Related Posts
ถ้าใครเล่นโซเชียลอยู่บ้างในช่วงนี้ คงเคยผ่านตาคลิปหนึ่งจากช่อง TikTok ที่ออกมาชักชวนให้คนไปเที่ยว “ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์ สมุทรปราการ” ด้วยมุมมองที่ว่า นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวแสนเงียบเหงา ที่แทบไม่มีใครแวะเวียนไปเยือนแล้ว ใครจะไปคิดว่า คลิปสั้นๆ คลิปเดียวจะกลายเป็นจุดเปลี่ยน เมื่อมันถูกแชร์ต่อไปในวงกว้าง พลังของโซเชียลก็เปลี่ยนยอดวิวให้กลายเป็นยอดคนเดินทางไปเยือนจริงๆ จนเกิดภาพผู้ชมนั่งแน่นขนัดเต็มอัฒจันทร์ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้ชาวเน็ตไม่น้อย และแน่นอนว่าสร้างรอยยิ้มให้ทางสวนสัตว์ไม่แพ้กัน ตำนานที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2493 กว่าจะมาเป็นแลนด์มาร์กที่คนรุ่นใหม่พูดถึงในวันนี้ ฟาร์มแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานไม่ธรรมดา จุดเริ่มต้นย้อนกลับไปถึงปี พ.ศ. 2493 จากการทดลองเพาะเลี้ยงจระเข้ในเชิงเศรษฐกิจ ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ระดับประเทศ ต้องเข้าใจก่อนว่าในยุคนั้น การได้เห็นจระเข้จำนวนมากรวมอยู่ในที่เดียวกันถือเป็นประสบการณ์ที่หาชมได้ยากมาก และนี่คือจุดที่ทำให้ฟาร์มแห่งนี้กลายเป็นที่จดจำ จุดขายที่ไม่เหมือนใคร: โชว์จับจระเข้แห่งแรกของโลก สิ่งที่ทำให้ฟาร์มจระเข้และส
ในวันที่กฎสิ่งแวดล้อมโลกกำลังเปลี่ยน ธุรกิจไทยพร้อมแล้วหรือยัง? นี่ไม่ใช่แค่คำถามเรื่อง “ความยั่งยืน” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งเตรียมตัว เพราะกติกาด้านสิ่งแวดล้อมกำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการค้า การลงทุน และการแข่งขันในตลาดโลก ประเด็นนี้ถูกหยิบมาพูดคุยในงาน GCNT EXPO 2026 ผ่านเวทีเสวนา “The New Green Rules Playbook: What Thai Business Must Know Before the World Forces Your Hand กฎสิ่งแวดล้อมโลกเปลี่ยน ธุรกิจไทยพร้อมหรือยัง?” ที่ชวนภาครัฐและภาคธุรกิจมาสะท้อนกฎสิ่งแวดล้อมใหม่ และแนวทางเตรียมความพร้อมของธุรกิจไทย เริ่มต้นที่ ดร.กิตตศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เผยถึงเป้าหมาย Net Zero ปี 2050 หรือมาตรการด้านสภาพภูมิอากาศที่จะเป็นเงื่อนไขการค้าและการลงทุน สหรัฐอเมริกา กำลังพิจารณา Clean Competition Act (CCA) เพื่อจัดเก็บสินค้าที่ปล่อย GHG เกินค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม, กำลังร่างกฎหมายเกี่ยวกับ CBAM, Carbon taxation / fee proposals และกลไก Carbon Fee & Dividend สหรา
เมื่อเวลาและไลฟ์สไตล์ของคนเมืองกลายเป็นโจทย์สำคัญในการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกายในวันนี้จึงไม่ได้วัดกันที่ใช้เวลานานแค่ไหน แต่คือเวลาที่ใช้ให้ผลลัพธ์ได้มากแค่ไหน ส่งผลให้การออกกำลังกายแบบ “สั้นแต่เข้มข้น” ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะการออกกำลังกายรูปแบบ HIIT (High Intensity Interval Training) ที่ผสานช่วงการออกกำลังกายความเข้มข้นสูงเข้ากับช่วงพักหรือการออกแรงในระดับที่เบาลง ช่วยให้การฝึกมีความท้าทายและสามารถพัฒนาสมรรถภาพร่างกายได้ในระยะเวลาที่กระชับ จากข้อมูลของ ฟิตเนส เฟิรส์ท พบว่า จำนวนผู้เข้าร่วมคลาส HIIT เฉลี่ยอยู่ที่ 17,000 คนต่อเดือน เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10% เมื่อเทียบกับปี 2025 สะท้อนความสนใจของคนออกกำลังกายที่มองหาคลาสที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องเวลาและประสิทธิภาพ โดยความหลากหลายของคลาส HIIT ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายของตนเองได้ ตั้งแต่การสร้างความแข็งแรง ความอึด ไปจนถึงการพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย คุณพาขวัญ สุพานิชรัตนา National Health and Fitness Manager บริษัท อีโวลูชั่น เวลล์เนสส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า โจทย์ของการออกกำลังกายยุคนี้ไม่ใช่แค่สุขภาพดี แต่คือการใช้เวลาให้คุ้ม
“ผมไม่คิดว่าทีวีจะไม่มีวันตาย แต่ทีวีต้องเปลี่ยนแน่นอน โจทย์ใหม่ของสถานีโทรทัศน์และนักการตลาดในวันนี้ไม่ใช่การวิ่งไล่ตามตัวเลขเรตติ้งแบบเดิม ๆ แต่คือการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Demand Generator หรือผู้สร้างความต้องการซื้อ ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าทางธุรกิจ (Brand Equity) ให้แก่แบรนด์ โดยใช้ทีวีเป็นฐานในการสร้างความน่าเชื่อถือ และใช้สื่อออนไลน์ในการปิดการขาย” -ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) เผยมุมมองการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมสื่อในงานเสวนา TV Demand Generator 2026 จัดขี้นโดย สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย), สมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และ สภาวิชาชีพกิจการการแพร่ภาพและการกระจายเสียง (ประเทศไทย) โดย MAT ชี้ชัด “ทีวียังไม่ตาย” แต่กำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคการไล่ล่าเรตติ้ง สู่โจทย์ใหม่ในการเป็นเครื่องมือสร้างความต้องการซื้อ (Demand Generator) และสร้างความไว้วางใจเพื่อสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้แก่แบรนด์ในระยะยาว ชู 3 จุดแข็ง “Universal – Companion – Trusted” ที่สื่อออนไลน์ไม่สามารถทดแทนได้ หวังกระตุ้นนักการตล
หลายคนคงคุ้นตากับ “ครีมตลับน้ำเงิน” ของ NIVEA (นีเวีย) ที่อยู่คู่ผู้บริโภคทั่วโลกมาอย่างยาวนาน โดยขายไปแล้วกว่า 1.1 แสนล้านตลับทั่วโลก หรือเฉลี่ย 5 ตลับต่อวินาที โดยปี 2025 สามารถดึงดูดผู้บริโภครายใหม่ได้ถึง 2.6 ล้านคนทั่วโลก ย้อนตำนานนีเวียครองตลาดไทยครบ 100 ปี คุณวราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ก่อนเข้าสู่ประเทศไทยในปี 1926 นีเวียเริ่มมาจากร้านขายยาเล็กๆ ในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี โดย Mr. Paul C. Beiersdorf ทำงานร่วมกับ Dr. Paul Unna แพทย์ผิวหนัง ปี 1882 และ Oscar Troplowitz เภสัชกร เข้ามารับช่วงต่อในปี 1890 ก่อตั้งบริษัท Beiersdorf ขึ้นมา กระทั่งในปี 1900 ได้มีการคิดค้นสารที่ชื่อว่า Eucerit ขึ้นมาเป็นครั้งแรกของโลก ทำให้น้ำและน้ำมันรวมตัวกันเป็นครีมได้ นับเป็นจุดต้นกำเนิดของการพัฒนาครีมในปัจจุบัน โดยตั้งชื่อแบรนด์ว่า นีเวีย มาจากภาษาละติน แปลว่า ขาวเหมือนหิมะ ล้อไปกับ NIVEA Creme Tin ที่มีความขาวเนียน ละเอียดเหมือนหิมะ ซึ่งก่อนจะเป็นครีมตลับเงินอันเป็นภาพจำของผู้บริโภคทั่วโลก แพ็กเกจจิ้งรุ่นแรก คือการใช้ลวดลายแบบ Art Nouveau
Trip.com Group เผยข้อมูลจากรายงานพบว่า นักเดินทางจำนวนมากขึ้นเลือกที่จะสำรวจจุดหมายปลายทางในแบบของตัวเอง โดยการเช่ารถขับเอง ซึ่งเป็นตัวช่วยให้สามารถเดินทางได้อย่างอิสระ เดินทางไปได้ไกลกว่าเส้นทางเดิมๆ และยังได้ค้นพบสถานที่ใหม่ๆ ที่อาจจะเข้าถึงได้ยากกว่าเดิม เทรนด์ประเทศไทย ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นทั้งจุดหมายปลายทางในการเช่ารถขับเองที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นตลาดต้นทางที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยยอดจองรถเช่าเพื่อเดินทางในประเทศไทยเติบโตขึ้น 59% เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ยอดจองของนักเดินทางไทยที่มุ่งหน้าไปต่างประเทศพุ่งสูงถึง 78% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดขาออกที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค ผลสำรวจผู้บริโภคตอกย้ำโมเมนตัมนี้อย่างชัดเจน โดย Trip.com เป็นแบรนด์เช่ารถรายเดียวที่มีอัตราการรับรู้แบรนด์สูงกว่า 60% ทั้งในกลุ่มผู้ที่เคยเช่ารถแล้วและกลุ่มที่กำลังพิจารณาเช่ารถ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ไม่มีแพลตฟอร์มอื่นใดในตลาดทำได้ นอกจากนี้ในกลุ่มผู้ใช้งาน Trip.com ที่กำลังตัดสินใจเลือกเช่ารถครั้งต่อไป Trip.com ยังเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ให้การตอบร
