ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 ยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทวิจัยด้านการตลาด ได้เผยผลการจัดอันดับ 100 เมืองน่าท่องเที่ยวที่สุดในโลก ประจำปี 2018 พบว่า 6 ใน 10 อันดับแรก เป็นเมืองที่อยู่ในภูมิภาคเอเชีย โดยอันดับแรกที่เป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวคือ ฮ่องกง ที่ได้อันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 8 ส่วน กรุงเทพฯ อยู่อันดับ 2 ตามด้วยสิงคโปร์ มาเก๊า กัวลาลัมเปอร์ และเสิ่นเจิ้น สำหรับฮ่องกงปีนี้ มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเกือบ 30 ล้านคน ในจำนวนนี้ กว่า 50 เปอร์เซ็นต์เป็นนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ ส่วนกรุงเทพฯ จำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้อยู่ที่ราว 23.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2017 ราว 5.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ภูเก็ต อยู่อันดับที่ 11 ของโลก โดยมียอดนักท่องเที่ยวราว 11.949 ล้านคน และพัทยา อยู่อันดับที่ 25 มีนักท่องเที่ยวราว 8.62 ล้านคน โดย 20 อันดับแรกของเมืองท่องเที่ยว 2018 ได้แก่ 1.ฮ่องกง 2.กรุงเทพฯ 3.ลอนดอน 4.สิงคโปร์ 5.มาเก๊า 6.ปารีส 7.ดูไบ 8.นิวยอร์ก 9.กัวลาลัมเปอร์ 10.เสิ่นเจิ้น 11.ภูเก็ต 12.อิสตันบูล 13.เดลี 14.โตเกียว 15.โรม 16.อันตาลยา 17.ไทเป 18.กว่างโจว 19.มุมไบ 20.ปราก ที่มา:มติชนออนไล
นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายเงินตามมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้มีรายได้น้อย จำนวน 500 บาทต่อคน เข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ให้กับผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 11.4 ล้านคน ในระหว่างวันที่ 8 – 10 ธันวาคม 2561 ซึ่งกรมบัญชีกลางจะบ่งการจ่ายเงินตามเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน ดังนี้ ในวันที่ 8 ธันวาคม 2561 จะจ่ายให้กับผู้มีสิทธิที่มีเลขบัตรขึ้นต้นด้วยเลข 32 33 และ 34 มีจำนวนกว่า 4 ล้านราย , วันที่ 9 ธันวาคม 2561 จะจ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิที่มีเลขบัตรขึ้นต้นด้วยเลข 31 35 36 37 38 และ 39 มีจำนวนกว่า 4.2 ล้านราย, วันที่ 10 ธันวาคม 2561 จะจ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิที่มีเลขบัตรขึ้นต้นด้วยเลข 1 2 4 5 และ 8 มีจำนวนกว่า 2.9 ล้านราย นางสาวสุทธิรัตน์ กล่าวว่า สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ในกลุ่มผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ในปี 2560 ขณะนี้กรมบัญชีกลางได้ส่งข้อมูลผู้มีสิทธิที่ผ่านคุณสมบัติรอบแรกให้กับธนาคารกรุ
โฆษกรัฐบาล โต้รายงานความเหลื่อมล้ำ ข้อมูลเก่า-สวนทางความจริง ยันไทยสถานการณ์ดีขึ้น โต้รายงานความเหลื่อมล้ำ – เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อมูลในโซเชียลมีเดีย โดยอ้างอิงจาก Global Wealth Report 2018 ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลก ว่า “จากการตรวจสอบพบว่า ข้อมูลที่รายงานฉบับนี้นำมาอ้างอิงเป็นข้อมูลเก่าตั้งแต่ปี 2549 แล้วพยายามนำมาเชื่อมโยงกับข้อมูลบางส่วนของปีปัจจุบัน ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนไม่สมบูรณ์และขาดความน่าเชื่อถือ และแหล่งข้อมูลที่ถูกนำไปวิเคราะห์ 2 แหล่ง คือ ธนาคารแห่งประเทศไทยและองค์กรการเงินระหว่างประเทศ ก็ไม่มีส่วนใดเลยที่แสดงถึงการถือครองมูลค่าทรัพย์สินของคนรวย 1% ในประเทศไทย” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศที่ถูกนำมาเทียบส่วนใหญ่เป็นประเทศพัฒนาแล้วในกลุ่ม OECD ยกเว้น จีน อินเดีย อินโดนีเซีย โคลัมเบีย โรมาเนีย แอฟริกาใต้ และไต้หวัน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำเรื่องความมั่งคั่
เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า จากกรณีที่ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ …) พ.ศ. … เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) กรมยืนยันว่าการยกร่างแก้ไขกฎหมาย ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และส่วนที่เกี่ยวข้อง อย่างรอบคอบ จึงไม่ได้เป็นการแก้ไขกฎหมายที่กระทบต่อสิทธิ เสรีภาพของประชาชนที่เกินกว่าเหตุ เป็นการใช้สิทธิที่ชอบเพื่อประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้ การแก้ไขกฎหมายมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนของกรมที่จะเดินหน้าเรื่องอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีสาระสำคัญคือ จะช่วยให้การเสียภาษี หัก ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3% ซึ่งจากเดิมผู้เสียภาษีจะต้องเตรียมเอกสารมายื่นต่อกรมเอง แต่สถาบันการเงินจะหักภาษีและเป็นผู้ยื่นให้กรมสรรพากรแทนทั้งหมด รวมทั้งกฎหมายใหม่ จะเป็นการรองรับระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิสก์ในการยื่นเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ
ดวงประจำวัน ศุกร์ที่ 7 ธ.ค. 2561 ราศีใดไม่ควรเดินทางไกล ราศีใดไม่ควรเสี่ยงโชค ราศีเมษ 13 เม.ย.ถึง 14 พ.ค. ดวงใครดวงมัน : ท่านไม่แข็งแรงยาที่ใช้รักษาโรคของท่านนับเป็นยาที่หายาก โรคของท่านเป็นชนิดเป็นเองหายเอง การไปปะปนในหมู่ชนมากๆ อาจทำให้ท่านไปติดเชื้อโรคมาได้ มีการเจ็บปวดที่ขาและเข่า ราศีพฤษภ 15 ถึง 14 มิ.ย. ท่านจะรับบริวารในระยะนี้มักจะได้คนดี ขยันหมั่นเพียรในการทำงาน และอยู่ในโอวาทของท่าน จะเกิดแตกร้าวกับใครคนหนึ่งอย่างไม่สามารถจะเข้าใจกันได้ ไม่ควรเดินทางไกลโดยไม่จำเป็น ราศีมิถุน 15 มิ.ย.ถึง 15 ก.ค. ท่านมีการใช้จ่ายสูงเกินความจำเป็น การเดินทางทำให้ท่านโชคดีในเรื่องต่างๆ เช่น ได้เงินสดหรือพบแฟน แต่การเดินหรือวิ่งออกกำลังกายในซอยอาจถูกสุนัขกัด เพื่อนฝูงมีข่าวแปลกๆ มาเล่าให้ฟัง ราศีกรกฎ 16 ก.ค.ถึง 16 ส.ค. ท่านทำธุรกิจการงานต่างๆ วันนี้ไม่ค่อยได้ผล พรุ่งนี้เวลาบ่ายๆ จะมีผู้บอกข่าวดีในเรื่องการเงิน เหตุการณ์ต่างๆ ที่ติดขัดอยู่มีผู้ช่วยเหลือ ไม่ควรริเริ่มทำกิจการงานสำคัญ เพราะจะเกิดความเสียหาย ราศีสิงห์ 17 ส.ค.ถึง 16 ก.ย. ท่านมีรายได้การเงินเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งอาจจะสะดวกกว่าแต่ก่
หนาวแล้ววันนี้ กรมอุตุฯ เผยเหนือ-อีสาน เจอฝน อุณหภูมิลด 4 องศาเซลเซียส และมีหมอกลงจัดในช่วงเช้า เตือนประชาชนสัญจรด้วยความระมัดระวัง 10 จังหวัดภาคใต้อ่วม ฝนถล่มหนักต่อเนื่อง ทะเลมีคลื่นสูง 2 เมตร กรมอุตุฯ / เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้ากับมีหมอกหนาบางพื้นที่ สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงปกคลุมถึงประเทศลาวและเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าในช่วงวันที่ 7-10 ธ.ค. 61 จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศจะหนาวเย็นลงกับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียสในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภา
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ หนึ่งในจุดท่องเที่ยว “ไบค์ อุ่นไอรัก” เส้นทางลานคนเมือง – วังสราญรมย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้รับพิจารณาจากสำนักพระราชวัง และกรุงเทพมหานคร(กทม.) เลือกเป็นจุดท่องเที่ยวที่ ๒ ใน ๔ จุด ของขบวน Bike Un AI Rak – Family เส้นทางลานคนเมือง – วังสราญรมย์ ในวันอาทิตย์ที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๑ เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๒.๓๐ น. เป้าหมาย ๔ ขบวน ขบวนละ ๒,๐๐๐ คัน รวมจักรยาน ๘,๐๐๐ คัน โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้เตรียมการนำชมขบวนละ ๔๕ นาที แยกเข้าชม ๔ จุด ได้แก่ จุดที่ ๑ ห้องจัดแสดงพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน จุดที่ ๒ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ – โรงราชรถ จุดที่ ๓ ห้องจัดแสดงพระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ – ห้องนิทรรศการอาวุธโบราณ – ห้องนิทรรศการอริยพัสตราภูษาภัณฑ์ จุดที่ ๔ ห้องนิทรรศการศิลปะลพบุรี – ห้องนิทรรศการมหรสพ การละเล่น – ห้องนิทรรศการโลหะศิลป์ – รถนิทรรศการเคลื่อนที่ชาติพันธุ์วิทยา จากมหาวิทยาลัยมหิดล จุดที่ ๕ ห้องนิทรรศการโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ – ทวารวดี – ศรีวิชัย อาคารมหาสุรสิงหนาท ทั้งนี้ นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปาก
เปิด 10 เศรษฐีหุ้นไทย ปีนี้ใครรวยสุดๆ ครองบัลลังก์แสนล้าน เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. แชมป์ เศรษฐีหุ้นไทย ปี 2561 “หมอเสริฐ” น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เจ้าของอาณาจักรโรงพยาบาลกรุงเทพ ครองบัลลังก์ติดต่อกันเป็นปีที่ 6 ถือหุ้นโรงพยาบาลกรุงเทพ-นนทเวช-บางกอกแอร์เวย์ส รวมมูลค่า 7.7 หมื่นล้านบาท ตามด้วย อันดับ 2 เศรษฐีหุ้นหน้าใหม่ “เสี่ยกลาง” สารัชถ์ รัตนาวะดี กอดหุ้นกัลฟ์รวย 5.8 หมื่นล้านบาท อันดับ 3 สมโภชน์ อาหุนัย เจ้าของ EA/EE รวย 4.2 หมื่นล้านบาท ด้านตระกูลปราสาททองโอสถ ยังครองแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทย 6 เครือญาติ สร้างสถิติใหม่ถือครองหุ้นทะลุ 1 แสนล้านบาท ปีนี้เป็นปีที่ 25 แล้วที่ วารสารการเงินธนาคาร ร่วมกับอาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทย ซึ่งวัดจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประเภทบุคคลธรรมดาในประเทศที่ถือหุ้นสัดส่วน 0.5% ขึ้นไป ตามการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นล่าสุดก่อนวันที่ 30 กันยายน 2561 สำหรับผลการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทยใน วารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนธันวาคม 2561 ปรากฏว่า น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ หรือ หมอเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเท
กรมศิลป์เพิ่มรอบการแสดง “หนุมานชาญเดช” ฉลองยูเนสโก ยกย่อง “โขนไทย” เป็นมรดกโลก กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศเพิ่มรอบการเเสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดหนุมานชาญเดช ณ โรงละครแห่งชาติ เนื่องในโอกาสที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศขึ้นบัญชี “โขน” เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จากการที่กรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต ได้จัดการเเสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดหนุมานชาญเดช ณ โรงละครแห่งชาติ มีผู้สนใจเข้าชมเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ชื่นชมการแสดงโขน ซึ่งเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงอย่างหนึ่งของไทย และได้รับการประกาศขึ้นบัญชีเป็นตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จากยูเนสโก จึงเพิ่มรอบการแสดงอีก ๒ รอบ คือ วันอาทิตย์ที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๔.๐๐ น. เปิดจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ และรอบการแสดงในวันอาทิตย์ที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เวลา ๑๔.๐๐ น. เปิดจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๒ บัตรราคา ๒๐๐, ๑๕๐ และ ๑๐๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และสำรองที่นั่ง โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒ (ในวันเวลาราชการ)
ทีเอ็มบี จับมือ IDG ต่อยอดธุรกิจลูกค้าเอสเอ็มอี หมดห่วงเรื่องจดทะเบียนสิทธิบัตร ดร.รุจิกร ภาวสุทธิไพศิฐ (ซ้าย) หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารการตลาดลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี จับมือกับ คุณวีระเวช อรธนาลัย (ขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทลเล็คชวล ดีไซน์กรุ๊ป จำกัด หรือ IDG มอบสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าบัญชีเพื่อธุรกิจ TMB SME One Bank ที่ใช้แอพพลิเคชั่น TMB BIZ TOUCH ให้ได้มากกว่า เพื่อต่อยอดธุรกิจเอสเอ็มอี ของคุณไปได้ไกลกว่าเดิม เอาใจเจ้าของธุรกิจที่สนใจการสืบค้นเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยหรือต้องการจดสิทธิบัตร เพียงใช้ 300 WOW สำหรับบริการสืบค้นเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย ในราคาพิเศษ 5,400 บาท จากมูลค่าปกติ 6,000 บาท และใช้ 1,200 WOW สำหรับบริการสืบค้นสิทธิบัตรในประเทศไทย ในราคาพิเศษ 16,200 บาท จากมูลค่าปกติ 18,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2561 ติดตามรายละเอียดต่างๆ ได้ที่ www.tmbbank.com/bizwow/ หรือศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ TMB SME โทร. 0-2828-2828 วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 08.00 – 20.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดธนาคาร
