาค แต่ที่นี่ขับเคลื่อนด้วย “นวัตกรรมการแบ่งปัน” ผ่านร้านกาแฟและ Charity Shop ที่เปลี่ยนของบริจาคให้กลายเป็นทุนทรัพย์หมุนเวียน แม้ต้นทุนการดูแลสิ่งมีชีวิตในสวนจะสูง แต่ระบบนิเวศที่แข็งแรงนี้ทำให้สวนครูองุ่นพึ่งพาตัวเองได้ 100% จนกลายเป็น Sandbox และ Community สำคัญที่ดึงดูดทั้งอาสาสมัคร ศิลปิน และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากมายที่แวะเวียนมาปล่อยของและจัดกิจกรรมร่วมกัน เป้าหมายของสวนครูองุ่
