ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 16 ส.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2561 ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง อนึ่ง พายุโซนร้อน “เบบินคา” (BEBINCA) บริเวณชายฝั่งประเทศจีนตอนใต้ มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 450 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 12 กม./ชม. คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 17 สิงหาคม 25
ดวงประจำวันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561 ดวงใครดวงมัน หมอทรัพย์ สวนพลู (ไม่ได้รับทำนายเป็นการส่วนตัว) ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค. ท่านจะได้บริวารเพิ่มขึ้นเป็นที่พอใจในการทำงานและความประพฤติของเขา ได้ข่าวที่น่าตื่นเต้นและรู้เรื่องแปลกๆ ต่างๆ ทรัพย์ที่เคลื่อนที่ได้จะถูกขโมย ได้เครื่องประดับอันสวยงาม ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย. ท่านได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ในทางการงาน แม้จะอยู่ในอันตรายก็ไม่เป็นภัยอะไร เพื่อนที่มีชื่อเสียงหรือตำแหน่งฐานะในสังคม จะช่วยเหลือท่านเป็นอันมาก ราศีมิถุน เกิดตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. ท่านได้ทำงานที่เป็นการพิสูจน์ความสามารถและความคิดเห็นที่ดี รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมไว้ได้ด้วยความฉลาด สามารถบำเพ็ญประโยชน์แก่หมู่คณะได้เป็นอย่างดี ราศีกรกฎ เกิดตั้งแต่ 16 ก.ค.-16 ส.ค. ท่านจะมีเครื่องมือเครื่องใช้ใหม่ๆ ในการทำงาน มีสิ่งของหลายอย่างที่เพื่อนฝูงนำมาให้ ได้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่ทางการงานสูงขึ้น มีบริวารที่เสียสละเพิ่มขึ้นอีกมาก ไม่ควรให้กู้ยืมหรือขายของเงินเชื่อ ราศีสิงห์ เกิดตั้งแต่ 17 ส.ค.-16 ก.ย. ท่านจะทำงานมากได้รับความเหน็ดเหนื่อยลำบาก รายได้
ส้มตำไทยติดท็อปเท็น – วันที่ 15 ส.ค. ชาแนลนิวส์เอเชีย และ โลนลี่ แพลนเน็ต รายงานการจัดอันดับที่สุดรายการอาหาร 500 เมนูทั่วโลกในคู่มือท่องเที่ยวฉบับล่าสุดของโลนลี่ แพลนเน็ต นิตยสารท่องเที่ยวชื่อดัง โดยคัดเลือกจากบรรณาธิการอาหาร ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงเชฟชื่อดังระดับโลก ทั้ง เอเลน่า อาร์ซักเชฟหญิงชาวสเปนที่มีมิชลินสตาร์การันตี อีริก ไรเพิร์ต เซเลบเชฟชาวฝรั่งเศส และ โมนิกา กาเล็ตติ เชฟชาวนิวซีแลนด์ กรรมการในรายการมาสเตอร์เชฟ สำหรับ 10 อันดับที่สุดรายการอาหารทั่วโลกนั้น อันดับ 1 คือ ปินโช หรือ ทาปาส จากเมืองซาน เซบาสเตียน ของ ประเทศสเปน ปินโช หรือทาปาสของสเปน อาหารแบบฟิงเกอร์ฟู้ดหลากหลายรสชาติที่มาพร้อมหน้าตาสวยงามชวนทาน /GONZALO AZUMENDI/ อันดับ 2 ก๋วยเตี๋ยวแกง ละก์ซา กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ก๋วยเตี๋ยวแกงละก์ซา หนึ่งในอาหารประจำชาติของมาเลเซีย /edgeprop/ อันดับ 3 ซูชิ ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซูชิที่ประดิษฐ์ประดอยปรุงขึ้นจากเนื้อปลาและสัตว์ทะเลชั้นเยี่ยมในกรุงโตเกียว /internationaltraveller/ อันดับ 4 เนื้ออกวัวย่าง สไตล์เท็กซัส รัฐเท็ซัส สหรัฐอเมริกา เนื้ออกวัวย่างสไตล์เท็กซัส สหร
“นกแอร์” ผลงานครึ่งแรกปี 61 ดีขึ้นขาดทุนลดลง 14.78% จำนวนผู้โดยสาร-รายได้เพิ่มขึ้น นกแอร์มั่นใจเดินมาถูกทาง ผลงาน 6 เดือนแรกปี 2561 ขาดทุนลดลงร้อยละ 14.78 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตราบรรทุกผู้โดยสารขยับขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 91.22 หนุนรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 อยู่ที่ 7,671.53 ล้านบาท โดยรายได้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.48 และรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 32.43 แจงราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่องเป็นตัวฉุด ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น นายปิยะ ยอดมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจของนกแอร์มีทิศทางที่ดีขึ้น สะท้อนจากตัวชี้วัดผลการดำเนินงานสำคัญในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2561 (ม.ค.-มิ.ย.) ซึ่งมีรายได้อยู่ที่ 7,671.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากค่าโดยสารเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.48 และรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 32.43 จากการที่มีปริมาณผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.22 ส่งผลให้อัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) อยู่ที่ร้อยละ 91.22 อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ
‘บิ๊กตู่’ ได้เวลาเอาจริง ลั่น! แก้รถติด ใน 3 เดือน เผย ปัญหาหลัก คือ ถนนมีไม่พอใช้-รถเพิ่ม ประสานความร่วมมือ ตร. เพิ่มเบี้ยตำรวจจราจรทำงานหนัก ย้ำ หากประเทศไม่มีตำรวจ คงมีแต่ความวุ่นวาย ปรับความเร็วรถบนทางด่วนบางจุดเพิ่มขึ้น แก้รถติด – วันที่ 15 ส.ค. ที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางมาตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการปฏิบัติงานของศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) โดยมีพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อม ด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผช.ผบ.ตร พล.ต.อ.พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. ให้การต้อนรับหลังติดตามผลการบูรณาการขับเคลื่อน การแก้ไขปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อติดตามผลอำนวยการสั่งการกำกับดูแลตรวจสอบ และประเมินผลการแก้ไขปัญหาด้านการจราจรติดขัด พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 ส.ค.นี้ ธนาคารจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ธอส.พิจารณาวงเงินสินเชื่อพิเศษ 60,000 ล้านบาท สำหรับปล่อยกู้โครงการบ้านล้านหลัง ที่อยู่อาศัยราคาถูกแก่ประชาชนและผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ โดยก้อนแรก 50,000 ล้านบาท สำหรับปล่อยกู้ให้ประชาชนใช้ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยราคาถูกทั้งบ้าน และคอนโดมิเนียมราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ผ่อนชำระใกล้เคียงกับค่าเช่าไม่เกินเดือนละ 3,800-4,000 บาท ระยะเวลากู้สูงสุด 40 ปี “ในวงเงิน 50,000 ล้านบาท ธนาคารจะกันเป็นพิเศษประมาณ 20,000 ล้านบาท ให้กับผู้มีรายได้น้อยไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือนเป็นการเฉพาะ ส่วนที่เหลืออีก 30,000 ล้านบาท ค่อยเปิดกู้ให้ประชาชนทั่วไป ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่กำลังสร้างครอบครัวและอยากมีบ้านหลังแรกเข้ากู้ซื้อได้ ขณะที่ดอกเบี้ยคิดเป็นอัตราคงที่ประมาณ 3% กว่า โดยผู้กู้ที่มีรายได้น้อยจะได้คงที่ 5 ปี แต่คนทั่วไปจะได้คงที่ 3 ปี ส่วนวงเงินที่เหลืออีก 10,000 ล้านบาท ธนาคารพร้อมจะปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์นำไปลงทุนสร้างที่อยู่อาศัยราคาถูก คิดดอกเบี้ยพิเศษถูกกว่าท้องตลา
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจไม้ดอกไม้ประดับย้อนหลัง 5 ปี มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง โดยไม้ประดับมีอัตราเติบโตมากที่สุด 57.9% รองลงมา ได้แก่ เมล็ดไม้ดอก 32.29% พืชหัว 13.59% ไม้ตัดดอก 9.7% ตามลำดับ โดยไทยมีพื้นที่ผลิตไม้ดอกไม้ประดับทั้งหมด จานวน 77,000 ไร่ เป็นเกษตรกร 16,000 ครัวเรือน ในจำนวนนี้เป็นกล้วยไม้ตัดดอก คือ ไม้ดอกไม้ประดับที่มีการผลิตเป็นการค้ามากที่สุด ส่วนไม้ประดับอื่นๆที่มีปริมาณการปลูกในอับดับต้นๆ คือ ดาวเรือง และมะลิ อย่างละประมาณ 9,500 ไร่ สถานการณ์การผลิตไม้ดอกไม้ประดับอื่นๆ ประเทศไทย มี มะลิ ดาวเรือง มีอัตราการเติบโตมากสุด นอกจากนั้น ไม้ดอกไม้ประดับที่มีการผลิตเพื่อเป็น การค้า ในลำดับรองๆ ลงมาได้แก่ ปทุมมา หน้าวัว และไม้ตัดใบ โดยพื้นที่การ ผลิตไม้ดอกไม้ประดับจะอยู่ในภาคตะวันตก ภาคกลาง และภาคเหนือ โดยปริมาณผลผลิต ไม้ดอกไม้ประดับ มะลิ 1,448 ตัน มูลค่าผลผลิต 288.152 ล้านบาท ดาวเรือง 1,118 ตัน มูลค่าผลผลิต 595.52 ล้านบาท ปทุมมา 72 ตัน มูลค่าผลผลิต 1.44 ล้านบาท ส่วนมูลค่าไม้ดอกอื่นๆ ซึ่งประกอบด้วย กุหลาบ บัวหลวง เบ
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต เปิดเผยถึงแนวโน้มการนำ “หัวปลี” มาใช้ประกอบอาหารทดแทนเนื้อสัตว์ โดยล่าสุดในกลุ่มผู้ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ หรือวีแกนกำลังฮิตกินหัวปลี ทำให้ตลาดเยอรมนีตอนนี้มีความต้องการบริโภคหัวปลีเพิ่มมากขึ้น โดยราคาหัวปลีสด น้ำหนัก 200 – 300 ราคาประมาณ 6-8 ยูโร หรือคิดเป็นกิโลกรัมละ 1,000 กว่าบาท โดยในเว็บไซต์ https://www.asia-markt-105.com/gemuese/bananenbluete-565-g-thailand-einfaches-rezept/a-10234/ จำหน่ายหัวปลีกระป๋องยี่ห้ออร่อยดี น้ำหนัก 565 กรัม ราคากระป๋องละ 1.80 ยูโร ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต บอกอีกว่า หัวปลี เป็นสิ่งที่ชาวเอเชียคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีและนำมาใช้ประกอบอาหารมายาวนาน ใช้เป็นทางเลือกในการปรุงอาหารแทนเนื้อสัตว์ และมีข้อดีที่ไม่ทำให้อ้วน ให้พลังงาน 17 แคลอรีต่อ 100 กรัม ทั้งนี้ หัวปลี ถูกนำมาประยุกต์ใช้ประกอบอาหารหลายเมนู เช่น สลัด ยำ หรือแกงกะหรี่ประเภทต่างๆ นำไปชุบแป้งหรือเกล็ดขนมปังทอดกรอบ ทำเมนู Fish and Chips สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต เสนอแนะว่า หัวปลีกำลังเป็น
แต่งเมรุเผาศพ / ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ เมรุวัดชูประศาสนาราม หมู่ 6 บ.ศรีตะวัน ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงานฌาปนกิจศพ คุณแม่ ประโยชน์ ( ติ๋ว ) รัมพณีนิล อายุ 62 ปี ชาวบ้านยาง ม.1 ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ที่ได้เสียชีวิตลง เมื่อวันที่ 6 ส.ค.61 และตั้งบำเพ็ญกุศลศพ สวดมาติกา บังสุกุล ทางศาสนาตามประเพณี ที่บ้าน รวม 7 วัน 7 คืน ก่อนลูกๆได้เคลื่อนศพคุณแม่ติ๋ว ไปประกอบทำพิธีฌาปนกิจ ทางศาสนา ที่เมรุวัดชูประศาสนาราม บ้านศรีตะวัน จุดที่แปลกตากับชาวบ้านนั้นคือ เมรุที่ใช้ฌาปนกิจศพ ได้ประดับตกแต่งด้วยพืชผักผลไม้ต่างๆ มีทั้งหวดนึ่งข้าวเหนี่ยว พืชผัก เช่น พริก มะเขือข้าวโพด ถั่วฝักยาว มะละกอ มะเขือเทศ เป็นต้น ซึ่งก็สร้างความแปลกใจให้กับผู้มาร่วมงานเป็นอย่างมาก เมรุแปลก สอบถาม น.ส.รุจิรา รัมพณีนิล ลูกสาวผู้เสียชีวิต ทราบว่า ที่มาของการจัดประดับเมรุแบบที่เห็น เพราะแม่ติ๋ว ชอบทำกับข้าวมาก เลยประยุกต์การประดับเมรุให้เกิดประโยชน์แก่ผู้มาร่วมงาน พอเสร็จงานสามารถเอาไปทำประโยชน์ได้ แต่หากแบบเก่าส่วนมากจะตกแต่งด้วยดอกไม้พอเสร็จก็ทิ้งไปเฉยๆ ลูกๆจึงลงความเห
ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เผยว่า นิทรรศการ ‘ร้อยคนไทยหัวใจนวัตกรรม’ (100 Face of Thailand’s Innovation Inspirers) เป็นความตั้งใจของ NIA เพื่อสร้างความตระหนักและรับรู้ด้านนวัตกรรมให้คนไทยเข้าใจว่า นวัตกรรมไม่ได้มีแค่การทำ กิจจกรรมวิจัยพัฒนาอย่างเดียว แต่นวัตกรรมเกิดจากคนที่สร้างแรงบันดาลใจจนเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยแนวคิดนี้มีมาตั้งแต่ 2 ปีก่อน สำหรับแรงบัลดาลใจที่ NIA ส่งต่อเพื่อปลุกคนไทยให้ตื่นตัวนั้น จัดทำในรูปแบบหนังสือ ควบคู่กับโรดโชว์นิทรรศการ ดร. พันธุ์อาจ กล่าวว่า ในหนังสือจะรวบรวม 100 บุคคลต้นแบบ จาก 100 วิถีชีวิต มีตั้งแต่เด็กรุ่นใหม่ไปจนถึงวัยเกษียณ ที่คัดเลือกจากคณะกรรมที่แต่งตั้งโดย NIA มาบอกเล่าเรื่องราวการดำเนินชีวิตผ่านตัวอักษร เพื่อสร้างการรับรู้ให้คนไทยเกิดดแรงบันดาลใจ เกิดการตื่นตัว กล้าคิดนอกกรอบ ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ โดยคาดว่าจะจัดทำขึ้นปีละเล่ม และพัฒนาต่อปรับเป็น 2 ภาษา ไทย-อังกฤษ “เพื่อให้คนจดจำได้ว่ามนุษย์หรือบุคลเหล่านี้เป็นคนสร้างแรงบันดาลใจจนเกิดเป็นนวัตกรรม บางคนมีชื่อเสียง ประชาชนรู้จักจำห
