ข่าววันนี้

กยท. จับมือ อาลีบาบา เปิดตลาดกลางยางพาราออนไลน์ ซื้อง่ายๆ แค่คลิก

กยท. จับมือ อาลีบาบา เปิดตลาดกลางยางพาราออนไลน์ ซื้อง่ายๆ แค่คลิก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการเพิ่มช่องทางการซื้อขายยางพารารูปแบบใหม่ เน้นจุดเด่นที่ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถติดต่อประมูลยางพาราได้โดยตรง

กยท. จับมือ อาลีบาบา – นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ด้านอุตสาหกรรมยางและการผลิตยาง เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท อาลีบาบา (ผู้ประกอบการเว็บไซต์ขายส่งสินค้ารายใหญ่ของโลก) ได้เข้าหารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อหาแนวทางการจัดตั้งตลาดซื้อขายยางแบบส่งมอบจริงผ่านระบบออนไลน์ในประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการยางพาราของประเทศจีน ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายช่องทางการตลาด เนื่องจากปัจจุบันตลาดซื้อขายยางในประเทศไทยมีอยู่ 2 ระบบ คือ ระบบตลาดสัญญาซื้อขายยางพาราล่วงหน้า และระบบตลาดกลางยางพารา ดังนั้น การจัดตั้งระบบการซื้อขายยางพาราออนไลน์จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการเพิ่มช่องทางการซื้อขายยางพารารูปแบบใหม่ เน้นจุดเด่นที่ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถติดต่อประมูลยางพาราได้โดยตรง และนัดเวลาการส่งมอบสินค้าได้ตามความต้องการ โดย กยท. จะทำหน้าที่ควบคุมและรับรองคุณภาพมาตรฐานยางพาราที่ส่งเข้าตลาดทั้งหมด

“แนวทางการร่วมมือกับอาลีบาบาในครั้งนี้ จะส่งผลดีต่อเสถียรภาพราคายางอย่างแน่นอน เนื่องจากประเทศจีนเป็นผู้ใช้ยางพารารายใหญ่ จึงคาดว่าปริมาณการซื้อยางพาราผ่านระบบออนไลน์จะไม่ต่ำกว่า 2 แสนตัน/ปี ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทยจะได้เปรียบเรื่องการมีผลผลิตยางพาราหลายรูปแบบ ซึ่งนอกจากยางแท่งแล้ว ยังมีน้ำยางข้นและยางแผ่นรมควันคุณภาพดีที่สามารถนำมาประมูลซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ได้ เพื่อประโยชน์ต่อผู้ค้าที่จะได้เลือกซื้อวัตถุดิบที่หลากหลายขึ้น ในส่วนรายละเอียดต่างๆ จะมีการหารืออีกครั้งภายในสัปดาห์หน้าเพื่อกำหนดวิธีการที่ชัดเจนต่อไป” นายณกรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
รู้จัก Food Economy อาหารหนึ่งจาน สร้างมูลค่ามากกว่าที่คิด เชื่อมเกษตรกร เอสเอ็มอี และการท่องเที่ยว
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปั้น SME ไทยสู่ AI-First Commerce ยกระดับผู้ประกอบการไทยแข่งขันยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
เทศบาลนครรังสิต จัดอบรมขนมไทยชาววัง สร้างอาชีพสู่ชุมชน
ทีทีบี เปิดเผยผลการสำรวจ “SME Insight 2026”