ข่าววันนี้

“สาหร่ายเส้นผม” ท็อปปิ้งที่กำลังไปทั้งวงการเค้ก เครื่องดื่ม หน้าตาแปลก แต่เป็นอาหารมงคล กินแล้วรวย

มาใหม่อีกแล้ว แว้บแรกอาจจะยัง ทุกแว้บใช่เลย ท็อปปิ้งไวรัลใหม่ที่หน้าตาแปลกประหลาดไปสักนิด แต่ฮิตแบบงง  ๆ

ช่วงนี้ใครไถฟีด TikTok ช่วงนี้คงเจอผ่านตากันบ้างแล้ว กับเค้ก เครื่องดื่ม หรือเบเกอรี่ที่โรยหน้าด้วยเส้นสีดำบางๆ หยิกงอ หน้าตาคล้าย…เส้นผม จนกลายเป็นท็อปปิ้งไวรัลที่คนแห่ลองกันทั้งที่ยังงงอยู่ว่ามันคืออะไรกันแน่ 

วันนี้จะพาไปเปิดที่มาของ “สาหร่ายเส้นผม” ว่าคืออะไร ทำไมถึงถูกยกให้เป็นอาหารมงคล

จริงๆ แล้วคำว่าสาหร่ายเส้นผมเป็นชื่อเรียกรวมๆ ที่ครอบคลุมสิ่งมีชีวิตหน้าตาคล้ายเส้นผมหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็มีที่มาต่างกันสุดขั้ว มีทั้ง

1. ฟ่าไช่ (髮菜) หรือ Nostoc flagelliforme คือพระเอกของบทความนี้ และเป็นตัวที่กำลังฮิตในโซเชียล มันไม่ใช่พืชหรือสาหร่ายทะเลอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่จัดอยู่ในกลุ่มไซยาโนแบคทีเรีย เติบโตอยู่ในทะเลทรายแถบมณฑลกานซู ซินเจียง มองโกเลียใน ของจีน ทนร้อน ทนหนาว ทนแล้ง พอเก็บเกี่ยวมาตากแห้งแล้วจะออกมาเป็นเส้นสีดำเล็กๆ หยิกงอ คล้ายเส้นผมมนุษย์แบบเป๊ะ

2. สาหร่ายผมนาง (Gracilaria fisheri) ของดีฝั่งภาคใต้บ้านเรา เป็นสาหร่ายทะเลสีน้ำตาลอมแดง เส้นฝอยยาวกรุบกรอบ พบมากแถบทะเลสาบสงขลา นิยมเอามาลวกทำยำ ไฟเบอร์สูง ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย

3. Bangia atropurpurea หรือ “สาหร่ายขนแดง” เจริญเติบโตตามโขดหินริมทะเลในเขตน้ำขึ้นน้ำลง พบได้แถบไต้หวันและมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ

4. สาหร่ายเส้นผมในตู้ปลา (Hair Algae) อันนี้ไม่เกี่ยวกับอาหารเลย แต่เป็นปัญหาปวดหัวของคนเลี้ยงปลา เพราะเป็นสาหร่ายสีเขียวที่ขึ้นพันกันยุ่งเหยิงเวลาระบบนิเวศในตู้ไม่สมดุล

ตัวที่กำลังไวรัลในวงการเค้กและเครื่องดื่มตอนนี้คือ ฟ่าไช่ เป็นหลัก เพราะนอกจากหน้าตาจะแปลกจนต้องหยุดดูแล้ว ยังมาพร้อมเรื่องราวความเชื่อที่คนรุ่นใหม่ชอบเล่นกับคอนเทนต์ “กินแล้วรวย” ด้วย

ทำไมกินแล้วรวย?

เหตุผลที่ฟ่าไช่กลายเป็นของมงคลไม่ได้มาจากสรรพคุณทางยา แต่มาจากการพ้องเสียงล้วน ๆ คำว่า “ฟ่าไช่” ออกเสียงคล้ายกับคำว่า “ฟาไฉ” ที่แปลว่าร่ำรวยในภาษาจีนกวางตุ้ง คนจีนจึงนิยมนำมาทำเมนูพิเศษช่วงตรุษจีน เพื่อเอาเคล็ดเรื่องโชคลาภและความเจริญรุ่งเรือง เมนูคลาสสิกที่สุดคือการตุ๋นฟ่าไช่ร่วมกับหอยนางรมแห้งและเห็ดหอม ใส่ตอนท้ายๆ ของการปรุงเพื่อให้คงความกรอบไว้

กินอย่างไรให้มีประโยชน์

ก่อนนำมาปรุง ต้องแช่ฟ่าไช่แห้งในน้ำอุ่นราว 20 นาที ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อยแล้วค่อยๆ ถูให้เส้นแยกออกจากกัน จากนั้นล้างให้สะอาด ในแง่โภชนาการ ฟ่าไช่มีโปรตีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก และวิตามินบีอยู่พอสมควร ตามศาสตร์แพทย์แผนจีนถือว่ามีฤทธิ์เย็น ช่วยระบายความร้อนในร่างกาย แต่ก็มีข้อควรระวังคือย่อยยากเล็กน้อย คนที่กระเพาะอ่อนแอไม่ควรกินเยอะเกินไป

ความรวยของคนอาจแลกมาด้วยทะเลทรายที่ขยายตัว

ฟ่าไช่ไม่ได้แค่มีมูลค่าทางความเชื่อ แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศทะเลทรายด้วย มันช่วยกักเก็บความชื้นในดินและยึดเกาะหน้าดินไม่ให้ทรายฟุ้งกระจาย พูดง่ายๆ คือช่วยชะลอการกลายเป็นทะเลทราย

แต่ฟ่าไช่จากธรรมชาติเก็บเกี่ยวได้ยากมาก ต้องใช้พื้นที่ขนาดเทียบเท่าสนามฟุตบอลถึง 16 สนาม เพื่อให้ได้ฟ่าไช่เพียงประมาณ 75 กรัมเท่านั้น ทำให้ราคาพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ และยิ่งความต้องการสูงขึ้นเท่าไหร่ การเก็บเกี่ยวแบบไม่ยั้งก็ยิ่งทำลายหน้าดินในทะเลทรายมากขึ้นเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่ปี 2000 รัฐบาลจีนจึงยกระดับฟ่าไช่ป่าให้เป็นพืชคุ้มครองระดับ 1 ห้ามเก็บเกี่ยว ซื้อขาย แปรรูป หรือส่งออกโดยเด็ดขาด ที่น่าสนใจคือทางวิทยาศาสตร์ ฟ่าไช่ไม่ได้ถูกจัดเป็นพืชด้วยซ้ำ เพราะแท้จริงแล้วมันคือแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่สังเคราะห์แสงได้เหมือนพืช จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มพืชคุ้มครองแบบผ่อนผันตามลักษณะการทำงาน ไม่ใช่ตามสายพันธุ์ที่แท้จริง

ผลจากการห้ามเก็บเกี่ยวนี้เอง ทำให้ผลิตภัณฑ์ฟ่าไช่ในท้องตลาดปัจจุบันส่วนใหญ่มาจากการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่ของป่าแท้ๆ แต่ก็มีข่าวที่น่ากังวลเช่นกัน เพราะเคยมีการตรวจสอบพบว่าผู้ขายบางรายใช้แป้ง โซเดียมอัลจิเนต หรือไหมข้าวโพดย้อมสีมาปลอมเป็นฟ่าไช่ เพื่อหลอกขายผู้บริโภคที่ไม่รู้ทัน

ถ้าอยากลองเพราะความแปลกใหม่หรือถ่ายคอนเทนต์เก๋ๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ก่อนช้อปควรเช็กแหล่งที่มาให้ดีว่าเป็นฟ่าไช่เพาะเลี้ยง ไม่ใช่ของป่าที่เก็บเกี่ยวผิดกฎหมาย เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายจีนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวด้วย

Related Posts

นายธัญวุฒิ วงษ์สุนทร, General Manager, TikTok for Business, Thailand