ใครจะเชื่อว่าท่ามกลางย่านธุรกิจสุดหรูอย่างทองหล่อ จะมีพื้นที่ 250 ตารางวาที่ปฏิเสธเม็ดเงินมหาศาลกว่าร้อยล้านบาทเพื่อแลกกับการเป็น “พื้นที่ทางสังคม” ในช่วงแรก “สวนครูองุ่น” ถูกตั้งคำถามอย่างหนักว่าทำไมไม่นำไปทำธุรกิจให้คุ้มค่า แต่สำหรับ โซเฟีย-สิริพร สุขชูศรี ผู้จัดการสวนครูองุ่นและหัวหน้าโครงการสวนครูองุ่น ที่นี่คือการสืบทอดเจตจำนงของครูองุ่น มาริก ที่อยากให้ที่ดินผืนนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้คน เธอจึงทลายกำแพงรั้วออกเพื่อบอกว่าที่นี่เป็นมิตรและพร้อมต้อนรับทุกคน โดยใช้เวลากว่า 3 ปีกว่าจะพิสูจน์ให้ชุมชนเห็นว่า พื้นที่สีเขียวที่ “ฟรี” และ “เข้าถึงง่าย” คือสิ่งที่คนเมืองโหยหาจริงๆ
การทำมูลนิธิไม่ใช่แค่การรอรับบริจาค แต่ที่นี่ขับเคลื่อนด้วย “นวัตกรรมการแบ่งปัน” ผ่านร้านกาแฟและ Charity Shop ที่เปลี่ยนของบริจาคให้กลายเป็นทุนทรัพย์หมุนเวียน แม้ต้นทุนการดูแลสิ่งมีชีวิตในสวนจะสูง แต่ระบบนิเวศที่แข็งแรงนี้ทำให้สวนครูองุ่นพึ่งพาตัวเองได้ 100% จนกลายเป็น Sandbox และ Community สำคัญที่ดึงดูดทั้งอาสาสมัคร ศิลปิน และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากมายที่แวะเวียนมาปล่อยของและจัดกิจกรรมร่วมกัน
เป้าหมายของสวนครูองุ่นไม่ใช่แค่การเป็น “ปอด” แต่คือการเป็น “ตับไตไส้พุง” ที่ช่วยให้เมืองมีชีวิตชีวาและวาไรตี้มากขึ้น คุณโซเฟียบอกว่า สวนครูองุ่นให้ความรู้สึกเหมือนศาลาประชาคมในเมืองใหญ่ที่ทุกคนไม่ต้องเสียเงินซื้อที่นั่งพักผ่อน และในปี 2570 นี้ เตรียมพบกับสวนครูองุ่นเฟส 2 ที่จะเพิ่ม “โรงละครอเนกประสงค์” เพื่อแก้ปัญหาการจัดกิจกรรมในหน้าฝน พร้อมผลักดันศิลปวัฒนธรรมให้เข้มข้นกว่าเดิม ด้วยความต้องการที่จะเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับคนอยากปล่อยของและเครือข่ายนักกิจกรรม เพื่อตอกย้ำว่าเมืองที่ดีคือเมืองที่คนเข้าถึงพื้นที่สาธารณะได้จริงๆ
